
ผลสำรวจโดย Ipsos พบคนโสดไทย 85% เผชิญความโดดเดี่ยวเป็นบางครั้ง ขณะที่ 87% มองหาการเชื่อมต่อใหม่ ๆ และ 72% ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ที่มีความหมายมากกว่าความสัมพันธ์ผิวเผิน สะท้อนโจทย์สุขภาพใจและคุณภาพชีวิตของคนไทยในยุคที่งาน การเรียน พื้นที่สาธารณะ และรูปแบบชีวิตเมือง ทำให้ผู้คนเชื่อมต่อกันยากขึ้น ดัน Match Group และ Tinder เปิดแคมเปญ Human Connection พลิกธุรกิจหาคู่ หันมาชวนองค์กรไทยร่วมลงนามคำมั่นสัญญา และนำแนวทางไปปรับใช้ในที่ทำงาน เพื่อลดความโดดเดี่ยวและสร้างความสัมพันธ์ที่มีความหมายมากขึ้น

คนโสดไทย 85% เผชิญความโดดเดี่ยว
ความเหงากำลังกลายเป็นโจทย์สำคัญของสุขภาพใจ คุณภาพชีวิต และการทำงานของคนไทย หลังผลสำรวจซึ่งจัดทำโดย Ipsos ในนามของ Match Group พบว่า คนโสดไทย 85% เผชิญกับความโดดเดี่ยวเป็นบางครั้ง ขณะที่ 87% กำลังมองหาการเชื่อมต่อใหม่ ๆ และ 72% ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ที่มีความหมายมากกว่าความสัมพันธ์ผิวเผินจำนวนมาก
ผลสำรวจดังกล่าวเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างคนโสดในไทย 1,000 คน อายุ 18-45 ปี ในเดือนมิถุนายน 2569 สะท้อนให้เห็นว่า ความสัมพันธ์ของผู้คนในยุคดิจิทัลกำลังเปลี่ยนไป จากเดิมที่การเชื่อมต่อหมายถึงการติดต่อกันได้ง่ายขึ้น สู่โจทย์ใหม่ที่ผู้คนต้องการความสัมพันธ์ที่ลึกขึ้น ปลอดภัยขึ้น และพึ่งพาทางอารมณ์ได้จริง
กรมสุขภาพจิตชี้ความเชื่อมโยงทางสังคมเติมเต็มสุขภาพใจ
ข้อมูลจากผลสำรวจยังชี้ว่า ความโดดเดี่ยวเชื่อมโยงกับรูปแบบชีวิตยุคใหม่ ทั้งการทำงาน การเรียน พื้นที่สาธารณะ และการขาดความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง โดย 48% ของผู้ตอบแบบสอบถามให้ความสำคัญกับงานหรือการเรียนมากกว่าการใช้ชีวิตทางสังคม ขณะที่ 40% มองว่าบริเวณที่อยู่อาศัยยังขาดพื้นที่สาธารณะที่เข้าถึงได้ง่ายโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายสำหรับการพบปะผู้คนใหม่ ๆ และ 31% รู้สึกว่าตัวเองขาดความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง ซึ่งสามารถรับฟังและพึ่งพาทางอารมณ์ได้อย่างแท้จริง
ดร.นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ โฆษกกระทรวงสาธารณสุขและกรมสุขภาพจิต ระบุว่า การเชื่อมต่อกับผู้คนมีบทบาทสำคัญต่อการเติมเต็มสุขภาพใจและคุณภาพชีวิต การสร้างพื้นที่ให้ผู้คนเชื่อมโยงกันมากขึ้นจึงต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งการสร้างความตระหนักรู้ การเปิดพื้นที่พูดคุย และการลงมือทำ เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมโยงทางสังคมในประเทศไทย
ความเหงากระทบสุขภาพ การนอน และประสิทธิภาพการทำงาน
ความเหงาขยับจากปัญหาทางใจส่งผลต่อสุขภาพและการทำงาน ชี้ชัดจากผลสำรวจว่า 29% เกิดปัญหารขาดการเชื่อมต่อทางสังคมส่งผลกระทบต่อสุขภาพหรือการนอนหลับ และ 24% พบว่าประสิทธิภาพในการทำงานลดลง
ตัวเลขดังกล่าวทำให้ประเด็นความเหงาเชื่อมโยงโดยตรงกับองค์กรและสถานที่ทำงาน เพราะพนักงานไม่ได้ต้องการเพียงระบบงานที่มีประสิทธิภาพ แต่ยังต้องการพื้นที่ที่ทำให้รู้สึกเชื่อมโยง ได้รับแรงสนับสนุน และมีความสัมพันธ์ที่มีความหมายกับคนรอบตัวมากขึ้น

Human Connection แคมเปญชวนองค์กรลดความโดดเดี่ยวคนไทย
จากโจทย์ดังกล่าว Match Group และ Tinder ร่วมกับกรมสุขภาพจิต พร้อมด้วย Global Initiative on Loneliness and Connection หรือ GILC, สถาบันวิชาการเพื่อความยั่งยืนทางสุขภาพจิต หรือ TIMS, สติแอพ และ AIS เปิดตัวแคมเปญดังกล่าว เพื่อรับมือกับปัญหาภาวะโดดเดี่ยวที่เพิ่มขึ้นในสังคมไทย
Human Connection เป็นแคมเปญที่ชวนองค์กรไทยเข้าร่วมลงนามคำมั่นสัญญา และนำแนวทางไปปรับใช้ในที่ทำงานอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการออกแบบพื้นที่ กิจกรรม และวัฒนธรรมการทำงานที่ช่วยให้คนในองค์กรเชื่อมต่อกันมากขึ้น โดยมี 4 แนวทางสำคัญ ได้แก่ การเปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้ใช้เวลาร่วมกัน การเพิ่มช่วงเวลาที่ผู้คนได้พบเจอกันแบบตัวต่อตัว การสร้างความเข้าใจเรื่องความโดดเดี่ยวและการแยกตัวจากสังคม รวมถึงการดูแลสุขภาพจิตและอารมณ์
เคธี่ ปีเตอร์ส รองประธานอาวุโสและหัวหน้าฝ่ายกิจการองค์กร Match Group ระบุว่า การเชื่อมต่อกับผู้คนเป็นกุญแจสำคัญของคุณภาพชีวิตที่ดี แต่หลายคนยังพบว่าการสร้างความสัมพันธ์ที่มีความหมายไม่ใช่เรื่องง่าย ผลสำรวจสะท้อนว่าผู้คนกำลังมองหาพื้นที่และโอกาสในการพบปะคนใหม่ ๆ มากขึ้น ขณะที่หลายคนให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ที่มีความหมายมากกว่าความสัมพันธ์ผิวเผินจำนวนมาก
AIS เติมมุมดิจิทัล VML Thailand และจงรักดีนำร่ององค์กรเข้าร่วม
ในแคมเปญนี้ แต่ละพันธมิตรมีบทบาทต่างกัน โดยกรมสุขภาพจิตเข้ามาเสริมมุมสุขภาพใจและคุณภาพชีวิต GILC เติมมุมปัญหาความเหงาและการแยกตัวทางสังคมในระดับโลก ส่วน TIMS และสติแอพช่วยเสริมมิติด้านสุขภาพจิต การดูแลอารมณ์ และเครื่องมือสนับสนุนการดูแลใจ
ขณะที่ AIS เข้ามาเติมมุมการเชื่อมต่อในยุคดิจิทัล โดยนางสาวกานติมา เลอเลิศยุติธรรม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ด้านธุรกิจองค์กร เอไอเอส ระบุว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่การเชื่อมต่อทางดิจิทัลเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน แต่การเชื่อมต่อที่มีคุณภาพต้องนำไปสู่ความเข้าใจ ความสัมพันธ์ที่มีความหมาย และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ควบคู่กับการส่งเสริม Safe Digital Society, Digital Literacy, AI Literacy และ People Well-being
ส่วน VML Thailand และจงรักดีเป็นตัวอย่างองค์กรที่เข้าร่วมลงนามและนำแนวทางไปดำเนินการจริง โดย VML Thailand เตรียมเปิดตัวกิจกรรมภายในองค์กร เช่น Passion Market เพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานเชื่อมต่อกันมากกว่าในฐานะเพื่อนร่วมงาน การจัด Behind the Brief storytelling sessions ทุก 3 เดือน และ Annual Emotional Check-Up เพื่อดูแลและเข้าใจความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน
ตั้งเป้า 100 องค์กร เข้าถึงพนักงานกว่า 20,000 คน ภายในปี 2570
แคมเปญนี้ตั้งเป้าชวนองค์กรร่วมลงนาม 100 องค์กร และเข้าถึงพนักงานมากกว่า 20,000 คนภายในปี 2570 เพื่อทำให้การลดความโดดเดี่ยวกลายเป็นภารกิจร่วมขององค์กร แทนการปล่อยให้คนรับมือกับความเหงาเพียงลำพัง
เป้าหมายดังกล่าวสะท้อนว่า ความสัมพันธ์ในที่ทำงานกำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของวาระด้านสุขภาพใจและการบริหารคน เพราะองค์กรยุคใหม่ต้องออกแบบมากกว่าสวัสดิการหรือระบบงาน แต่รวมถึงพื้นที่ที่ทำให้พนักงานรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของทีมและสังคมรอบตัว
Human Connection กับจุดขายใหม่ของ Match Group และ Tinder
การเปิดแคมเปญนี้ยังสะท้อนทิศทางใหม่ของ Match Group และ Tinder ในจังหวะที่คนโสดไทยกำลังมองหาความสัมพันธ์ใหม่ ๆ และให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ที่มีความหมายมากขึ้น ความสัมพันธ์ของผู้คนจึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่การพบคู่ แต่ขยายไปสู่การสร้างความเชื่อมโยงที่มีคุณภาพในชีวิตจริง ทั้งในที่ทำงาน คอมมูนิตี้ และสังคมรอบตัว
แคมเปญดังกล่าวจึงเป็นการขยายบทบาทของ Match Group และ Tinder จากแพลตฟอร์มเดตติ้ง ไปสู่แบรนด์ที่พูดเรื่องความสัมพันธ์ สุขภาพใจ และคุณภาพชีวิต ในช่วงเวลาที่ผู้คนจำนวนมากต้องการพื้นที่ปลอดภัยในการพบปะผู้คน และความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของสังคม
สำหรับสังคมไทย การลดความโดดเดี่ยวจึงกลายเป็นโจทย์ร่วมขององค์กร เมือง คอมมูนิตี้ และภาคส่วนต่าง ๆ ที่ต้องช่วยกันออกแบบพื้นที่และวัฒนธรรมที่ทำให้ผู้คนเชื่อมต่อกันได้จริง ได้รับแรงสนับสนุน และมีความสัมพันธ์ที่มีความหมายมากขึ้นในชีวิตประจำวัน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : Medical Hub ไทยต้องไปต่อ
ข้อมูลเพิ่มเติม : Match Group และ Tinder
