หอการค้ากว่างโจว ลงนาม MoU ส.อ.ท. เชื่อมไทยจีนสู่อาเซียน หลังการค้ากว่างโจว–อาเซียนทะลุ 2 แสนล้านหยวน
ส.อ.ท. หอการค้ากว่างโจว ลงนาม MoU เชื่อมไทยจีนสู่อาเซียน

หอการค้ากว่างโจว ลงนาม MoU กับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ ส.อ.ท. เชื่อมธุรกิจไทย–จีนสู่อาเซียน เปิดช่องผู้ประกอบการไทยเข้าถึงตลาดจีน จับคู่พันธมิตรธุรกิจ หวังดึงเทคโนโลยีและการลงทุน พร้อมเสริมบทบาทไทยเป็นจุดเชื่อมการค้าการลงทุนระหว่างจีนกับอาเซียน

วันที่ 22 มิถุนายน 2569 ส.อ.ท. ให้การต้อนรับคณะผู้แทนจากนครกว่างโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน ภายใต้โครงการ “Guangzhou Premium Products Enter ASEAN (Thailand)” หรือกิจกรรมส่งเสริมสินค้าคุณภาพกว่างโจวเข้าสู่อาเซียน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนผลักดันสินค้าและธุรกิจกว่างโจวสู่ตลาดต่างประเทศ โดยมีการลงนามบันทึกความเข้าใจ หรือ MoU ระหว่าง ส.อ.ท. และหอการค้ากว่างโจว เพื่อเปิดช่องทางความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน และการเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจระหว่างไทยกับจีนให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น

ข้อมูลจากสื่อจีน Guangzhou Daily Dayoo ระบุว่า อาเซียนเป็นตลาดยุทธศาสตร์สำคัญของกว่างโจว โดยปี 2568 มูลค่าการค้าระหว่างกว่างโจวกับประเทศอาเซียนสูงกว่า 200,000 ล้านหยวน คิดเป็นเกือบ 20% ของมูลค่าการค้าต่างประเทศทั้งหมดของกว่างโจว ขณะที่การลงทุนของผู้ประกอบการกว่างโจวในอาเซียนมีมูลค่ามากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีธุรกิจจากอาเซียนเข้าไปจัดตั้งในกว่างโจวแล้วมากกว่า 2,700 แห่ง สะท้อนฐานความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่ขยายตัวต่อเนื่อง

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยจัดพิธีลงนามร่วมกับคณะผู้แทนจากนครกว่างโจว นำโดย หวัง ฮวนชิ่ง กรรมการประจำคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำนครกว่างโจว เว่ย กั๋วฮวา รองประธานอาวุโสสหพันธ์อุตสาหกรรมและการพาณิชย์นครกว่างโจว และรองประธานอาวุโสหอการค้ากว่างโจว พร้อมด้วยไล่ หนิงชาง รองประธานสหพันธ์อุตสาหกรรมและการพาณิชย์นครกว่างโจว และประธานหอการค้าธุรกิจกว่างโจวสู่ต่างประเทศ เข้าร่วมพบปะหารือกับผู้บริหารและผู้ประกอบการไทย

ฝ่ายไทยนำโดย วีรชัย มั่นสินธร รองประธาน ส.อ.ท. และประธานสถาบันเศรษฐกิจและการลงทุนไทย–จีน วรวุฒิ นวสฤษฎ์กุล รองประธาน ส.อ.ท. และรองประธานสถาบันเศรษฐกิจและการลงทุนไทย–จีน พร้อมคณะกรรมการสถาบันฯ เข้าร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางขยายความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างไทยกับจีน

หอการค้ากว่างโจว เปิดทางธุรกิจไทย–จีนผ่านเครือข่าย ส.อ.ท.

สาระสำคัญของ MoU อยู่ที่การสร้างช่องทางให้ผู้ประกอบการสองประเทศเชื่อมถึงกันโดยตรง ตั้งแต่การแลกเปลี่ยนข้อมูลเศรษฐกิจและการลงทุน การจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ การเปิดตลาดใหม่ การหาพันธมิตรทางการค้า ไปจนถึงการต่อยอดด้านเทคโนโลยี การผลิต และซัพพลายเชนระดับภูมิภาค

วีรชัย ระบุว่า ส.อ.ท. ให้ความสำคัญกับการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับนานาชาติ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงตลาด เทคโนโลยี การลงทุน และพันธมิตรทางธุรกิจจากต่างประเทศ การลงนามกับหอการค้ากว่างโจวจะช่วยเชื่อมภาคธุรกิจไทยกับจีน เพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยขยายตลาด และต่อยอดความร่วมมือทางธุรกิจได้กว้างขึ้น

สำหรับภาคเอกชนไทย MoU นี้เปิดโอกาสให้พบพันธมิตรจีนที่มีศักยภาพ ทั้งด้านการค้า การผลิต การพัฒนาสินค้า การใช้เทคโนโลยี และการต่อยอดธุรกิจไปยังตลาดจีน ขณะเดียวกันยังเปิดทางให้ธุรกิจจีนที่ต้องการขยายสู่ภูมิภาคอาเซียนเข้ามาเชื่อมกับผู้ประกอบการไทย ผ่านเครือข่ายของ ส.อ.ท. ซึ่งเป็นองค์กรภาคอุตสาหกรรมระดับประเทศที่มีสมาชิกมากกว่า 16,000 ราย ครอบคลุมห่วงโซ่อุตสาหกรรมหลายสาขา

เสริมบทบาทไทยเป็นประตูเชื่อมจีนสู่อาเซียน

ข้อมูลจากฝั่งจีนยังชี้ว่า ไทยเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการขยายตลาดอาเซียนของผู้ประกอบการกว่างโจว เนื่องจากไทยอยู่ในทำเลศูนย์กลางของภูมิภาค และมีฐานอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงกับจีนอยู่แล้ว โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าอุปโภคบริโภค อิเล็กทรอนิกส์ และธุรกิจดิจิทัล

ขณะเดียวกัน ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจไทย–จีนยังมีฐานขนาดใหญ่ โดยจีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของไทยต่อเนื่อง 12 ปี และในปี 2568 มูลค่าการค้าทวิภาคีไทย–จีนอยู่ที่ 153,260 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 14.4% จากปีก่อน ทำให้การเชื่อมโยงระหว่าง ส.อ.ท. กับหอการค้ากว่างโจวมีความหมายมากกว่าการลงนามเชิงพิธีการ แต่เป็นการเปิดเส้นทางให้ผู้ประกอบการสองประเทศใช้ประโยชน์จากเครือข่ายการค้า การลงทุน และการผลิตที่มีอยู่เดิมให้ขยายตัวมากขึ้น

หวัง ฮวนชิ่ง ระบุว่า นครกว่างโจวให้ความสำคัญกับความร่วมมือทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมกับประเทศไทย ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญของจีนในภูมิภาคอาเซียน การลงนามกับ ส.อ.ท. สะท้อนความตั้งใจของทั้งสองฝ่ายในการส่งเสริมการเชื่อมโยงภาคธุรกิจ การค้า การลงทุน และนวัตกรรมระหว่างกัน

เว่ย กั๋วฮวา ได้นำเสนอศักยภาพด้านการลงทุนของนครกว่างโจว รวมถึงโครงการ “Guangdong Products Go Global” ซึ่งมุ่งสนับสนุนผู้ประกอบการจีนในการขยายตลาดต่างประเทศ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางธุรกิจในภูมิภาค

นอกจากไทยจะมีบทบาทเป็นตลาดปลายทางแล้ว MoU นี้ยังช่วยเสริมบทบาทไทยในฐานะฐานเชื่อมโยงจีนกับอาเซียน ทั้งในมิติการค้า การลงทุน การผลิต และเครือข่ายอุตสาหกรรม โดยผู้ประกอบการไทยมีโอกาสเข้าถึงตลาดจีน เทคโนโลยี และพันธมิตรใหม่ ขณะที่ผู้ประกอบการจีนสามารถใช้ไทยเป็นจุดเชื่อมต่อสู่ตลาดอาเซียนที่มีศักยภาพเติบโตต่อเนื่อง

การลงนามระหว่าง ส.อ.ท. และหอการค้ากว่างโจว จึงเป็นก้าวสำคัญของการขยายเครือข่ายธุรกิจไทย–จีนให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น ทั้งการเปิดตลาด การจับคู่ธุรกิจ การดึงเทคโนโลยี การดึงการลงทุน และการวางบทบาทไทยเป็นประตูเชื่อมจีนกับอาเซียนในระยะยาว

ข้อมูลเพิ่มเติม สภาอุตสาหกรรม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง สภาอุตสาหกรรมเปิดยุทธศาสตร์ใหม่

[addtoany]
Ellipse 1
กองบรรณาธิการ Bangkok X