
อรวรรณ หอยจันทร์
ล็อคเลข! แล้วจองเลย บัญชี “CLICX” Virtual Bank แห่งแรกของไทย โดย 3 พันธมิตรใหญ่ “ธ.กรุงไทย-โออาร์-เอไอเอส” เปิดให้จองเลขที่บัญชี 2 มิ.ย.นี้ ตั้งแต่ 6.00 น. ใครจะมูเลขเฮงเก็งเลขเด็ดอะไรก็เลือกได้ แต่ต้องเตรียมให้พร้อมและจองให้ทัน
‘CLICX’ ธนาคารไร้สาขา (Virtual Bank) แห่งแรกของไทย ที่เป็นการผนึกกำลังของ 3 องค์กรธุรกิจใหญ่ คือ ธนาคารกรุงไทย (KTB) บริษัทน้ำมันและการค้าปลีก ปตท. (OR) และค่ายมือถือ AIS บมจ. แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จะเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการในวันที่ 19 มิถุนายน 2569

แต่ก่อนจะเปิดบริการเต็มรูปแบบ “CLICX” เปิดให้ลูกค้าจองเลขบัญชีได้ตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายนนี้ ใครกำลังสนใจอยากเปิดบัญชีกับ Virtual Bank แห่งแรก เตรียมหมายเลขให้พร้อม แล้วไปกดจองให้ทันตั้งแต่ 6.00 น.เป็นต้นไป เริ่มวันที่ 2 ไปจนถึงวันที่ 17 มิถุนายน 2569 โดยลูกค้า 1 คนจองได้เพียง 1 หมายเลขเท่านั้น

ช่องทางการจองเลขบัญชี “CLICX” ให้เลือกจองได้ 3 ช่องทาง บนแอปพลิเคชันของพันธมิตร 3 ราย
-เป๋าตัง แอปทางการของรัฐ ที่เชื่อมต่อกับธนาคารกรุงไทย
–myAIS แอปของ AIS บมจ.แอดวานซ์อินโฟร์ เซอร์วิส
-blueplus+ แอปของ OR บมจ.ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก ในเครือปตท.
วิธีจองไม่ยากเพียงเข้าไปกดที่แบนเนอร์กิจกรรม ภายในแอปพลิเคชันเหล่านี้ กรอกหมายเลขที่ต้องการก็เป็นอันเสร็จ แต่มันก็ไม่ได้ง่ายขนาดนั้น เพราะสิ่งสำคัญ ทุกคนต้องเช็คความพร้อมในการจอง และสิทธิ์การเข้าถึงของแต่ละช่องทางให้เรียบร้อยก่อน
เพื่อดูว่าเราสามารถใช้สิทธิ์จองผ่านแอปเหล่านี้ได้หรือไม่ ยังติดขัดเงื่อนไขอะไรบ้าง ต้องไปจัดการให้เรียบร้อยก่อนวันจองจริง เพื่อความรวดเร็วและเพิ่มโอกาสการจองเลขสวย เลขมงคลที่อาจมีคนแย่งจองกันเป็นจำนวนมาก
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มเลขมงคลเลขเด่นที่หลายคนเลือกไว้ อาจซ้ำกับอีกหลายคนจึงต้องใช้ความรวดเร็ว ในการลงทะเบียนแข่งกับคนจำนวนมาก ดังนั้นการตรวจสอบวิธีการและสิทธิ์ในการจอง จึงควรเตรียมตัวให้พร้อมไว้ก่อน เพื่อในวันจองสามารถทำได้เร็วที่สุด ไม่พลาดเลขที่คาดหวัง

ข้อแนะนำการจองแต่ละแอป
1.การจองผ่านแอป myAIS มีขั้นตอนเตรียมตัว 5 ข้อ เพื่อให้จองได้อย่างรวดเร็ว
-คุณสมบัติ: ต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทย และมีอายุ 15 ปีขึ้นไป
-เครือข่าย: ต้องใช้เบอร์โทรศัพท์ของ AIS ที่จดทะเบียนในนามบุคคลธรรมดา
-ติดตั้งแอป: ดาวน์โหลดและติดตั้งแอปพลิเคชัน myAIS ให้เรียบร้อย
-เช็กการอัปเดตข้อมูล: ตรวจสอบว่าเคยอัปเดตข้อมูลด้วย AIS Check ID แล้วหรือยัง โดยกด *812# โทรออก ถ้ายังไม่มีต้องดำเนินการก่อน
-สมัคร AIS ID: เข้าสู่ระบบและสมัครบริการ AIS ID ผ่านแอป myAIS ให้เสร็จสมบูรณ์

2.จองผ่านแอปเป๋าตัง มี 3 สิ่งที่ต้องเตรียมพร้อม สำหรับการจองผ่านแอปเป๋าตัง (ทำได้เลยทันที)
-อัปเดตแอปให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด: เข้า App Store หรือ Play Store เพื่อกดอัปเดตแอปเป๋าตัง ให้เป็นเวอร์ชันปัจจุบัน ป้องกันแอปค้างหรือเด้งในวันจริง
-สมัครและเปิดใช้งาน “กระเป๋าเงินคนไทย” (G-Wallet) ไว้ล่วงหน้า: ตรวจสอบว่าแอปเป๋าตังของคุณ ผ่านการยืนยันตัวตน (KYC) และสแกนหน้าเรียบร้อยแล้ว ซึ่งหากเคยใช้สิทธิ์โครงการรัฐ หรือเคยเติมเงินใช้งานทั่วไปอยู่แล้ว ถือว่าระบบพร้อมใช้งานทันที
-ตั้งค่าสแกนนิ้วมือ/ใบหน้า (Biometrics): เปิดใช้งานการสแกนนิ้วหรือใบหน้า เพื่อเข้าแอป แทนการกดรหัส PIN 6 หลัก จะช่วยประหยัดเวลาในการเข้าหน้าแอปได้อีก 2-3 วินาที ซึ่งมีผลมากในการแย่งชิงเลขสวย
3.จองผ่านแอป blueplus+ มี 4 ขั้นตอนต้องทำ ดังนี้
-เข้าแอปมารอ: เปิดแอป blueplus+ รอไว้ล่วงหน้า 2 นาที
-กดแบนเนอร์กิจกรรม: เมื่อถึงเวลา 06:00 น. ให้มองหาแบนเนอร์ประชาสัมพันธ์กิจกรรม “จองเลขบัญชี CLICX” ที่หน้าแรกของแอป จากนั้นกดเข้าไประบบจะลิงก์เข้าสู่หน้าจอของ‘CLICX’ โดยตรง
-กรอกตัวเลข: พิมพ์เลขที่ต้องการลงไปในช่องค้นหา
-ยืนยันสิทธิ์: หากเลขยังว่าง ให้รีบกด “ยืนยันการจอง” และแคปเจอร์หน้าจอเก็บหลักฐานทันที
การจองผ่าน blueplus+ จะมีโอกาสได้เลขสูงเพราะคู่แข่งน้อยกว่า เนื่องจากคนส่วนใหญ่จะมุ่งไปที่แอปเป๋าตัง และ myAIS เป็นหลัก ทำให้แอป blueplus+ มีปริมาณคนเข้าใช้งานหนาแน่นน้อยกว่า โอกาสที่ระบบจะล่มหรือค้างจึงต่ำกว่ามาก
แต่ก็มีข้อเสียคือ เป็นระบบลิงก์ข้ามแอป การจองผ่าน blueplus+ มักจะเป็นการกดผ่านแบนเนอร์เพื่อ “เปิดลิงก์เว็บภายนอก” หรือเชื่อมต่อไปยังระบบกลางของ “CLICX” อีกทีหนึ่ง ซึ่งอาจเสียเวลาโหลดหน้าเพจเพิ่มขึ้น 1-2 วินาที ต่างจากเป๋าตัง หรือ myAIS ที่ระบบฝังอยู่ในแอปโดยตรง

วางแผนต้องดีจองผ่านเป๋าตัง
เทคนิคพื้นฐานที่แนะนำ กรณีการจองผ่านแอปเป๋าตัง ซึ่งมีคนลงทะเบียนใช้มากกว่า 40 ล้านคน เพราะเป็นแอปที่รองรับการใช้งานมาตรการของรัฐ คนใช้งานเยอะเพราะคุ้นเคยกว่าแอปอื่นๆ หากเลือกจองผ่านแอปนี้ จึงต้องมีการเตรียมตัวให้พร้อมดังนี้
ขั้นตอนการกดจองผ่านแอปเป๋าตัง ในวันจริงให้เร็วที่สุด ควรเริ่มตั้งแต่ 05.58 น. เปิดแอปเป๋าตังเข้ามารอไว้ล่วงหน้า 2 นาที ควรใช้สัญญาณเน็ตมือถือ (5G) ที่มีความเร็วและเสถียร (หลีกเลี่ยง Wi-Fi สาธารณะ)
พอถึงเวลา 06:00 น. (กดเข้าเมนู) หน้าแรกของแอปเป๋าตังจะขึ้นแบนเนอร์กิจกรรม “จองเลขบัญชี CLICX” หรือให้เข้าไปที่เมนู “บริการ” (Services) แล้วมองหาโลโก้ “CLICX” จากนั้นกดเข้าไปทันที
ขั้นตอนการค้นหาเลข (จุดตัดสินความเร็ว) เมื่อเข้าสู่หน้าจอง ระบบจะมีช่องให้พิมพ์ตัวเลข กรอกเลขที่ต้องการลงไปเลย เลขที่เลือกควรจดไว้ในกระดาษเพื่อง่ายต่อการดู ขณะใช้โทรศัพท์เข้าแอป
ทีนี้มาดูกันว่าควรดำเนินการอย่างไรหลังกดเลขจองไปแล้ว
กรณีที่ 1 (เลขยังว่าง) ระบบจะแสดงเลขบัญชีเต็มรูปแบบขึ้นมา ให้รีบกดปุ่ม “ยืนยันการจองสิทธิ์” ทันที ห้ามเสียเวลาอ่านทวนนาน
ส่วนกรณีที่ 2 (เลขถูกจองแล้ว) หากระบบแจ้งว่ามีผู้ใช้งานอื่นจองแล้ว ห้ามลังเลให้ลบตัวเลขเดิม แล้วพิมพ์เลขสำรองชุดถัดไปทันที ควรเตรียมไว้ล่วงหน้าโดยจดไว้ในกระดาษเช่นกัน แล้วกดค้นหาต่อทันที
เมื่อหน้าจอขึ้นว่า “จองสำเร็จ” ให้บันทึกรูปภาพหน้าจอ (Screencap) เก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อนำไปเปิดบัญชีจริงในแอป “CLICX” วันที่ 19 มิถุนายน 2569 เพียงเท่านี้ก็จะได้หมายเลขบัญชีของ Virtual Bank ที่เราเลือกได้เองเป็นครั้งแรก ส่วนจะดีอย่างที่คาดหวังไว้หรือไม่ คงต้องรอดูกันต่อไป
ส่องเลขมงคลเลขเด่นยอดฮิต
ศาสตร์ของตัวเลขเป็นความเชื่อส่วนบุคคล หลายคนยอมทุ่มเงินจำนวนไม่น้อย เพื่อให้ได้เลขที่ตัวเองต้องการ หรือเลขที่ถูกโฉลกกับตัวเอง จะเป็นเลขอะไรก็ตามถ้ามั่นใจว่าเป็นเลขดีกับตัวเอง ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายที่จะต้องจองมาใช้ให้ได้ มาดูกันว่าเลขมงคลยอดฮิต เขานิยมเลขอะไรกันบ้าง
การเลือกเลขบัญชีเพื่อรับทรัพย์ และกระตุ้นโชคลาภทางการเงิน มีกลุ่มชุดตัวเลขมงคลยอดนิยมตามศาสตร์ตัวเลข ดังนี้
-กลุ่มมหาเศรษฐี เงินก้อนโต (เลขมังกร/เลขหงส์): 789, 289, 879 เหมาะสำหรับคนที่ทำธุรกิจ ค้าขาย หรือต้องการเงินหมุนเวียนจำนวนมาก
-กลุ่มโชคลาภ เงินเข้าไม่ขาดสาย (เลขรับทรัพย์): 68, 86, 39, 79 เน้นดึงดูดเงินสด เงินเสน่หา และการเจรจาค้าขายคล่อง
-กลุ่มเงินเก็บมั่นคง ทรัพย์สินเพิ่มพูน: 56, 65, 46, 64 เหมาะสำหรับคนที่ต้องการให้เงินฝากอยู่นิ่ง ๆ บัญชีเติบโต ไม่รั่วไหล
-กลุ่มเลขตอง/เลขเรียง (จำง่าย บารมีดี): 999, 888, 168 (รวยทางเดียว) หรือเลขเรียงอย่าง 1234, 4567 ช่วยเสริมความราบรื่นในหน้าที่การงาน
หากเป็นคนค้าขายมีเลข “ค้าขายรุ่งเรือง เงินพอกพูน ทำอะไรก็สำเร็จ” ถือเป็นการผสมผสานระหว่างพลังการดึงดูดเงินก้อนใหญ่ + พลังการเก็บออมทรัพย์ + พลังแห่งความสำเร็จ สามารถนำชุดเลขมงคลเหล่านี้ ไปใช้ค้นหาในระบบจองเลขบัญชี “CLICX” ได้ทั้งแบบ 4 ตัวท้าย หรือ 7 ตัวท้าย ตามนี้

1.ชุดเลขแนะนำสำหรับการจอง “4 ตัวท้าย” (จำง่าย ได้ผลเร็ว)
7896 = มหาเศรษฐีเงินพอกพูน (789 ดึงดูดเงินก้อนใหญ่/หมุนเงินก้อนโต + 96 เงินหมุนเวียนเข้ามาไม่ขาดสาย)
2895 = ค้าขายโตไว มีปัญญาเก็บเงิน (289 เลขหงส์เน้นการค้าขาย และโชคลาภ + 56/65 เลขคู่ทรัพย์คู่ปัญญา ช่วยให้เงินพอกพูน ไม่รั่วไหล)
1689 = รวยทางเดียว ทำอะไรก็สำเร็จ (168 ฮก ลก ซิ่ว ตามศาสตร์จีน แปลว่า รวยทุกทาง ค้าขายราบรื่น + 9 ตบท้ายด้วยความเจริญก้าวหน้า และสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง)
3659 = ค้าขายคล่อง ทำสำเร็จทุกโอกาส (36 ค้าขายดี เสน่ห์เมตตา + 65 เงินทองมั่นคง + 59 ทำอะไรก็ประสบความสำเร็จ มีผู้ใหญ่คอยอุปถัมภ์)

2.ชุดเลขแนะนำสำหรับการจอง “7 ตัวท้าย” (จัดเต็มเพื่อความปัง)
หากในระบบเปิดให้เลือกจัดชุดเลขยาว 7 ตัว แนะนำให้ใช้โครงสร้างที่แบ่งเป็น ชุดนำหน้า 3 ตัว = เงินเข้า + ชุดลงท้าย 4 ตัว = เงินอยู่และสำเร็จ ดังนี้
789-2895 (เงินใหญ่ไหลเข้า ค้าขายโตไว มีเงินพอกพูน)
289-1689 (ศาสตร์หงส์ผสมผสานศาสตร์จีน รวยซ้ำรวยซ้อน ทำอะไรก็สำเร็จ)
639-5659 (โชคลาภการค้าดีเยี่ยม เงินทองมั่นคง ปลอดภัย เจริญรุ่งเรือง)
456-3659 (เลขเรียงทรัพย์ ค้าขายเจรจาเด่น เมตตามหานิยม ทำสิ่งใดก็ไร้อุปสรรค)
เลขเหล่านี้เป็นความเชื่อและศรัทธาส่วนบุคคล หลายคนยอมรับหลายคนก็อาจมองแตกต่าง ขึ้นอยู่กับมุมมองและความคิดแต่ละคน ใครอยากได้เลขอะไรลองค้นหาดู แล้วไปกดจองเป็นเลขบัญชีของธนาคารไร้สาขาแห่งแรกของไทยได้เลย จะเฮงหรือปังแค่ไหนยังขึ้นอยู่กับวินัยและวิสัยการประกอบสัมมาชีพที่ต่างกัน “เลือกเลขดีได้แล้ว อย่าลืมทำงานให้เงินในบัญชี งอกเงยอย่างเต็มที่ด้วย”

มาดูกันว่าธนาคารไร้สาขาแห่งแรกของไทย จะตอบโจทย์บริการด้านการเงินให้กับสังคมได้แค่ไหน จะเป็นไปตามเจตนารมณ์ และคุณสมบัติแตกต่างที่ว่า Virtual Bank จะให้ดอกเบี้ยเงินฝากสูงกว่าธนาคารปกติ เพราะต้นทุนดำเนินการต่ำกว่า
Virtual Bank จะทำให้คนทั่วไปที่ไม่ใช่พนักงานประจำ (อาชีพอิสระ) สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น และได้ใช้สินเชื่อในอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าธนาคารทั่วไปแค่ไหน
ภายในไตรมาส 3 ปีนี้คงได้เห็นผลเบื้องต้นชัดเจน หลังเปิดตัวธนาคารไร้สาขารายแรกไปแล้ว ยังมี Virtual Bank อีก 2 ธนาคารที่เตรียมเปิดบริการในปี 2569 นี้
X Info…
ธนาคารไร้สาขาสะดวกรวดเร็วเพื่อรายย่อย
Virtual Bank (ธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา) ในประเทศไทยได้รับการอนุมัติให้จัดตั้งจากกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ทั้งหมด 3 ราย (จากผู้ยื่นสมัครทั้งหมด 5 ราย) โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อลดปัญหาหนี้นอกระบบ และเพิ่มโอกาสให้กลุ่มลูกค้ารายย่อย และ SMEs ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบของธนาคารดั้งเดิม (กลุ่ม Unserved และ Underserved) ได้ใช้บริการทางการเงิน ที่สะดวกและปลอดภัยผ่านช่องทางดิจิทัล 100%
ผู้ผ่านเกณฑ์ทั้ง 3 รายเป็นการผสานความแข็งแกร่ง ระหว่างสถาบันการเงิน ดิจิทัลแพลตฟอร์ม และพันธมิตรระดับโลก ได้แก่
1.CLICX Bank (กรุงไทย – AIS – OR): ผสานความเชี่ยวชาญทางการเงินจาก KTB, เครือข่ายโทรคมนาคมของ AIS และระบบค้าปลีก/น้ำมันของ OR โดยเน้นใช้ข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคกว่า 40-100 ล้านคน เพื่อให้บริการผ่าน Ecosystem
2.Ascend Bank (เครือซีพี): นำโดย Ascend Money (TrueMoney) ต่อยอดฐานผู้ใช้งานแอปฯ TrueMoney และเครือข่าย 7-Eleven เข้าถึงรายย่อย
3.SCBX – WeBank – KakaoBank: ผสานความเชี่ยวชาญของ SCBX กับพันธมิตรระดับโลกอย่าง WeBank และ KakaoBank โดยเน้น AI เทคโนโลยีในการวิเคราะห์สินเชื่อ ที่มาของพันธมิตรน่าสนใจ
โดย WeBank (วีแบงก์) คือธนาคารดิจิทัล (Virtual Bank) แห่งแรกของประเทศจีน และเป็นธนาคารดิจิทัลชั้นนำระดับโลก ก่อตั้งขึ้นในปี 2557 โดยกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ นำโดย Tencent ร่วมกับบริษัทอื่นๆ เป็นธนาคารที่ไม่มีสาขา และไม่มีตู้ ATM
ด้าน KakaoBank เป็นธนาคารดิจิทัล (Digital-only Bank) ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเกาหลีใต้ ให้บริการผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนแบบ 100% ไม่มีสาขา มีจุดเด่น คือ การผสานกับ KakaoTalk โดยใช้งานร่วมกับแอปแชทอันดับ 1 ของเกาหลี ทำให้สามารถโอนเงินให้เพื่อนในรายชื่อผู้ติดต่อได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องใช้เลขบัญชี
นอกจากนี้ยังไร้ค่าธรรมเนียม ฟรีค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม (โอนเงิน ถอนเงินข้ามตู้ ATM ทั่วประเทศ) สมัครง่ายและรวดเร็ว เปิดบัญชีผ่านมือถือได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที มีบริการครบวงจร ตั้งแต่บัญชีเงินฝาก, บัตรเดบิต, สินเชื่อส่วนบุคคล, ไปจนถึงบริการ Stablecoin ที่ผูกกับเงินวอน

เตรียมการ-อนุมัติ 15 เดือน
กระบวนการอนุมัติจัดตั้ง Virtual Bank ทั้ง 3 ธนาคารในประเทศไทย ใช้เวลาพิจารณาและคัดเลือกผู้สมัครรวมทั้งสิ้น 1 ปี 3 เดือน นับตั้งแต่เปิดรับยื่นคำขอ จนถึงวันที่กระทรวงการคลัง ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับความเห็นชอบอย่างเป็นทางการ โดยมีไทม์ไลน์ ดังนี้
มีนาคม – กันยายน 2567 (6 เดือน): ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดรับผู้ยื่นคำขอจัดตั้ง ซึ่งมีผู้ยื่นสมัครรวมทั้งหมด 5 ราย
กันยายน 2567 – มิถุนายน 2568 (9 เดือน): เป็นช่วงที่ ธปท. ใช้เวลาตรวจคุณสมบัติเชิงลึก และคัดเลือกผู้ที่เหมาะสม ก่อนส่งรายชื่อให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พิจารณาอนุมัติขั้นตอนสุดท้าย
19 มิถุนายน 2568 (วันอนุมัติประกาศผล): กระทรวงการคลังและ ธปท. ประกาศรายชื่อผู้ชนะไลเซนส์ทั้ง 3 ราย อย่างเป็นทางการ ได้แก่ กลุ่ม KTB-AIS-OR, กลุ่ม SCBX-KakaoBank และ กลุ่ม Ascend Money (เครือซีพี)
19 มิถุนายน 2569 “CLICX” Virtual Bank รายแรกเปิดบริการอย่างเป็นทางการ ขณะที่อีก 2 กลุ่ม Ascend Bank และ SCBX – WeBank – KakaoBank จะเปิดบริการภายในปี 2569 เช่นเดียวกัน
#VirtualBank #CLICX #ธนาคารไร้สาขา #สินเชื่อรายย่อย #เอสเอ็มอี #Bangkokx
ที่มาของข้อมูล: https://www.clicxbank.com/th
ข่าวที่เกี่ยวข้อง: https://bangkokx.me/bank-22012026/
