“เฉลิม อยู่วิทยา” ครองแชมป์ มหาเศรษฐี อันดับ 1 ของไทย ปี 68
“เฉลิม อยู่วิทยา” ครองแชมป์ มหาเศรษฐี อันดับ 1

“เฉลิม อยู่วิทยา” ครองแชมป์ มหาเศรษฐี อันดับ 1 ของไทย ปี 68 ต่อเนื่อง เป็นปีที่ 2 ตามรายงานของ นิตยสาร Forbes Thailand  เผยการจัดอันดับทำเนียบ 50 มหาเศรษฐีไทย ประจำปี 2568

ถึงแม้ปี 2568 เศรษฐกิจของไทย จะมีอัตราการเติบโตต่ำกว่า 2% เมื่อเทียบกับปี 2567 ท่ามกลางความตึงเครียดด้านการค้า และ ความไม่แน่นอนทางการเมือง ที่เพิ่มมากขึ้น

แม้ว่าค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น จะช่วยชดเชยการร่วงลง 14% ของดัชนีตลาดหุ้นไทยเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ จากการรวบรวมของ นิตยสาร Forbes Thailand โดยใช้ข้อมูลการถือหุ้น และ ข้อมูลทางการเงินที่ได้รับจากครอบครัว และ บุคคล ที่เกี่ยวข้อง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ นักวิเคราะห์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ หน่วยงานกำกับดูแล

โดยมีการรวบรวมครอบคลุมถึงทรัพย์สินของครอบครัว รวมถึงทรัพย์สินที่ครอบครัวขยายหลายชั่วอายุคนแบ่งปันกัน ทรัพย์สินในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย คำนวณจากราคาหุ้น และ อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 13 มิถุนายน 2568

บริษัทเอกชนประเมินมูลค่า โดยพิจารณาจากการเปรียบเทียบ กับบริษัทที่คล้ายคลึงกันที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ข้อมูลการจัดอันดับนี้อาจรวมถึงพลเมืองต่างชาติที่มีธุรกิจ ที่อยู่อาศัย หรือ ความผูกพันอื่นๆ กับประเทศ หรือ พลเมืองที่ไม่ได้อาศัยอยู่ในประเทศ แต่มีความผูกพันทางธุรกิจหรืออื่นๆ กับประเทศอย่างมีนัยสำคัญ

พบว่า ทรัพย์สินของมหาเศรษฐีไทย มีการเพิ่มขึ้นอย่างมาก ของความมั่งคั่งของสามอันดับแรก ช่วยผลักดันให้มูลค่าทรัพย์สินรวมของ 50 มหาเศรษฐีไทยเพิ่มขึ้นมากกว่า 11% เป็น 170,500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

“เฉลิม อยู่วิทยา”  ครองแชมป์ มหาเศรษฐี อันดับ 1

จากผลการสำรวจ พบว่า โดยรวมแล้ว มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ของเกือบครึ่งหนึ่งของ ผู้ที่อยู่ในลิสต์เพิ่มขึ้น โดยผู้ที่มูลค่าทรัพย์สินเพิ่มขึ้น มากที่สุดในแง่ตัวเงิน คือ ครอบครัว Red Bull ที่นำโดย เฉลิม อยู่วิทยา ซึ่งครองอันดับ 1 ติดต่อกันเป็นปีที่สอง ทรัพย์สินของพวกเขาพุ่งขึ้นแตะสถิติใหม่ ที่ 4.45 หมื่นล้านเหรียญ

เนื่องจากรายได้ประจำปีของยักษ์ใหญ่ เครื่องดื่มชูกำลัง เพิ่มขึ้นเป็น 1.12 หมื่นล้านยูโร (1.29 หมื่นล้านเหรียญ) ในปี 2024 จากยอดขายเกือบ 1.3 หมื่นล้านกระป๋องทั่วโลก

อันดับสอง คือ พี่น้องเจียรวนนท์ แห่งกลุ่มเครือเจริญโภคภัณฑ์ ยังคงรักษาอันดับเศรษฐีอันดับสอง ของประเทศไว้ได้ โดยมีมูลค่าทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 23% เป็น 3.57 หมื่นล้านเหรียญ

กลุ่มนี้เดินหน้าลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลต่อเนื่อง ล่าสุดจับมือกับ BlackRock ลงทุน 1 พันล้านเหรียญ เพื่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ และบริษัทย่อยด้านฟินเทค Ascend Money ก็เพิ่งได้รับอนุมัติให้จัดตั้ง Virtual Bank

 สารัชถ์ รัตนาวะดี มหาเศรษฐีด้านพลังงานและโทรคมนาคม ขยับขึ้นสองอันดับ จากอันดับที่ 5 มาครองอันดับสาม เป็นครั้งแรกด้วยทรัพย์สิน 1.2 หมื่นล้านเหรียญ

หลังจากควบรวมกิจการระหว่าง Gulf Energy Development กับ Intouch Holdings และนำบริษัทที่ควบรวมแล้วเข้าจดทะเบียนในชื่อ Gulf Development เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา

ด้าน เจริญ สิริวัฒนภักดี เจ้าพ่อน้ำเมา มูลค่าทรัพย์สินแทบไม่เปลี่ยนแปลงอยู่ที่ 1.05 หมื่นล้านเหรียญ ส่งผลให้ตกมาอยู่อันดับสี่ โดยเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เขาได้โอนหุ้นบางส่วนให้ลูกทั้งห้าคน แต่ในฐานะผู้ก่อตั้งกลุ่ม ทรัพย์สินยังคงถูกนับรวมในชื่อของเขา

สำหรับตระกูล จิราธิวัฒน์ ซึ่งอยู่ในธุรกิจค้าปลีก มูลค่าทรัพย์สินลดลง 13% เหลือ 8.6 พันล้านเหรียญ ท่ามกลางบรรยากาศการใช้จ่ายของผู้บริโภค ที่ซบเซา

โดยเมื่อเดือนตุลาคม ปีที่แล้ว กลุ่มได้พันธมิตรใหม่ คือ กองทุนเพื่อการลงทุนสาธารณะของซาอุดีอาระเบีย (PIF) ที่เข้าซื้อหุ้น 40% ในร้านค้าปลีกหรู Selfridges จาก Signa Holdings ของออสเตรีย (ซึ่งกลุ่ม Central ยังคงถือหุ้น 60%)

19 มหาเศรษฐี สินทรัพย์ ลด

ในปีนี้มีมหาเศรษฐีทั้งหมด 19 ราย ที่มูลค่าทรัพย์สินลดลง โดย ประยุทธ มหากิจศิริ เจ้าพ่อกาแฟ มูลค่าทรัพย์สินลดลงอย่างเห็นได้ชัด หลังจากบริษัทร่วมทุน ระหว่าง PM Group กับ เนสท์เล่ สิ้นสุดลง

นอกจากนี้ยังมี เจ้าสัวใหญ่สองท่านที่เสียชีวิต หลังการจัดอันดับครั้งก่อน ได้แก่ วานิช ไชยวรรณ ประธานกิตติมศักดิ์ของไทยประกันชีวิต และ พงษ์ศักดิ์ วิทยากร ผู้ร่วมก่อตั้งโรงพยาบาล Bangkok Dusit Medical Services ซึ่งต่อมาได้ขยายธุรกิจดูแลสุขภาพภายใต้ Principal Capital โดยทรัพย์สินของทั้งสองตระกูลถูกจัดอันดับภายใต้ชื่อครอบครัว ไชยวรรณและ วิทยากร

แม้เกณฑ์มูลค่าทรัพย์สินขั้นต่ำ เพื่อเข้าลิสต์ จะลดลงเหลือ 420 ล้านเหรียญ จาก 550 ล้านเหรียญในปีที่แล้ว แต่ก็มีเศรษฐี 4 รายที่หลุดจากการจัดอันดับ โดยผู้ที่หายไปอย่างน่าจับตาคือ สมโภชน์ อาหุนัย เจ้าพลังงานหมุนเวียน หลังจากบริษัท Energy Absolute เผชิญปัญหาทางการเงิน

สำหรับ 10 อันดับแรก มหาเศรษฐีไทย ประจำปี 2568 มีดังต่อไปนี้

  1. เฉลิม อยู่วิทยา และครอบครัว ทรัพย์สิน 4.45 หมื่นล้านเหรียญ หรือ 1.44 ล้านล้านบาท
  2. พี่น้องเจียรวนนท์ ทรัพย์สิน 3.57 หมื่นล้านเหรียญ หรือ 1.16 ล้านล้านบาท
  3. สารัชถ์ รัตนาวะดี ทรัพย์สิน 1.2 หมื่นล้านเหรียญ หรือ 3.90 แสนล้านบาท
  4. เจริญ สิริวัฒนภักดี และครอบครัว ทรัพย์สิน 1.05 หมื่นล้านเหรียญ หรือ 3.41 แสนล้านบาท
  5. ครอบครัวจิราธิวัฒน์ ทรัพย์สิน 8.6 พันล้านเหรียญ หรือ 2.79 แสนล้านบาท
  6. ครอบครัวไชยวรรณ ทรัพย์สิน 4.2 พันล้านเหรียญ หรือ 1.36 แสนล้านบาท
  7. อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา และครอบครัว ทรัพย์สิน 3.5 พันล้านเหรียญ หรือ 1.14 แสนล้านบาท
  8. ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ทรัพย์สิน 3.4 พันล้านเหรียญ หรือ 1.10 แสนล้านบาท
  9. เสถียร เสถียรธรรมะ ทรัพย์สิน 2.6 พันล้านเหรียญ หรือ 8.44 หมื่นล้านบาท
  10. พรเทพ พรประภา และครอบครัวทรัพย์สิน 2.2 พันล้านเหรียญ หรือ 7.14 หมื่นล้านบาท

ที่มาของข้อมูล : https://forbesthailand.com/forbes-lists/thailand-richest

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : https://bangkokx.me/imd-competitive-19062025/

[addtoany]
Ellipse 1
กองบรรณาธิการ Bangkok X