พาณิชย์ ชี้แจง ข้อเท็จจริง กฎหมาย “สต๊อกข้าว”
พาณิชย์ ชี้แจง ข้อเท็จจริง กฎหมาย

พาณิชย์ ชี้แจง ข้อเท็จจริง กฎหมาย เกี่ยวกับ การแก้ไขสต๊อกข้าว มีการจัดทำประชาพิจารณ์ มีผู้เข้ามาแสดงความเห็น 74 ราย เห็นด้วย 71 ราย ไม่เห็นด้วย 3 ราย

 

กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ได้ออกหนังสือ ชี้แจง ข้อเท็จจริง การแก้ไข กฏหมายสต๊อกข้าว โดยระบุว่า ทาง กรมการค้าภายใน ได้มีการปรับปรุง เงื่อนไข สต๊อกข้าวสาร ของ ผู้ส่งออก จากการประชุม เมื่อ วันที่ 17 มกราคม 2568

โดย กรมการค้าภายใน ได้จัดประชุม คณะกรรมการ ปฏิบัติการ ตาม พระราชบัญญัติการค้าข้าว พุทธศักราช 2489 ครั้งที่ 1/2568 ซึ่งมีประเด็น การพิจารณา เกี่ยวกับ การปรับปรุงเงื่อนไข สต๊อกข้าวสาร ของผู้ส่งออก ตาม ประกาศ คณะกรรมการปฏิบัติการ ตามพระราชบัญญัติ การค้าข้าว พุทธศักราช 2489 ฉบับที่ 150 พ.ศ. 2560

เรื่อง การให้ ผู้ประกอบการค้าข้าว ขออนุญาต ประกอบการค้าข้าว การกำหนดเงื่อนไข ใน หนังสืออนุญาต ให้ประกอบการค้าข้าว และ การสั่งถอนหนังสือ อนุญาตให้ ประกอบการค้าข้าว ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย ฉบับที่ 153 พ.ศ. 2567 โดยเสนอปรับปรุงเงื่อนไขสต๊อกข้าว ดังนี้

 

ประเภทการจดทะเบียน

 

ประเภทผู้ค้าข้าว

สต๊อก (ตัน)
เดิม ปรับเป็น
1. กลุ่มเกษตรกรและสหกรณ์ ผู้ส่งออกทั่วไป ได้รับยกเว้น คงเดิม
ผู้ส่งออกข้าวสาร

บรรจุกล่องหรือหีบห่อ

 

ไม่กำหนด

 

คงเดิม

2. ผู้ประกอบการ

(แบ่งแยกตามทุนจดทะเบียน)

5-10 ล้านบาท  

ผู้ส่งออกทั่วไป

500 100
10-20 ล้านบาท 500 คงเดิม
> 20 ล้านบาท 1,000 คงเดิม
ไม่กำหนดทุนจดทะเบียน ผู้ส่งออกข้าวสาร

บรรจุกล่องหรือหีบห่อ

 

ไม่กำหนด

 

คงเดิม

พาณิชย์ ชี้แจง ข้อเท็จจริง กฎหมาย “สต๊อกข้าว”

ประชาพิจารณ์ เห็นชอบ 71 ราย คักค้าน 3 ราย

ภายหลังจากที่มีการ แก้ไข กรมการค้าภายใน ได้ดำเนินการ จัดทำประชาพิจารณ์ ตามระเบียบ เป็นระยะเวลา 15 วัน ตั้งแต่วันที่ 2 – 16 มกราคม 2568 โดยมีผู้ เข้ามาแสดง ความคิดเห็น จำนวน 74 ราย เป็นผู้เห็นด้วย กับ แนวทางที่เสนอจำนวน 71 ราย และ ไม่เห็นด้วย จำนวน 3 ราย

โดยผู้ที่ไม่เห็นด้วย ต้องการให้ ยกเลิก ไม่ให้มีสต๊อกข้าว ซึ่ง ฝ่ายเลขาฯ (กรมการค้าภายใน) เห็นว่า สต๊อกสำหรับรายกลาง ยังมีความจำเป็นอยู่ เนื่องจากใช้ ในการประกอบการติดตาม เรื่อง การส่งมอบสินค้า และ รักษาภาพลักษณ์ของ “ข้าวไทย” หาก ไม่มีสต๊อก แล้วเกิดการไม่ส่งมอบข้าว จะทำให้ภาพลักษณ์ ของข้าวไทย ที่มีการส่งออก มาอย่างยาวนาน เสียหายได้ จึงยังคงสต๊อกไว้ สำหรับรายกลาง ขึ้นไป

ในส่วนประเด็น การปรับปรุงเงื่อนไข สต๊อกข้าวสาร ของผู้ส่งออก ตามกฎหมาย ของ กรมการค้าภายใน กรมการค้าต่างประเทศ ไม่ได้คัดค้านในเรื่องดังกล่าว แต่อย่างใด ที่ประชุมได้พิจารณา และ เห็นชอบ การปรับปรุง เงื่อนไขสต๊อกข้าวสาร ของ ผู้ส่งออก ตามประกาศ คณะกรรมการ ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติ การค้าข้าว พุทธศักราช 2489 ฉบับที่ 150 พ.ศ. 2560

จากเดิม กำหนดให้ บริษัทที่มีทุนจดทะเบียน ไม่เกิน 20 ล้านบาท ต้องมีสต๊อกข้าวสาร 500 ตัน ขึ้นไป และ ทุนจดทะเบียนเกิน 20 ล้านบาท ต้องมี สต๊อกข้าวสาร 1,000 ตันขึ้นไป เป็น ให้ บริษัทที่มี ทุนจดทะเบียนไม่เกิน 10 ล้านบาท มีสต๊อกข้าวสาร 100 ตันขึ้นไป นอกเหนือจากนี้ คงเดิม

ลดระยะเวลาขึ้นทะเบียน จาก 3 วัน เป็น 30 นาที

 

ในขณะที่ การดำเนินการของ กรมการค้าต่างประเทศ ได้มีการปรับปรุงกฎระเบียบ เพื่อลดระยะเวลา การขึ้นทะเบียน เป็นผู้ ส่งออกข้าว จากเดิมซึ่งใช้เวลา ถึง 3 วัน ให้เหลือเพียง 30 นาที

โดยมอบอำนาจให้ ผู้อำนวยการ กองบริหารการค้าข้าว ปฏิบัติราชการแทน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ในการพิจารณา รับขึ้นทะเบียน เป็นผู้ส่งออกข้าว ตั้งแต่ วันที่ 27 ธันวาคม 2567

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ สามารถดำเนินการ ขึ้นทะเบียน ผ่านทาง ระบบอิเล็กทรอนิกส์ DFT SMART – I โดย ในปี 2568 มีผู้ส่งออก มาขึ้นทะเบียน รวมทั้งสิ้น จำนวน 47 ราย ซึ่งคิดเป็นกว่า 20% ของผู้ส่งออกข้าว ที่ขึ้นทะเบียนทั้งหมด และ ส่งออก อย่างต่อเนื่อง

ผู้ส่งออก ผู้ประกอบการ วิสาหกิจชุมชน และ SMEs ผู้สนใจส่งออก รายย่อย สามารถติดต่อสอบถาม ขั้นตอนการส่งออกข้าว ได้ที่ กองบริหารการค้าข้าว กรมการค้าต่างประเทศ โทร. 02-547-5138 หรือ

www.dft.go.th

สายด่วน 1385

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : https://bangkokx.me/thai-india-10012026/

———————————————–

กรมการค้าต่างประเทศ

[addtoany]
Ellipse 1
กองบรรณาธิการ Bangkok X