
68% ชาวเน็ต ไทย กังวล จุดยืน ด้าน การต่างประเทศ แล ะวิกฤตพลังงาน จาก สถานการณ์ การสู้รบในอ่าวเปอร์เซีย ระหว่าง สหรัฐอเมริกา อิสราเอล กับ อิหร่าน
เรียลวอทช์ แล๊ป (RealWatch Lab) ส่วนวิจัย และ วิเคราะห์ข้อมูล (Research and Data Analytics) บริษัท เรียล สมาร์ท จำกัด (มหาชน) บริษัท ด้าน AI-Transformation และ AI-Data Driven Technology เปิดเผยถึง ผลสำรวจความกังวลของชาวเน็ตไทย หลังจากที่ สหรัฐอเมริกา และ อิสราเอล โจมตี อิหร่าน เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 และ ทำให้เกิด สงครามยืดเยื้อมาตลอด 10 วันที่ผ่านมา
โดยมีการสำรวจความเห็น ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ หลังเกิดเหตุการณ์ ถึงวันที่ 10 มีนาคม 2569 ในทุกแพลตฟอร์ม โซเชียลมีเดีย จำนวน 34,009 ข้อความ ที่เขียน และ พูดถึง ความกังวล หลังเกิดเหตุการณ์ ความขัดแย้ง พบว่า
อันดับแรก ที่ชาวเน็ตไทย มีความกังวลมากสุด คิดเป็น สัดส่วน 37% ของทุกข้อความ เป็นเรื่อง จุดยืน ด้านการต่างประเทศของไทย ต่อ สถานการณ์ ความขัดแย้งที่เกิดขึ้น โดยชาวเน็ต ส่วนใหญ่ ระบุว่า ต้องการให้ รัฐบาลไทย วางตัวเป็นกลาง กับ สถานการณ์ ดังกล่าว
68% ชาวเน็ต ไทย กังวล วิกฤตพลังงาน
อันดับสอง คิดเป็น สัดส่วน 31% เป็นความกังวล เกี่ยวกับ ผลกระทบด้านราคาพลังงาน ที่จะเกิดขึ้น ซึ่งจะ ส่งผลกระทบ กับ เศรษฐกิจไทย โดยความเห็น ส่วนใหญ่ กังวลว่า ราคาน้ำมัน จะปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลกระทบกับ ค่าครองชีพ รวมไปถึง ผลกระทบกับ เศรษฐกิจไทย
เพราะ หลังจากสถานการณ์ ความขัดแย้ง ที่เกิดขึ้น ธนาคารโลก คาดการณ์ว่า ถ้าสถานการณ์ สงครามยืดเยื้อ จะส่งผลให้ ราคาน้ำมัน ปรับตัวเพิ่มขึ้น 10-13% อยู่ที่ 80-82 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อ บาร์เรล และ มีความเป็นไปได้ ที่จะขึ้นไปแตะ 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อ บาร์เรล
การปรับสูงขึ้น ของราคาน้ำมัน จะทำให้ อัตราเงินเฟ้อ ปรับตัวสูงขึ้น 0.5-0.8% แนวโน้มดังกล่าว ส่งผลให้ เศรษฐกิจโลก มีแนวโน้มที่ จะปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.6% จากเดิมที่ คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจโลก จะเติบโต ที่ 3.3%
ในขณะที่ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้ วิเคราะห์ ผลกระทบ จากสถานการณ์ ที่เกิดขึ้น กับ เศรษฐกิจไทย ออกเป็น 2 ฉากทัศน์
ฉากทัศน์ แรก คือ ถ้าสงครามกระจายตัว ไปทั่วภูมิภาค ตะวันออกลาง และ สิ้นสุดลงภายใน 1 เดือน การขนส่งทางทะเล ผ่านช่องแคบฮอร์มุช จะได้รับ ผลกระทบระยะสั้น
สถานการณ์ดังกล่าว จะทำให้ราคาน้ำมันดิบโลก อยู่ในช่วง 95-105 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อ บาร์เรล ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจไทย ปี 2569 เติบโตประมาณ 1.6% ลดลง จากเดิม ที่คาดการณ์ไว้ว่า จะเติบโตที่ 2%
ฉากทัศน์ที่ 2 กรณีที่ สงครามยกระดับ หรือ ขยายวงกว้าง ครอบคลุม ตะวันออกกลาง และ ยืดเยื้อ ช่องแคบฮอร์มุช ถูกปิด และ ไม่สามารถ ขนส่งน้ำมัน ได้
ส่งผลกระทบต่อ ห่วงโซ่อุปทานโลก (Global Supply Chain) จะทำให้ ราคาน้ำมันขึ้นไปอยู่ที่ 115-125 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อ บาร์เรล ซึ่งจะส่งผลกระทบ ให้เศรษฐกิจไทย เติบโต เพียง 1.3% จากเดิม ที่คาดว่าจะเติบโต ที่ 2%
ความเสี่ยง ด้านความมั่นคง และ ความปลอดภัยแรงงานไทย
ในขณะที่ความกังวล อันดับสาม เป็นเรื่อง ความเสี่ยงจากสงคราม และ ภัยความมั่นคง คิดเป็นสัดส่วน 24% โดยความเห็น ของชาวเน็ตกังวลว่า สงครามจะบานปลาย จนเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 หรือ รุนแรงขึ้นหรือไม่ และ จะกระทบกับ ประเทศไทย หรือไม่อย่างไร
อันดับสี่ เป็นความกังวล เรื่องของข้อมูลข่าวสาร ที่ได้รับว่า เป็นข้อมูลเท็จ หรือ มีการบิดเบือนหรือไม่ จากทั้งสองฝ่าย คิดเป็นสัดส่วน 5%
และ อันดับห้า เป็นความกังวล เกี่ยวกับ ความปลอดภัยของแรงงานไทย ที่ทำงานอยู่ในพื้นที่ ความขัดแย้ง คิดเป็นสัดส่วน 3%
โดยข้อความส่วนใหญ่ จะแสดงความห่วงใย ต่อ ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ เกิดเหตุ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : https://bangkokx.me/usa-iran-war-09032026/
ที่มาของข้อมูล : https://www.realsmart.co.th/
