ศุภจีดัน FTA ไทย EU รอบ 9 ชวนฝรั่งเศสใช้ไทยเป็นประตูสู่อาเซียน หวังเพิ่มการค้า 40%
1779759523885

ศุภจีร่วมทีมไทยแลนด์ถกสมาคมนายจ้างฝรั่งเศส ชูไทยเป็นฐานเชื่อมเอเชียและอาเซียน ก่อนเจรจา FTA ไทย EU รอบ 9 ที่บรัสเซลส์ปลายเดือนมิถุนายน 2569 ไทยคาดความตกลงช่วยเพิ่มศักยภาพการค้ากับสหภาพยุโรปอย่างน้อย 40% แต่ผลลัพธ์จริงยังขึ้นอยู่กับการลดภาษี มาตรฐานสินค้า และความพร้อมของผู้ประกอบการไทย

FTA ไทย EU รอบ 9 ศุภจีถกสมาคมนายจ้างฝรั่งเศสชวนใช้ไทยเป็นประตูสู่อาเซียน

ศุภจีดัน FTA ไทย EU รอบ 9 ชวนฝรั่งเศสใช้ไทยเป็นประตูสู่อาเซียน

FTA ไทย EU เตรียมเข้าสู่การเจรจารอบ 9 ที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2569 หลังไทยเดินหน้าหารือกับภาคธุรกิจฝรั่งเศส เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน และผลักดันไทยเป็นฐานเชื่อมโยงตลาดเอเชียและอาเซียน

ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถ้อยแถลงในการพบหารือกับสมาคมนายจ้างฝรั่งเศส หรือ MEDEF International ในรูปแบบ Breakfast Roundtable ที่กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 โดยมีอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน

ศุภจีระบุว่า ไทยให้ความสำคัญกับการยกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนกับฝรั่งเศส พร้อมเชิญชวนภาคธุรกิจฝรั่งเศสใช้ประเทศไทยเป็นฐานเชื่อมโยงสู่เอเชียและอาเซียน ท่ามกลางบริบทการค้าโลกที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุคใหม่

ปี 2569 ยังเป็นวาระสำคัญของความสัมพันธ์ไทย–ฝรั่งเศส เนื่องจากเป็นปีครบรอบ 170 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต และครบรอบ 340 ปีของการติดต่อครั้งแรกระหว่างสองประเทศ สะท้อนความสัมพันธ์ที่ต่อเนื่องทั้งในมิติการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม

ไทย–ฝรั่งเศสค้ากันปีละกว่า 5,000 ล้านดอลลาร์

ในมิติเศรษฐกิจ ไทยและฝรั่งเศสมีมูลค่าการค้าระหว่างกันมากกว่า 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ขณะที่ปัจจุบันมีบริษัทฝรั่งเศสมากกว่า 290 แห่งดำเนินธุรกิจในประเทศไทย และสร้างการจ้างงานคุณภาพสูงกว่า 45,000 ตำแหน่ง

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า ฝรั่งเศสไม่ได้เป็นเพียงคู่ค้าของไทยในยุโรป แต่เป็นหนึ่งในฐานการลงทุนสำคัญที่เชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรม บริการ เทคโนโลยี และห่วงโซ่อุปทานของไทย

ศุภจีระบุว่า ไทยยึดหลักสำคัญ 3 ประการในการสร้างความร่วมมือกับประเทศหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ ได้แก่ ผลประโยชน์ร่วมกัน มาตรฐานและคุณภาพระดับสูง และการเป็นพันธมิตรที่เปิดกว้างและสมดุลกับทุกฝ่าย

“ไทยให้ความสำคัญกับการสร้างความร่วมมือที่ทุกฝ่ายได้รับประโยชน์ร่วมกัน เพราะนั่นคือพื้นฐานของความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว” ศุภจีกล่าว

FTA ไทย EU รอบ 9 จับตาประเด็นคงค้าง

สำหรับ ความตกลงการค้าเสรีไทย EU ศุภจีระบุว่า ไทยให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการผลักดันการเจรจาให้แล้วเสร็จโดยเร็ว หลังเริ่มกระบวนการเจรจามาประมาณ 2 ปี และผ่านการหารือแล้ว 8 รอบ

การ เจรจารอบ 9 มีกำหนดจัดขึ้นช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2569 ที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม โดยไทยตั้งเป้าสรุปประเด็นคงค้างให้ได้โดยเร็วที่สุด เพื่อเปิดทางให้ความตกลงเดินหน้าไปสู่การปิดดีล

รัฐบาลไทยประเมินว่า หากสำเร็จจะช่วยเพิ่มศักยภาพการเติบโตทางการค้าระหว่างไทยกับสหภาพยุโรปได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยคาดว่าจะเพิ่มโอกาสการขยายตัวทางการค้าได้อย่างน้อย 40%

อย่างไรก็ตาม ตัวเลข 40% ดังกล่าวเป็นการประเมินศักยภาพทางการค้า ไม่ใช่การขยายตัวที่จะเกิดขึ้นทันทีหลังลงนามความตกลง เพราะผลลัพธ์จริงยังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งการลดภาษีนำเข้า การลดอุปสรรคทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี มาตรฐานสินค้า กฎถิ่นกำเนิดสินค้า และความสามารถของผู้ประกอบการไทยในการใช้สิทธิจาก FTA

ไทยชูประตูสู่อาเซียน ดึงลงทุนยุโรป

ศุภจียังเน้นจุดแข็งของไทยในฐานะ “ประตูสู่อาเซียนและเอเชีย” โดยระบุว่า ไทยมีข้อได้เปรียบด้านภูมิรัฐศาสตร์และที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ อยู่ใจกลางเอเชีย และเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญของเส้นทางเศรษฐกิจเหนือ–ใต้ และตะวันออก–ตะวันตกของภูมิภาค

ทำเลดังกล่าวทำให้ไทยมีศักยภาพสำหรับบริษัทต่างชาติที่ต้องการขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดอาเซียน โดยเฉพาะบริษัทฝรั่งเศสที่มองหาโอกาสในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นอกจากการค้าและการลงทุน ไทยยังต้องการยกระดับบทบาทในห่วงโซ่มูลค่าโลกและภูมิภาค จากเดิมที่เป็นผู้ส่งออกสินค้า ไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายการผลิต ระบบนิเวศนวัตกรรม ความร่วมมือด้านเทคโนโลยี และห่วงโซ่อุปทานที่มีความน่าเชื่อถือ

วัดผลจริงจากผู้ประกอบการ

การเจรจา FTA คาดหวังให้ช่วยเพิ่มโอกาสทางการค้า แต่ประโยชน์ที่ไทยจะได้รับจริงยังขึ้นอยู่กับการปรับตัวของภาคธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่ต้องยกระดับมาตรฐานสินค้าและกระบวนการผลิตให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของตลาดยุโรป

ตลาด EU เป็นตลาดที่มีมาตรฐานสูง ทั้งด้านคุณภาพสินค้า ความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม แรงงาน และความยั่งยืน ดังนั้น FTA ฉบับนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือเปิดตลาด แต่ยังเป็นแรงผลักให้ไทยปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่สินค้าและบริการที่มีมูลค่าสูงขึ้น

รัฐบาลไทยระบุว่า จะเดินหน้าพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ยกระดับทักษะแรงงาน และสนับสนุนผู้ประกอบการและ SME ผ่านการพัฒนาทักษะใหม่และการปรับทักษะ เพื่อรองรับการลงทุนและสร้างความพร้อมต่อเศรษฐกิจโลกยุคใหม่

ศุภจีกล่าวว่า ไทยมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและลึกซึ้งยิ่งขึ้นกับฝรั่งเศส บนพื้นฐานของผลประโยชน์ร่วมกัน ความไว้วางใจ มาตรฐานระดับสูง และการเป็นพันธมิตรที่เปิดกว้างกับทุกฝ่าย

ภายในงานยังมีสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เข้าร่วมด้วย

บริษัทชั้นนำของฝรั่งเศสที่เข้าร่วมหารือ ได้แก่ Imerys S.A., Airbus, Essilor, IN Groupe และ Thales LAS France SAS

ข้อมูลเพิ่มเติม : ทีมไทยแลนด์ ดัน FTA ไทย-EU ลุยเปิดตลาดยุโรป ขยายส่งออกสินค้าไทย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ศุภจี” ระบุ กติกาการค้าใหม่ “

[addtoany]
Ellipse 1
กองบรรณาธิการ Bangkok X