พาณิชย์คงเป้าส่งออกปี 69 โต 3% หลังเม.ย.ขยายตัว 23.1% แม้นำเข้าสูงจนขาดดุลการค้าสูงสุด
พาณิชย์คงเป้าส่งออกปี 2569 โต 3% หลังส่งออกเมษายนขยายตัว 23.1%

พาณิชย์คงเป้าส่งออกปี 2569 ขยายตัวเฉลี่ย 3% หลังตัวเลขส่งออกเดือนเมษายนยังโตแรง 23.1% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 22 แม้การนำเข้าเพิ่มขึ้น 45% จากเชื้อเพลิง สินค้าทุน และวัตถุดิบ ทำให้ไทยขาดดุลการค้ารายเดือนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยกระทรวงพาณิชย์ประเมินว่า การนำเข้าที่เพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งยังเชื่อมโยงกับการลงทุน การผลิต และการส่งออกในระยะถัดไป

นันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า หรือ สนค. เปิดเผยว่า การส่งออกไทยเดือนเมษายน 2569 มีมูลค่า 31,583.0 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,022,354 ล้านบาท ขยายตัว 23.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเป็นการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 22

หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย การส่งออกไทยยังขยายตัว 25.7% สะท้อนว่าแรงส่งไม่ได้มาจากสินค้าผันผวนเพียงบางรายการ แต่ยังมาจากกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมและสินค้าเกษตรที่มีความต้องการต่อเนื่องในหลายตลาด

ส่งเออก เม.ย. 2569

พาณิชย์คงเป้าส่งออกปี 2569

กระทรวงพาณิชย์ประเมินกรอบการส่งออกทั้งปี 2569 อยู่ระหว่างติดลบ 3% ถึงบวก 8% หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 320,000–360,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยค่ากลางที่มีความเป็นไปได้สูงอยู่ที่บวก 3% หรือประมาณ 340,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

จากตัวเลขส่งออก 4 เดือนแรกของปี 2569 ที่มีมูลค่า 127,752.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 18.9% หมายความว่า ในช่วง 8 เดือนที่เหลือของปี ไทยต้องทำยอดส่งออกเพิ่มอีกประมาณ 220,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเฉลี่ยมากกว่า 27,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน เพื่อให้การส่งออกทั้งปีเป็นไปตามเป้าหมาย

นันทพงษ์ระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามในช่วงที่เหลือของปี ได้แก่ วัฏจักรการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ราคาพลังงาน สินค้าเกษตรและอาหาร รวมถึงกิจกรรมผลักดันตลาดต่างประเทศของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งจะมีผลต่อแรงส่งของภาคส่งออกในช่วงครึ่งหลังของปี

ส่งออกเม.ย.โตต่อเนื่องจากสินค้าอุตสาหกรรมและผลไม้

การส่งออกเดือนเมษายนได้รับแรงหนุนจากหลายกลุ่มสินค้า ทั้งอิเล็กทรอนิกส์ รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า อัญมณีและเครื่องประดับ รวมถึงผลไม้ไทยตามฤดูกาล เช่น ทุเรียน เงาะ และลิ้นจี่ ที่ยังมีความต้องการสูงในตลาดต่างประเทศ

สนค. ระบุว่า ตลาดส่งออกส่วนใหญ่ยังขยายตัวได้ดีตามการฟื้นตัวของภาคการผลิตและการบริโภคในหลายประเทศ ขณะเดียวกัน ผู้นำเข้าบางส่วนเร่งสั่งซื้อสินค้าเพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนด้านราคา และความกังวลต่อการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน

ภาพรวม 4 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออกไทยมีมูลค่า 127,752.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 18.9% และหากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย จะขยายตัว 19.1%

นำเข้า เม.ย.2569

นำเข้าเพิ่ม 45% จากเชื้อเพลิง สินค้าทุน และวัตถุดิบ

อีกด้านหนึ่ง การนำเข้าเดือนเมษายน 2569 มีมูลค่า 41,604.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 45% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเป็นระดับนำเข้าสูงสุดเป็นประวัติการณ์

สินค้านำเข้าที่เพิ่มขึ้นหลักมาจาก 3 กลุ่ม ได้แก่ วัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป เพิ่มขึ้น 38.7% สินค้าทุน เพิ่มขึ้น 32.8% และสินค้าเชื้อเพลิง เพิ่มขึ้น 128.6% โดยทั้ง 3 กลุ่มนี้มีสัดส่วนรวมกันประมาณ 78% ของการนำเข้าทั้งหมด

การนำเข้าที่เพิ่มขึ้นทำให้เดือนเมษายน 2569 ไทยขาดดุลการค้า 10,021.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อเทียบรายเดือน ขณะที่ 4 เดือนแรกของปี ไทยนำเข้ารวม 147,250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 35.7% และขาดดุลการค้าสะสม 19,497.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

นันทพงษ์ระบุว่า การนำเข้าที่สูงและทำให้ขาดดุลการค้าสูงในเดือนเมษายน ยังไม่น่ากังวลมากนัก เพราะส่วนหนึ่งเป็นการนำเข้าสินค้าเพื่อการลงทุน และใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับการผลิตเพื่อส่งออกในอนาคต ขณะเดียวกันยังเป็นผลจากราคาเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นตามสถานการณ์ตะวันออกกลางและค่าเงินบาท

นำเข้า 2569 ไทยขาดดุลจีน

ไทยขาดดุลจีน แต่ยังเกินดุลสหรัฐ

เมื่อแยกตามคู่ค้า ไทยขาดดุลการค้ากับจีนในเดือนเมษายน 7,680.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และขาดดุลสะสม 4 เดือนแรก 29,202.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยสินค้านำเข้าสำคัญจากจีน ได้แก่ เครื่องจักรไฟฟ้า ส่วนประกอบ และเครื่องจักรกล

ในทางกลับกัน ไทยยังเกินดุลการค้ากับสหรัฐในเดือนเมษายน 4,648.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเกินดุลสะสม 4 เดือนแรก 21,519.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ครึ่งปีหลังยังต้องจับตาค่าขนส่ง พลังงาน และภัยแล้ง

สำหรับแนวโน้มระยะถัดไป สนค. ประเมินว่า การส่งออกไทยยังมีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง แต่ต้องเผชิญปัจจัยเสี่ยงหลายด้าน ทั้งสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อ ต้นทุนค่าขนส่งทางเรือที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ความไม่สงบบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ และผลกระทบจากภัยแล้งเอลนีโญที่อาจกระทบผลผลิตทางการเกษตรในช่วงครึ่งหลังของปี

ขณะเดียวกัน ยังต้องติดตามปัจจัยหนุนชั่วคราวจากมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐ ซึ่งกำหนดถึงเดือนกรกฎาคม 2569 และอาจมีผลต่อคำสั่งซื้อสินค้าในบางกลุ่ม

เป้าส่งออกปี 2569 ยังขึ้นกับอิเล็กทรอนิกส์ พลังงาน และสินค้าเกษตร

เป้าส่งออกปี 2569 ยังต้องจับตาอิเล็กทรอนิกส์ พลังงาน และสินค้าเกษตร

กระทรวงพาณิชย์ระบุว่า จะเดินหน้า 5 นโยบายหลักเพื่อรับมือวิกฤตซ้อนวิกฤต และปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยในระยะยาว ได้แก่ การดูแลค่าครองชีพ การยกระดับภาคเกษตร การเสริมความแข็งแกร่งให้ SMEs การกระจายตลาดส่งออก การเพิ่มการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และการปลดล็อกกฎระเบียบด้านการค้า เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ

การคงเป้าส่งออกครั้งนี้สะท้อนว่า กระทรวงพาณิชย์ยังประเมินว่าภาคส่งออกไทยมีแรงส่งเพียงพอในช่วงที่เหลือของปี แม้ต้องเผชิญต้นทุนพลังงาน ค่าขนส่ง และความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ อาหาร เกษตรแปรรูป และยานยนต์ ยังเป็นกลุ่มสำคัญที่ต้องติดตาม เพราะมีผลโดยตรงต่อยอดส่งออกเฉลี่ยรายเดือนที่ไทยต้องทำให้ได้ตามเป้าทั้งปี

รายงานส่งออกนำเข้า เม.ย.2569

ข้อมูลเพิ่มเติม : สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า

ข่าวที่เกี่ยวข้อง: ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค

[addtoany]
Ellipse 1
กองบรรณาธิการ Bangkok X