
กาแฟหวานน้อย เป็นแนวทางที่ อบจ.ลำปางร่วมกับ สสจ.ลำปาง และเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน ใช้ขับเคลื่อนการลดน้ำตาลในเครื่องดื่ม จากคาเฟ่ผู้สูงอายุถึงร้านรถเข็นในตลาดนัดและหน้าโรงเรียน เพื่อลดความเสี่ยงโรค NCDs ในระดับจังหวัด
กาแฟหวานน้อย ยังเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำได้ง่ายในชีวิตประจำวัน เพราะผู้บริโภคไม่จำเป็นต้องเลิกดื่มกาแฟ แต่ปรับสูตรให้หวานน้อยลง ลดน้ำตาลสะสม และยังจิบเครื่องดื่มที่ชอบได้อย่างสบายใจ
แนวทางนี้เริ่มจากพฤติกรรมง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน เพราะผู้บริโภคไม่จำเป็นต้องเลิกดื่มกาแฟ แต่สามารถปรับสูตรให้หวานน้อยลง ลดน้ำตาลสะสม และยังจิบเครื่องดื่มที่ชอบได้อย่างสบายใจ

ตวงรัตน์ โล่ห์สุนทร นายก อบจ.ลำปาง ระบุว่า อบจ.ลำปางเข้าร่วมสนับสนุนแคมเปญเครื่องดื่มหวานน้อยกับ สสจ.ลำปาง โดยนำร้านกาแฟ VITAL คาเฟ่ ซึ่งเป็นพื้นที่สนับสนุนผู้สูงอายุของจังหวัด มาร่วมออกเมนูอเมริกาโน่ไม่ใส่น้ำตาล เพื่อสื่อสารว่ากาแฟคุณภาพไม่จำเป็นต้องมีรสหวานเสมอไป
กาแฟหวานน้อย กับโจทย์ร้านรถเข็นในตลาดนัดและหน้าโรงเรียน
การดำเนินงานลดการบริโภคน้ำตาลในเครื่องดื่มของคนไทย ที่ลำปางก็มีโจทย์สำคัญเช่นเดียวกับทั่วประเทศ คือ กลุ่มร้านกาแฟรถเข็นตามตลาดนัดและหน้าโรงเรียน ซึ่งผลสำรวจพบว่าเป็นที่มาของความเสี่ยงต่อสุขภาพที่สำคัญ เพราะใช้น้ำตาลและนมข้นในปริมาณสูง โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน รวมถึงประชาชนที่ซื้อเครื่องดื่มจากร้านรถเข็นเป็นประจำ
ทพญ.ลลนา ถาคำฟู รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำปาง กล่าวว่า กิจกรรมไม่กินหวานในจังหวัดลำปาง เน้นการลดน้้าตาลในเครื่องดื่มทั้งในคาเฟ่หรือรถเข็น ซึ่งต้องปรับสูตรการชงให้เหมาะสม ในปี 2569 สสจ.ลำปางเตรียมให้ อสม. ลงพื้นที่ทำงานร่วมกับผู้ค้าในตลาดนัดและพื้นที่หน้าโรงเรียน เพื่อค่อย ๆ ปรับสูตรเครื่องดื่มให้หวานน้อยลง โดยไม่กระทบต่อรายได้และฐานลูกค้าของร้าน
การทำให้กาแฟหวานน้อยเป็นทางเลือกปกติในชีวิตประจำวันจึงไม่ใช่แค่การรณรงค์ให้ผู้บริโภคสั่งหวานน้อย แต่ต้องทำงานร่วมกับร้านค้า ผู้ขาย หน่วยงานสาธารณสุข และท้องถิ่น เพื่อให้การลดน้ำตาลเกิดขึ้นได้จริงในทุกพื้นที่ ตั้งแต่ร้านกาแฟชุมชน ตลาดนัด ไปจนถึงหน้าโรงเรียน

เมื่อผู้บริโภคเลือกดื่มกาแฟหวานน้อยหรือสั่งไม่เติมน้ำตาล จะเป็นวิธีเริ่มต้นดูแลสุขภาพที่ทำได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องเลิกดื่มกาแฟทั้งหมด แต่ลดความหวานให้อยู่ในระดับที่พอดี เพื่อให้ยังจิบเครื่องดื่มที่ชอบได้ โดยไม่ต้องระแวงว่าจะส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว
เด็กไทยไม่กินหวานผลักดันพฤติกรรมหวานน้อยสั่งได้
ทพญ.ปิยะดา ประเสริฐสม ผู้จัดการเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน กล่าวว่า เครือข่ายฯ เริ่มดำเนินโครงการร้านเครื่องดื่มอ่อนหวานมาตั้งแต่ปี 2555 หรือมากกว่า 12 ปี โดยการทำให้คำว่า “หวานน้อยสั่งได้” กลายเป็นพฤติกรรมปกติในสังคม ต้องอาศัยทั้งการรณรงค์ให้ความรู้ การชักชวนร้านค้าปรับเมนู และการสร้างเครือข่ายร้านเครื่องดื่มอ่อนหวานในหลายพื้นที่ทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง
การทำให้กาแฟหวานน้อยเป็นทางเลือกปกติในชีวิตประจำวันจึงไม่ใช่แค่การรณรงค์ให้ผู้บริโภคสั่งหวานน้อย แต่ต้องทำงานร่วมกับร้านค้า ผู้ขาย หน่วยงานสาธารณสุข และท้องถิ่น เพื่อให้การลดน้ำตาลเกิดขึ้นได้จริงในทุกพื้นที่ ตั้งแต่ร้านกาแฟชุมชน ตลาดนัด ไปจนถึงหน้าโรงเรียน จนทำให้การสั่งหวานน้อยกลายเป็นเรื่องปกติ และถูกผลักดันขึ้นสู่ระดับนโยบายของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
“เครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวานตั้งเป้าให้ร้านเครื่องดื่มอ่อนหวานผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด กระจายไปทั่วประเทศ รวมถึงร้านเดลิเวอรี่ด้วย”

X-Info: กาแฟแก้วประจำวัน จุดเริ่มต้นลดหวาน ลดเสี่ยง NCDs
กาแฟกลายเป็นเครื่องดื่มประจำวันของคนไทยจำนวนมาก ข้อมูลล่าสุดพบว่า คนไทยดื่มกาแฟเฉลี่ย 1.7 แก้วต่อคนต่อวัน ขณะที่มูลค่าตลาดคาเฟ่สูงกว่า 84,200 ล้านบาท ความนิยมนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะร้าน Specialty Coffee แต่กระจายไปถึงร้านกาแฟในชุมชน ร้านรถเข็นในตลาดนัด หน้าโรงเรียน และพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ
เมื่อกาแฟเป็นเครื่องดื่มที่หลายคนดื่มแทบทุกวัน ความหวานในกาแฟจึงไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะน้ำตาล นมข้นหวาน ไซรัป และครีมเทียมที่เติมในแต่ละแก้ว อาจกลายเป็นน้ำตาลสะสมในร่างกาย หากบริโภคต่อเนื่องเป็นเวลานาน จะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรค NCDs เช่น โรคอ้วน เบาหวาน โรคหัวใจ และหลอดเลือด
การเลือกกาแฟสูตรหวานน้อย หรือสั่งไม่เติมน้ำตาล จึงเป็นจุดเริ่มต้นง่าย ๆ ของการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวัน เพราะไม่จำเป็นต้องเลิกดื่มกาแฟ แต่ปรับสูตรให้หวานน้อยลง ลดน้ำตาลสะสม และช่วยให้ลิ้นค่อย ๆ คุ้นกับรสหวานที่ลดลง
สุดท้ายแล้ว กาแฟสุขภาพดีอาจไม่ใช่กาแฟที่ต้องเปลี่ยนรสนิยมของเราไปทั้งหมด แต่คือการปรับความหวานให้พอดี เพื่อให้ทุกคนยังจิบเครื่องดื่มที่ชอบได้ โดยไม่ต้องระแวงว่ากาแฟแก้วโปรดจะส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว
ข้อมูลเพิ่มเติม : เครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : สั่งหวานน้อย
