ขาดแรงงานต่างด้าวกระทบเศรษฐกิจ กกร.จี้รัฐแก้ด่วน ขณะ สสช.ชี้คนไทยว่างงาน 3.9 แสนคน
ขาดแรงงานต่างด้าวกระทบเศรษฐกิจไทย กกร.จี้รัฐแก้ด่วน

ขาดแรงงานต่างด้าวกระทบเศรษฐกิจ กกร. เตือนหลายอุตสาหกรรมขาดคนทำงาน ทั้งก่อสร้าง เกษตร ผลิตอาหาร ส่งออก โรงแรม และงานเก็บผลไม้ภาคตะวันออก จี้รัฐเร่งต่อใบอนุญาตทำงานและแก้ระบบ e-Work Permit ขณะ สสช.ชี้ไตรมาส 1/2569 คนไทยว่างงาน 3.9 แสนคน กกร.มองว่า ขาดแรงงานต่างด้าวกระทบเศรษฐกิจ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ต้นทุนแรงงาน แต่ยังกระทบการผลิต การส่งออก และความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

ประเด็นนี้สะท้อนความซับซ้อนของตลาดแรงงานไทย เพราะแม้ประเทศยังมีผู้ว่างงานจำนวนหนึ่ง แต่ภาคธุรกิจจำนวนมากยังหาคนทำงานไม่ได้ โดยเฉพาะงานใช้แรงงานเข้มข้น งานตามฤดูกาล และงานที่ต้องใช้แรงงานจำนวนมากในช่วงเวลาสั้น ๆ เช่น ก่อสร้าง เกษตร แปรรูปอาหาร โรงแรม คลังสินค้า ท่าเรือ และงานเก็บผลไม้ภาคตะวันออก

ขาดแรงงานต่างด้าวกระทบเศรษฐกิจ กกร.จี้รัฐแก้ด่วน

กกร.เตือนขาดแรงงานต่างด้าวกระทบเศรษฐกิจ ท่ามกลางต้นทุนโลกพุ่ง

วิบูลย์ สุภัครพงษ์กุล รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และประธานคณะกรรมการแรงงานและพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวว่า สถานการณ์เศรษฐกิจโลกยังมีความผันผวนจากความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับอิสราเอล ซึ่งเริ่มทวีความรุนแรงและส่งผลกระทบต่อประเทศไทยทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยเฉพาะภาคส่งออก เกษตร ท่องเที่ยว และต้นทุนพลังงาน

กกร.ประเมินว่า การส่งออกไทยเผชิญความท้าทายจากต้นทุนโลจิสติกส์ที่เพิ่มขึ้น ทั้งค่าระวางเรือและค่าประกันภัยความเสี่ยงสงคราม ขณะที่ภาคท่องเที่ยวอาจสูญเสียายได้จากนักท่องเที่ยวตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง ในภาพรวมสถานการณ์ความขัดแย้งอาจฉุด GDP ไทยลดลงได้ 0.1-0.8% ตามระดับความรุนแรงของเหตุการณ์

แม้ประเทศไทยไม่ได้อยู่ในศูนย์กลางความขัดแย้ง แต่ผลกระทบจากราคาพลังงาน ต้นทุนขนส่ง และต้นทุนการค้า อาจกลายเป็นแรงกดดันต่อธุรกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 โดยเฉพาะธุรกิจที่ต้องพึ่งพาแรงงานจำนวนมากและมีต้นทุนการผลิตสูงอยู่แล้ว

ขาดแรงงานต่างด้าวทำธุรกิจเสี่ยงต้นทุนเพิ่ม

วิบูลย์ระบุว่า สมาชิกผู้ประกอบการจำนวนมากได้ส่งหนังสือร้องเรียนมายัง กกร. ว่าประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานต่างด้าวอย่างรุนแรง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดำเนินกิจการ การผลิต การให้บริการ และศักยภาพการแข่งขันของภาคธุรกิจไทย

กลุ่มธุรกิจที่สะท้อนปัญหาครอบคลุมหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่ก่อสร้าง ธุรกิจรับสร้างบ้าน ผลิตภัณฑ์คอนกรีต อาคารชุด สี งานระบบไฟฟ้าและเครื่องกล โรงแรม ตลาดสด อาหารสำเร็จรูป อาหารแช่เยือกแข็ง ทูน่า กุ้ง ข้าว พืชผักผลไม้ อาหารอนาคต ยางพารา น้ำยางข้น กาแฟ ไก่ส่งออก คลังสินค้า ท่าเรือ ต่อเรือ สิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม ไปจนถึงสถานีบริการน้ำมัน

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบชัดเจนยังรวมถึงจังหวัดภาคตะวันออก เช่น จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ระยอง สระแก้ว ปราจีนบุรี และตราด โดยเฉพาะงานเก็บผลไม้ตามฤดูกาล ซึ่งต้องการแรงงานจำนวนมากในช่วงผลผลิตออกสู่ตลาด หากแรงงานไม่เพียงพอ อาจกระทบทั้งเกษตรกร ผู้ประกอบการล้ง ระบบขนส่ง และการส่งออกผลไม้

กกร. มองว่า หากปัญหานี้ไม่ได้รับการแก้ไขทันเวลา อาจกระทบโครงการลงทุนภาครัฐด้านโครงสร้างพื้นฐานในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 รวมถึงทำให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SME ต้องรับต้นทุนเพิ่มขึ้นในช่วงที่เศรษฐกิจยังเผชิญแรงกดดันหลายด้าน

สถิติแรงงานไทย ปี 2569

สสช.ชี้คนไทยว่างงาน 3.9 แสนคน แต่ผู้ประกอบการยังขาดแรงงาน

ข้อมูลจากผลสำรวจภาวะการทำงานของประชากร ไตรมาสที่ 1 ปี 2569 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ระบุว่า ประเทศไทยมีผู้ว่างงาน 0.39 ล้านคน หรือประมาณ 3.9 แสนคน คิดเป็นอัตราการว่างงาน 0.9%

เมื่อจำแนกตามระดับการศึกษา พบว่า ผู้จบระดับอุดมศึกษามีอัตราการว่างงานสูงสุด 1.5% รองลงมาคือระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและมัธยมศึกษาตอนต้นที่ 1.0% เท่ากัน ขณะที่ระดับประถมศึกษามีอัตราการว่างงาน 0.5% ต่ำกว่าประถมศึกษา 0.4% และไม่มีการศึกษา 0.3%

ในกลุ่มผู้ว่างงานที่เคยทำงานมาก่อน สาเหตุหลักของการออกจากงานคือการลาออก 56.0% รองลงมาคือเลิก หยุด หรือปิดกิจการ 11.5% หมดสัญญาจ้างงาน 11.0% ถูกให้ออก ไล่ออก หรือปลดออก 7.7% และสาเหตุอื่น ๆ เช่น หยุดชั่วคราวหรือรอฤดูกาล 13.8%

เมื่อพิจารณาประสบการณ์ทำงานของผู้ว่างงาน พบว่า 39.1% เป็นกลุ่มที่ไม่เคยทำงานมาก่อน โดยส่วนใหญ่เป็นเยาวชนอายุ 15-24 ปี คิดเป็น 72.1% ขณะที่อีก 60.9% เป็นกลุ่มที่เคยทำงานมาก่อน โดยมาจากภาคบริการและการค้า 53.6% ภาคการผลิต 31.4% และภาคเกษตรกรรม 15.0%

ข้อมูลดังกล่าวทำให้ประเด็นขาดแคลนแรงงานต่างด้าวมีความซับซ้อนมากขึ้น เพราะแม้ประเทศไทยยังมีผู้ว่างงาน 3.9 แสนคน แต่แรงงานที่ว่างงานอาจไม่ได้เข้าสู่งานกลุ่มเดียวกับที่ภาคธุรกิจขาดแคลน โดยเฉพาะงานที่ต้องใช้แรงงานจำนวนมาก งานหนัก งานตามฤดูกาล หรืองานในพื้นที่เฉพาะ เช่น ภาคเกษตร ก่อสร้าง แปรรูปอาหาร คลังสินค้า ท่าเรือ โรงแรม และงานเก็บผลไม้

กล่าวอีกทางหนึ่ง ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้อยู่ที่คำถามว่า “มีคนว่างงานหรือไม่” เท่านั้น แต่อยู่ที่ว่าแรงงานที่ว่างงานอยู่สามารถเข้าสู่งานที่ภาคธุรกิจต้องการได้จริงหรือไม่ ทั้งในด้านพื้นที่ ทักษะ รายได้ ลักษณะงาน และความต่อเนื่องของการจ้างงาน

กกร.มองว่า ขาดแรงงานต่างด้าวกระทบเศรษฐกิจ

กกร.จี้รัฐต่อใบอนุญาตทำงาน กันแรงงานหลุดระบบ

สุชาติ จันทรานาคราช รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า กกร. มีความเป็นห่วงต่อสถานการณ์แรงงานต่างด้าวที่ยังไม่มีแนวทางแก้ไขชัดเจนเป็นรูปธรรม จึงขอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานต่างด้าวในอุตสาหกรรมต่าง ๆ โดยเร็ว

กกร. เห็นว่าการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวต้องคำนึงถึงทั้งมิติความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคม แต่ภายใต้สถานการณ์เร่งด่วนในปัจจุบัน จำเป็นต้องมีมาตรการทั้งระยะสั้นและระยะกลาง โดยเฉพาะการต่ออายุใบอนุญาตทำงานของแรงงานทุกสัญชาติที่อยู่ในประเทศไทย เพื่อป้องกันไม่ให้แรงงานเหล่านี้หลุดออกจากระบบและกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย ซึ่งจะยากต่อการควบคุมดูแลและอาจกลายเป็นปัญหาด้านความมั่นคง

ข้อเสนอของ กกร. คือให้รัฐบาลพิจารณามาตรการต่ออายุใบอนุญาตทำงานของแรงงานต่างด้าวทุกสัญชาติที่อยู่ในประเทศไทย พร้อมตรวจสอบประวัติกับฝ่ายความมั่นคง เพื่อสร้างระบบกำกับดูแลแรงงานภายใต้เงื่อนไขที่ชัดเจน โดยให้นายจ้างรับผิดชอบและกำกับดูแลอย่างเหมาะสม หากแรงงานต่างด้าวมีพฤติกรรมกระทบต่อความมั่นคงของชาติ ให้ส่งกลับประเทศต้นทางทันที

สำหรับแรงงานเก็บผลไม้ตามฤดูกาลในจังหวัดภาคตะวันออก กกร.เสนอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดที่เกี่ยวข้องประสานงานกับภาคเอกชนในพื้นที่ เพื่อออกมาตรการกำกับดูแลอย่างเร่งด่วน รองรับผลผลิตที่จะออกจำนวนมากในอนาคต โดยเฉพาะในจังหวัดจันทบุรี ระยอง ตราด ปราจีนบุรี และสระแก้ว

กกร. ยังเสนอว่า แรงงานต่างด้าวทุกสัญชาติที่ออกจากประเทศไทยไปแล้ว หรือลักลอบเข้าประเทศไทยอย่างผิดกฎหมาย ไม่ควรได้รับการต่อใบอนุญาตทำงานในทุกกรณี เพื่อแยกแรงงานที่อยู่ในระบบออกจากแรงงานที่เข้าประเทศผิดกฎหมาย และลดความเสี่ยงด้านความมั่นคง

e-Work Permit ยังเป็นคอขวดของผู้ประกอบการ

อีกข้อเสนอสำคัญของ กกร. คือการลดขั้นตอนและค่าใช้จ่ายในการนำเข้าและขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวทุกสัญชาติที่มีนายจ้างและอยู่ในประเทศไทย เพื่อลดภาระของผู้ประกอบการ และรักษากำลังแรงงานที่มีอยู่ภายในประเทศให้เพียงพอต่อการผลิตและบริการ

กกร.ยังขอให้เร่งแก้ไขปัญหาระบบ e-Work Permit ของกรมการจัดหางาน ให้มีเสถียรภาพ ใช้งานสะดวก และมีประสิทธิภาพ หลังผู้ประกอบการพบปัญหาระบบล่ม คิวเต็ม และยื่นขอต่ออายุไม่ทัน ทำให้แรงงานต่างด้าวเสี่ยงหลุดจากระบบ นายจ้างและแรงงานมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม และเสี่ยงถูกปรับจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

นอกจากนี้ ระบบ e-Work Permit ยังไม่เชื่อมโยงกับฐานข้อมูลของหน่วยงานอื่น เช่น ตรวจคนเข้าเมือง ประกันสังคม และสาธารณสุข ทำให้ผู้ประกอบการต้องกรอกข้อมูลซ้ำและอาจเกิดความคลาดเคลื่อน กกร.จึงเสนอให้กระทรวงแรงงานอนุโลมใช้ระบบเดิมควบคู่กันไปก่อน ระหว่างที่ระบบใหม่ยังอยู่ระหว่างแก้ไข พร้อมประสานตรวจคนเข้าเมืองเพื่อผ่อนผันการจับกุมแรงงานที่ผิดกฎหมายจากเหตุปัญหาระบบดังกล่าว

ขาดแรงงานต่างด้าวกระทบเศรษฐกิจและต้นทุนผู้ประกอบการ

ในระยะยาว กกร.เสนอให้กระทรวงแรงงานวางแผนทดแทนแรงงานต่างด้าว โดยเพิ่มช่องทางนำเข้าแรงงานภายใต้ MOU และเร่งเจรจากับประเทศต้นทางเพิ่มเติม เช่น ศรีลังกา บังกลาเทศ และอินโดนีเซีย เพื่อป้อนแรงงานให้ภาคอุตสาหกรรมที่ขาดแคลนอย่างเร่งด่วน

กกร.ย้ำว่า ภาคเอกชนไทยสนับสนุนการจ้างแรงงานต่างด้าวอย่างถูกกฎหมาย และพร้อมร่วมมือกับรัฐบาลในการจัดระบบแรงงานให้ถูกต้อง แต่หากสถานการณ์ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างทันท่วงที ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SME อาจได้รับผลกระทบรุนแรง และกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

X Info: ทำไมคนไทยว่างงาน แต่ธุรกิจยังขาดแรงงาน

ปัญหาแรงงานไทยในปี 2569 มีข้อกังวลหลายด้านหนึ่ง เมื่อ สำนักงานสถิติแห่งชาติระบุว่า ไตรมาส 1/2569 ไทยมีผู้ว่างงาน 0.39 ล้านคน หรือประมาณ 3.9 แสนคน คิดเป็นอัตราการว่างงาน 0.9% แต่อีกด้านหนึ่ง กกร.เตือนว่าผู้ประกอบการหลายอุตสาหกรรมยังขาดแรงงานต่างด้าวในงานใช้แรงงานเข้มข้น เช่น ก่อสร้าง เกษตร แปรรูปอาหาร โรงแรม โลจิสติกส์ และงานเก็บผลไม้ตามฤดูกาล

ตัวชี้วัดปัญหาแรงงาน ไม่สามารถมองที่โจทย์ “คนว่างงาน” ได้แล้ว หากต้องมองลึกลงไปว่า ท่ามกลางตัวเลขว่างงานที่ได้ยินเสียงสะท้อนทั่วประเทศนั้น ธุรกิจหลายแห่งต่างก็ยังมีความต้องการแรงงาน ดังนั้น ตัวชี้วัดปัญหา จึงควรมองให้ครอบคลุมทั้งพื้นที่ ทักษะ รายได้ ลักษณะงาน จนถึงความต่อเนื่องของการจ้างงาน

ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยช่วยย้ำภาพนี้ โดยประเมินว่า ปี 2569 การเลิกจ้างแรงงานในระบบประกันสังคมมาตรา 33 ยังมีแนวโน้มเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 40,000 คนต่อเดือน จากแรงกดดันด้านเศรษฐกิจ การแข่งขัน ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และการใช้เทคโนโลยีทดแทนแรงงานมากขึ้น ขณะเดียวกัน ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเคยวิเคราะห์ว่า การเข้าสู่สังคมสูงวัยขั้นสุดยอดจะทำให้ปัญหาขาดแคลนแรงงานรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจที่ใช้แรงงานสูง เช่น เกษตร โรงแรม ร้านอาหาร และก่อสร้าง ซึ่งอาจต้องพึ่งแรงงานต่างด้าวจากประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น ในขณะที่ธุรกิจค้าปลีก/ค้าส่ง และธุรกิจการผลิต อาจต้องพิจารณาโอกาสในการนำหุ่นยนต์/นวัตกรรมมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการยกระดับผลิตภาพ/ทักษะแรงงานไทยให้เท่าทันเทคโนโลยที่มีการพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง

ขณะเดียวกัน ตลาดแรงงานไทยยังเผชิญความท้าทายด้านคุณภาพแรงงาน เนื่องจากแรงงานส่วนใหญ่ยังมีทักษะไม่ตรงกับความต้องการของตลาด หรือ Skills Gap รวมถึงแรงงานทักษะสูงยังมีจำนวนไม่เพียงพอ และแรงงานที่มีทักษะดิจิทัลยังมีสัดส่วนต่ำกว่าหลายประเทศ

ภาวะดังกล่าวทำให้บางธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจไฮเทคและอุตสาหกรรมที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะทาง จำเป็นต้องนำเข้าแรงงานกลุ่มนี้จากต่างประเทศ สอดคล้องกับข้อมูลการนำเข้าแรงงานข้ามชาติทักษะสูงในช่วง 10 ปีย้อนหลัง ระหว่างปี 2556-2566 ที่ยังขยายตัวเฉลี่ยราว 3% ต่อปี และคาดว่าความต้องการแรงงานทักษะสูงจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ตามการเร่งผลักดันอุตสาหกรรมศักยภาพใหม่ของประเทศ

ดังนั้น ภาพที่เกิดขึ้นพร้อมกันคือ แรงงานไทยบางส่วนเสี่ยงว่างงานหรือถูกเลิกจ้าง ขณะที่งานบางประเภทกลับยังขาดคนทำงาน สะท้อนว่าตลาดแรงงานไทยต้องแก้ทั้งสองด้าน คือเพิ่มโอกาสให้แรงงานไทยเข้าสู่งานได้จริง และจัดระบบแรงงานต่างด้าวให้ถูกกฎหมาย ไม่หลุดออกจากระบบ

ที่มา: ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ธนาคารกสิกรไทย, บทวิเคราะห์ “การเลิกจ้างงานในระบบประกันสังคมยังเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 7% ต่อปี” และ “ธุรกิจส่อแววเผชิญปัญหาขาดแคลนแรงงาน จากที่ไทยกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัยขั้นสุดยอด”

ข้อมูลเพิ่มเติม : สำรวจการทำงานของประชากร 2569

คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.)

ข่าวที่เกั่ยวข้อง : แรงงานไทยต้องการ งานมั่นคง กังวลเรื่อง ค่าครองชีพสูง

 

[addtoany]
Ellipse 1
กองบรรณาธิการ Bangkok X