ส่งออก เดือน ต.ค. 67 เพิ่ม 8% โตต่อเนื่อง เป็นเดือน ที่ 3
ส่งออก เดือน ต.ค. 67 เพิ่ม 8% โตต่อเนื่อง เป็นเดือน ที่ 3

ส่งออก เดือน ต.ค. 67 เพิ่ม 8% โตต่อเนื่อง เป็นเดือน ที่ 3  ส่งผลให้ 10 เดือนแรกปี 2566 มูลค่าส่งออกติดลบ 2.7% ระบุโค้งสุดท้ายของปีมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง

ส่งออก เดือน ต.ค. 67 เพิ่ม 8% โตต่อเนื่อง เป็นเดือน ที่ 3
ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กีรติ รัชโน

ปลัดกระทรวงพาณิชย์  กีรติ  รัชโน แถลงข่าวภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทย เดือนตุลาคม 2566 และ 10 เดือนแรกของปี 2566 ระบุว่า การส่งออกของไทยในเดือนตุลาคม 2566 มีมูลค่า 23,578.8 ล้านเหรียญสหรัฐ (841,366 ล้านบาท) ขยายตัว 8%

หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย จะขยายตัว 5.4% โดย การส่งออกของโลก มีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้น ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของ ปี โดยการส่งออกของไทย ในเดือนนี้ขยายตัว มากกว่า ที่คาด และ มากกว่า หลายประเทศในอาเซียน มีสัญญาณฟื้นตัว ในหลายสินค้า สำคัญที่กลับมาเป็นบวก หรือ หดตัวชะลอลง

อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์ เม็ดพลาสติก ผลิตภัณฑ์ยาง อาหารสัตว์เลี้ยง เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน ฯลฯ ด้วยแรงหนุนจาก กำลังซื้อที่ทยอยฟื้นตัว ในช่วงเทศกาลปลายปี อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย ทั่วโลกเริ่มลดลง

แม้ว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบาย จะอยู่ในระดับสูง แต่เริ่มมี สัญญาณใกล้ยุติ มาตรการคุมเข้มทางการเงิน โดยเฉพาะสหรัฐฯ

ในขณะที่ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ขนาดใหญ่ของจีน เริ่มส่งผล โดยตัวเลข การบริโภค และ การลงทุนของจีนเริ่มฟื้นตัวขึ้น

สำหรับสถานการณ์ อิสราเอล และ ฮามาส ยังคงอยู่ในวงจำกัด จึงยัง ไม่กระทบ ต่อ การส่งออกภาพรวม การปรับตัวสูงขึ้นของ ภาคการส่งออก ในเดือนตุลาคม ที่ผ่านมา

ทำให้ มูลค่าการส่งออกของ ไทย 10 เดือนแรกของปี 2566 หดตัวมาอยู่ที  2.7% และ เมื่อหักสินค้า เกี่ยวเนื่องกับ น้ำมัน ทองคำ และ ยุทธปัจจัย หดตัว 0.6 %

ส่งออก เดือน ต.ค. 67 เพิ่ม 8%

ในขณะที่ มูลค่าการค้ารวม ในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐ เดือน ตุลาคม 2566 การส่งออก มีมูลค่า 23,578.8 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 8.0% เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน

การนำเข้า มีมูลค่า 24,411.1 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 10.2% ทำให้ดุลการค้า ขาดดุล 832.3 ล้านเหรียญสหรัฐ

ภาพรวม 10 เดือนแรกของปี 2566 การส่งออก มีมูลค่า 236,648.2 ล้านเหรียญสหรัฐ หดตัว 2.7% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 243,313.2 ล้านเหรียญสหรัฐ หดตัว 4.6% ดุลการค้า 10 เดือนแรกของปี 2566 ขาดดุล 6,665.0 ล้านเหรียญสหรัฐ

ส่งออก เดือน ต.ค. 67 เพิ่ม 8%

ส่วนมูลค่าการค้า ในรูปเงินบาท เดือนตุลาคม 2566 การส่งออก มีมูลค่า 841,366 ล้านบาท ขยายตัว 4.7% เทียบกับ เดือนเดียวกันของปีก่อน

การนำเข้า มีมูลค่า 881,124 ล้านบาท ขยายตัว 6.9% ดุลการค้า ขาดดุล 39,758 ล้านบาท

ส่งออก เดือน ต.ค. 67 เพิ่ม 8% 

ขณะที่ภาพรวม 10 เดือน หดตัว 2.6%

ภาพรวม 10 เดือนแรกของปี 2566 การส่งออก มีมูลค่า 8,109,766 ล้านบาท หดตัว 2.6% เทียบกับ ช่วงเดียวกันของปีก่อน

การนำเข้า มีมูลค่า 8,439,268 ล้านบาท หดตัว 4.7% ดุลการค้า 10 เดือนแรกของปี 2566 ขาดดุล 329,502 ล้านบาท

ตลาดส่งออก สำคัญที่มีสัญญาณการฟื้นตัว ที่ดีขึ้นโดย ตลาดหลัก ขยายตัวเฉลี่ย 5.1% โดย ตลาดสหรัฐฯ ขยายตัว 13.8% จีน เติบโต 3.4% และอาเซียน เติบโต 16.5% ตามลำดับ

ในขณะที่บางตลาด อุปสงค์ยังคงอ่อนแอ ได้แก่ ตลาดญี่ปุ่น สหภาพยุโรป (27) และ CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมาร์ เวียดนาม) หดตัว 1.1% , 1.4% และ 9.7%  ตามลำดับ

ในขณะที่ ตลาดรอง ขยายตัวเฉลี่ย 10.6% โดยขยายตัว ในตลาดเอเชียใต้ 7.2% ทวีปออสเตรเลีย 13.7% แอฟริกา  24.5% ลาตินอเมริกา 8.6% และรัสเซียและกลุ่ม CIS  77.2% ขณะที่ ตะวันออกกลางและสหราชอาณาจักร หดตัว 3.0% และ 11.4% ตามลำดับ และ ตลาดอื่น ๆ ขยายตัว 109.6% อาทิ สวิตเซอร์แลนด์ ขยายตัว 135.1%

ในขณะที่ โค้งสุดท้ายของปี 2566 กรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ ดำเนินการจัดทำแผนเร่งด่วน (Quick Win) เพื่อผลักดันการส่งออก โดยจะดำเนินกิจกรรม ทั้งในประเทศ และ ต่างประเทศ รวม 73 กิจกรรม

คาดว่าจะช่วยเพิ่ม มูลค่าการส่งออกได้กว่า 12,400 ล้านบาท กิจกรรมสําคัญ เช่น การจัดเจรจาธุรกิจออนไลน์ การเข้าร่วมงานแสดงสินค้า การจัดคณะผู้แทนการค้าไปเยือน งานแสดงสินค้า China International Import Expo (CIIE 2023) ที่นครเซี่ยงไฮ้

การนํา ผู้ประกอบการ เข้าร่วม งานแสดงสินค้า ในต่างประเทศ เช่น Automechanika ที่ดูไบ American Film Market ที่สหรัฐฯ Anuga และ Medica ที่เยอรมนี รวมทั้งการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายสินค้า TOP Thai บนแพลตฟอร์ม Shopee ในมาเลเซีย และ Rakuten ในญี่ปุ่น เป็นต้น

“แนวโน้มการส่งออกในระยะถัดไป กระทรวงพาณิชย์ ประเมินว่า การส่งออก ในช่วงสุดท้ายของปี จะขยายตัวเป็นบวก อย่างต่อเนื่อง

โดยเฉพาะช่วงปลายปีที่จะเข้าสู่ช่วงเทศกาลเฉลิมฉลอง สอดรับกับแรงกดดันด้านราคาที่ค่อย ๆ ลดลง เนื่องจากเงินเฟ้อที่ชะลอตัว

และแนวโน้มที่ธนาคารกลางสหรัฐฯจะยุติวงจรการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย อย่างไรก็ตามยังคงต้องติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งอิสราเอล-ฮามาส ที่หากขยายวงกว้างอาจจะกระทบต่อราคาน้ำมันและต้นทุนการขนส่ง ซึ่งจะไม่เป็นผลดีต่อบรรยากาศการค้าโลกที่กำลังกลับมาฟื้นตัว” กีรติ กล่าว

ที่มาของข้อมูล : www.moc.or.th

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : https://bangkokx.me/economic-20/

[addtoany]
Ellipse 1
กองบรรณาธิการ Bangkok X