สตง. ตึกถล่ม ขึ้นแท่น อันดับ 1 ข่าว คอร์รัปชัน แห่งปี 68
สตง. ตึกถล่ม ขึ้นแท่น อันดับ

สตง. ตึกถล่ม ขึ้นแท่น อันดับ 1 ข่าว คอร์รัปชัน แห่งปี 68 องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT  ชวน สังคมทบทวน ผลกระทบ จากการโกงกินแผ่นดิน กันเป็น “เครือข่าย”  ครอบคลุม ทุกวงการ

 

องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) โดย มานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรฯ ได้สื่อสารกับประชาชนผ่านช่องทาง https://www.facebook.com/share/p/1CtzWYJ1fi/ ว่า

ปี 2568 เป็น ปีแห่งการ “โกงเป็นเครือข่าย” มี หลายเหตุการณ์ ที่นักการเมือง และ ชนชั้นนำ ได้กระทำ เรื่อง ผิดความคาดหวัง ของสังคม อย่างไม่เกรงกลัวใคร ไม่สนใจ จริยธรรม

ขณะที่ ส.ว. และ กรรมการองค์กรอิสระฯ จำนวนมาก กลายเป็น ภาระของบ้านเมือง จน การต่อต้านคอร์รัปชัน เป็นเรื่องยาก ฉุดรั้ง นิติรัฐ และ สิทธิมนุษยชน อย่างรุนแรง ดังกรณี 10 ข่าวคอร์รัปชัน ต่อไปนี้

สตง. ตึกถล่ม ขึ้นแท่น อันดับ 1

  1. อาคาร สตง. ถล่ม คอร์รัปชัน ที่ทำให้ คนตายมากถึง 86 คน เสียหายกว่า 2 พันล้านบาท

แต่ไม่ปรากฏตัว คนบงการ และ สาเหตุที่ ตึกถล่มอย่างแท้จริง เพราะ รายงานการสอบสวน อย่างเป็นทางการ ถูกปกปิด อยู่ในลิ้นชักของ ป.ป.ช. และ รัฐบาล

นำไปสู่ การตั้งคำถาม ถึง มาตรฐาน ความปลอดภัย ของ อุตสาหกรรมก่อสร้างไทย และ การประเมิน ITA โดย ป.ป.ช. ว่าเชื่อถือได้เพียงใด

  1. วงการสงฆ์ เกิดวิกฤต “ศรัทธาและความไว้วางใจ” หลังปรากฏข่าว พระระดับเจ้าคุณ หลายรูปโกงเงินวัด เฉพาะกรณี สีกากอล์ฟ มีมากถึง 13 ราย ในห้วงเวลา 3 ปี ที่ตรวจสอบ มีความเสียหายราว 385 ล้านบาท

พฤติกรรมโกงเงินโกงศรัทธาสาธุชนยังถูกแฉต่อเนื่องถึงพระชื่อดังอื่น เช่น ข่าวพระอลงกต และอีก 181 ราย ที่ตำรวจสอบสวนกลางปูพรมไล่จับ

  1. การยึด และ อายัดทรัพย์ 3 เครือข่าย สแกมเมอร์ กว่าหมื่นล้านบาท มีชื่อ ที่ถูกตั้งข้อสงสัย โดยรัฐบาล และ ป.ป.ง. คือ

“ยิม เลียก – เบน สมิธ – ก๊ก อาน และ เฉิน จื้อ” แต่ที่ สะกิดใจ สังคมมาก คือ ข่าว และ ภาพถ่าย ของคนดัง ที่ปรากฏ สู่สังคมต่อเนื่องว่า พวกเขาเกี่ยวข้อง ได้เสียกันขนาดไหน

เรื่องนี้ชี้ ให้เห็นความเชื่อมโยง เป็นเนื้อเดียวกันระหว่าง “ส่วยสินบนของตำรวจ นักการเมือง นักธุรกิจไทย กับ เครือข่ายทุนเทาระดับโลก” ที่ครอบงำ อำนาจรัฐ จนสร้างความเดือดร้อนแก่คนไทยถึง 115,300 ล้านบาทต่อปี

ท่ามกลางกลไกตรวจสอบของรัฐที่อ่อนแอ เลือกปฏิบัติ เต็มไปด้วยความลับ แต่พร้อมจะเล่นงานใครก็ตามที่คิดจะเปิดโปง

  1. รพ.ทหารผ่านศึก ถูกเปิดโปง ขบวนการทุจริตยา ที่ทำมานาน 7 ปี มี หมอ และ ผู้ร่วมขบวนการกว่า 20 คน สร้างความเสียหายราว 80 ล้านบาท ถูกเปิดโปงโดยหญิง “ผู้กล้า” ที่สละเวลา สองปี ในการสืบสาวข้อมูล

การทุจริตยายังถูกแฉซ้ำ ด้วยข่าวของ หมอตำรวจ หรือ หมอแอร์ ค้ายาเสียสาว และ ข่าวหมอทหาร ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ปลอมให้คนไข้

การคดโกง ในโรงพยาบาล ที่เกิดขึ้นทั่วไปมายาวนาน จนกระทบต่อ คุณภาพการให้ บริการระบบบัตรทอง และ 30 บาทรักษาทุกโรค และ โรงพยาบาลของรัฐจำนวนมากกำลังขาดเงินหมุนเวียน

ทักษิณ ติดโผ ขบวนการบิดเบือนกฎหมายและความจริง

  1. นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ของไทยคนแรก ที่ติดคุกจริง หลังติดคุกทิพย์ เป็นเวลานานโดยอาศัย “ขบวนการบิดเบือนกฎหมายและความจริง” ด้วย นักการเมือง ร่วมกับ บางคน ในกรมราชทัณฑ์ และ หมอในโรงพยาบาลตำรวจ

จนกระทั่งมีการพิสูจน์ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ที่นำไปสู่คำตัดสินของศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง

การเอื้อประโยชน์แก่ พวกพ้อง และ บิดเบือน การบังคับใช้ กฎหมายครั้งนี้ ได้ทำลาย ความเชื่อถือของ กระบวนการยุติธรรม ของไทย ในสายตา นานาชาติ และ สังคมไทย

  1. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมพวกกว่า 200 นาย ถูกคณะกรรมการพิจารณา เรื่องร้องเรียนตำรวจ (ก.ร.ตร.) มีมติชี้ มูลความผิดทางวินัย ข้อหารับเงินจากขบวนการ ส่วยเว็บพนันออนไลน์

นับเป็นข่าวมัวหมองที่สุด ของวงการตำรวจในรอบปี จนเกิดคำถามว่า “แล้วประชาชนจะพึ่งใคร?” เมื่อความไว้วางใจ ในกระบวนการยุติธรรมสั่นคลอน ความมั่นใจ ในการใช้ชีวิตอย่างมั่นคง ปลอดภัยของผู้คนย่อมเสื่อมลงไปเช่นกัน

  1. นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน อดีตรองประธานสภาผู้แทน ถูกศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยพ้น จากตำแหน่ง เพราะ “ทำผิดรัฐธรรมนูญ” จากการ เสนองบประมาณโครงการ ที่มีลักษณะ เป็นการจัดงบ เพื่อลงพื้นที่ตัวเอง เข้าข่าย มีส่วนได้เสียในการใช้งบประมาณมูลค่า 443 ล้านบาท ในปี 2568

พฤติกรรมเช่นนี้ เป็นเรื่องปรกติ ของรัฐสภาไทย เพียงแต่ไม่ถูกเปิดเผย และ เป็นคดี ทำให้งบประมาณ กระจุกตัว ในพื้นที่ของ นักการเมืองบางคน สร้างความไม่เป็นธรรมแก่คนไทยทั้งประเทศ

  1. สำนักงานประกันสังคม กับ ข่าวฉาวในการจัดทำปฏิทิน ปีละ 50 ล้านบาท ซื้อตึกเก่า 7 พันล้านบาท แพงกว่า ราคาตลาดเท่าตัว จ้างทำแอปพลิเคชันแพงเว่อร์มูลค่า 850 ล้านบาท

และที่ลืมไม่ได้คือ ความพยายามขาย “หุ้นบางจาก” ให้กับ บริษัท ชาเตอร์ กรุ๊ป จนตกเป็นข่าวอื้อฉาว

อย่าลืมว่า ความมั่นคงและทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงของสำนักงานประกันสังคม คือหลักประกันในชีวิตและสุขภาพของประชาชนกว่า 24.8 ล้านคนที่ควักเงินจ่ายคนละ 750บาทต่อเดือน

  1. ห้องลับในเรือนจำ เพื่อบริการนักโทษ VVIP ตามบงการของ ผบ. เรือนจำ ข่าวนี้ ตอกย้ำอีกครั้งว่าเรือนจำว่าแทบทุกแห่งเต็มไปด้วยการ “โกงเงินหลวง” และ “รับส่วยสินบนจากนักโทษ” เพื่อสิทธิพิเศษ ที่ใครๆ ก็รู้ แต่ผู้มีอำนาจต่างช่วยกันปฏิเสธตลอดมา เช่น เลื่อนชั้นนักโทษ ย้ายเข้าโรงพยาบาลทั้งที่ไม่ป่วยจริง ทุจริตค่าอาหาร การก่อสร้าง ฯลฯ
  2. 3 ป. จับสด เจ้าหน้าที่รัฐเก็บส่วย/รับสินบน/รีดไถ/โกงหลวง ผลงานหลายสิบคดีที่เกิดขึ้น ได้สะท้อนถึง ความละโมบ ไม่เกรงกลัวกฎหมายของเจ้าหน้าที่รัฐ เช่น

จับนักการเมืองท้องถิ่น ผู้มีอิทธิพลบุกรุกป่า พระชั้นผู้ใหญ่โกงเงินวัด เป็นต้น ดังนั้นการจับสดจึงเป็นก้าวใหม่ของความร่วมมือระหว่างตำรวจ ป.ป.ป., ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. ที่คนไทยขอปรบมือให้

ปล่อยผี อีกหลายคดี

ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันยังกล่าวต่อไปว่า ตลอดปี 2568 ยังปรากฏข่าวที่น่าเป็นห่วงถึงอนาคตของชาติว่าจะเดินต่อไปอย่างไร?  ประกอบด้วย เรื่องแรก การปล่อยผีสองคดีสินบนข้ามชาติ คือ คดีสวนปาล์มที่อินโดนีเซียและคดีสินบนโรลล์ รอยส์ ใน ปตท. อีกคดีดังคือคดีฮั้วประมูลสร้างโรงพักทั่วประเทศ 6 พันล้านบาท ทั้งหมดนี้เอาผิดผู้บงการไม่ได้เลย

เรื่องที่สอง ศึกเขากระโดงและคดีฮั้ว ส.ว. เป็นพฤติกรรมชัดแจ้งในการใช้อำนาจของหน่วยงานรัฐและข้าราชการ มาเป็นเครื่องต่อรอง ทำลายล้างทางการเมือง จนหลักนิติรัฐของไทยตกต่ำ

เรื่องที่สาม ความพยายามแก้สัญญาสัมปทานร้านค้าดิวตี้ฟรี และสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน เป็นเรื่องน่ากังขาว่า อะไรสำคัญกว่ากันระหว่างผลประโยชน์ของชาติกับผลประโยชน์ทางธุรกิจของพวกพ้อง กฎหมายและธรรมาภิบาลในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐคืออะไรกันแน่ ทั้งสองโครงการจะเป็นเครื่องพิสูจน์ศักดิ์ศรีของไทยในสายตานานาชาติ

ปิดท้ายด้วยข่าวการเมืองการเลือกตั้งในรอบปี เริ่มจากวาทะดังออกสื่อของผู้ชนะเลือกตั้งเทศบาลธัญญบุรี ว่า “ชาวบ้านชอบกินหญ้าหวาน” อย่างไม่ละอายใจน่าอดสูอย่างยิ่ง

และอีกปรากฏการณ์ที่ต้องจับตาว่า คนไทยตื่นตัวเพียงใดในการเลือกตั้ง ส.ส. ทั่วไปที่จะมาถึงนี้ คือเราจะต่อต้านพวกใช้เงินสกปรกจากธุรกิจผิดกฎหมายและทุนเทา มาซื้อเสียง ซื้อตัวนักการเมือง ได้อย่างไร? หากหยุดไม่ได้คนโกงจะแปลงร่างเป็นนักการเมืองเข้าปกครองประเทศอย่างแน่นอน

“ความเห็นส่วนตัวผมคิดว่า ข่าวการยึดและอายัดทรัพย์ 3 เครือข่ายสแกมเมอร์กว่าหมื่นล้านบาท ของวงการธุรกิจผิดกฎหมายพวกฟอกเงินนั้นได้สร้างผลกระทบต่อสังคมในระดับโครงสร้าง เพราะเข้าไปเชื่อมต่อผลประโยชน์กับคนหลากหลายกลุ่ม และเอื้อประโยชน์ให้เกิดทุนเทาเข้าไปบั่นทอนกลไกการเมืองและไหลลามต่อกลไกเศรษฐกิจ ท้ายที่สุดย่อมส่งผลต่อความอยู่ดีมีสุขของประชาชน”  นายมานะกล่าวและว่า

ในการเลือกตั้ง อบต. วันที่ 11 มกราคม และเลือกตั้ง ส.ส. ทั่วประเทศ วันที่ 8กุมภาพันธ์ ศกนี้ ขอให้คนไทยมาทำให้ 1 สิทธิ์ที่มีเป็น 1 สิทธิ์พลิกชีวิตมหาศาล” เลือกคนเก่ง คนดี เข้ามาทำงานรับใช้บ้านเมือง หยุดเลือกตั้งแบบเดิมๆ ที่กาให้คนซื้อเสียง คนของบ้านใหญ่นักการเมือง ผู้มีอิทธิพล คนที่มีประวัติคดโกงทำมาหากินผิดกฎหมาย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : https://bangkokx.me/scammer-03122025/

ที่มาของข้อมูล : https://www.facebook.com/share/p/1CtzWYJ1fi/

[addtoany]
Ellipse 1
กองบรรณาธิการ Bangkok X