
“อนันตรา สยาม” ทุ่มงบกว่า 1,600 ลบ. พลิกโฉม ในรอบ 4 ทศวรรษ เพื่อยกระดับ ประสบการณ์ ให้กับลูกค้าทั้ง ชาวไทย และ ต่างชาติ ในทุกมิติ พร้อมตอกย้ำ อัตลักษณ์ความเป็นไทย ระดับ ลักชัวรี ภายใต้หลักปรัชญา ของแบรนด์ คือ “Transformed Timeless Thai”
ทอร์สเทน ริชเตอร์ (Torsten Richter) ผู้จัดการทั่วไป โรงแรม อนันตรา สยาม กรุงเทพฯ กล่าวถึง การปรับโฉมโรงแรม ในครั้งนี้ว่า เรากำลังขับเคลื่อน ประวัติศาสตร์ ครั้งสำคัญ ให้กับ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ พร้อมตอกย้ำ ความสำเร็จ และ ภาพความเป็น ผู้นำในธุรกิจโรงแรม และ บริการของไทย ที่เปิดให้บริการ มานานกว่า 40 ปี
โดยเรามุ่งมั่น ที่จะสานต่อ ตำนานอันทรงคุณค่า และ พร้อมส่งมอบ ประสบการณ์ แห่งยุคใหม่ ที่น่าจดจำให้กับ นักเดินทางทั่วโลก และ เติมเต็ม ความต้องการ ของนักท่องเที่ยว เป็นหัวใจสำคัญ โดยใช้ งบประมาณ ใน การพลิกโฉม ครั้งนี้ 50 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 1,650 ล้านบาท คำนวณจาก อัตราแลกเปลี่ยน 33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ)
การปรับโฉมครั้งนี้ นักท่องเที่ยว จะสัมผัสกับ ความพิเศษนี้ ได้เฉพาะที่ อนันตรา สยาม เท่านั้น
ริชเตอร์กล่าว
“อนันตรา สยาม” ทุ่มงบกว่า 1,600 ลบ.
โรงแรม อนันตรา สยาม กรุงเทพฯ เปรียบเสมือน แลนด์มาร์ค ใจกลางกรุงเทพมหานคร ตั้งอยู่ใจกลาง แหล่งท่องเที่ยว และ ทำเลธุรกิจ ย่านราชประสงค์ ที่ให้การต้อนรับ นักท่องเที่ยว จากทั่วโลก มาตั้งแต่ ปี พ.ศ.2526
ได้รับการยกย่อง ให้เป็นหนึ่งใน จุดหมายปลายทาง อันทรงคุณค่าที่สุด แห่งหนึ่งในเอเชีย ที่ นักท่องเที่ยวจาก ทั่วโลก ต้องการมา พักผ่อนสักครั้ง ในชีวิต
ด้วยเอกลักษณ์ ที่สะท้อน ความเป็นไทย บรรยากาศธรรมชาติ อันร่มรื่น และ การบริการที่มีไมตรีจิต อย่างไทย คือ เสน่ห์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว ติดใจมนต์เสน่ห์อย่างแท้จริง
ดังนั้น การปรับโฉมครั้งนี้ มิใช่เพียงแค่ การปรับปรุงสถานที่เท่านั้น แต่คือ การพัฒนาที่นำการเล่าเรื่องราว ทางวัฒนธรรม ประเพณี ที่จะช่วยกระตุ้น ประสาทสัมผัส และ การดื่มด่ำ ประสบการณ์ของแขก มาเป็นแก่นแท้ ของการบริการ
โดยอนันตรา สยามโฉมใหม่นี้ ได้รับการออกแบบมา เพื่อนิยามความหมาย ของ ความหรูหรา ให้เข้ากับยุคสมัย ของนักเดินทางในปัจจุบัน
พร้อมตอกย้ำตัวตน ในฐานะแลนด์มาร์ก ทางวัฒนธรรมที่มีชีวิต ซึ่งทุกย่างก้าว ของการเข้าพัก เปรียบเสมือนการเดินทาง สู่มรดก ทางประเพณี อันรุ่มรวย และ สง่างามเหนือกาลเวลา ของประเทศไทย
เตรียมพบกับ การปรับโฉมครั้งใหญ่ 4 ทศวรรษของโรงแรมฯ ที่จะยกระดับ ประสบการณ์ การท่องเที่ยว และบริการ สะท้อนความหรูหรา และ สง่างามเหนือกาลเวลา
โดยแบ่งการดำเนินการ ออกเป็น 2 ระยะ ได้แก่
ระยะแรก คาดว่า จะพร้อมเปิดให้บริการได้ภายใน เดือนพฤศจิกายน 2568 ประกอบด้วย โฉมใหม่ของห้องพัก สุดหรูแต่ละขนาด
เริ่มตั้งแต่ ห้องขนาดมาตรฐาน ห้องกษราเลาจน์ ห้องสวีท ในโซนกรรณิการ์ และมณฑาทิพย์
และ ห้องการ์เด้นพูลวิลล่า มาพร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว และ ภูมิทัศน์อันเขียวขจี มอบประสบการณ์ การพักผ่อน สไตล์รีสอร์ท อันหาได้ยาก ใจกลางมหานคร

นอกจากนี้ ยังเนรมิตพื้นที่ สระว่ายน้ำส่วนกลาง ให้กลายเป็น โอเอซิส อันเงียบสงบ มุมพักผ่อนที่ โอบล้อมด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ และ คาบาน่าส่วนตัวสุดหรู, ฟิตเนส เซ็นเตอร์ ใหม่ จะกลายเป็น จุดหมายปลายทางของผู้รักสุขภาพที่ทันสมัย ครบครัน ด้วยอุปกรณ์ออกกำลังกาย รุ่นล่าสุดจาก Technogym
ซาวน่าระบบอินฟาเรด และ สตูดิโอพิลาทิส รวมถึง ห้องจัดเลี้ยง สำหรับงานประชุมและสัมนาชั้น 1 เป็นต้น

ระยะที่ 2 จะเริ่มดำเนินการในช่วง เดือนพฤษภาคม-กันยายน 2569 ประกอบด้วย ห้องพักโซนปาริชาติคอร์ท, คิดส์คลับ, ล็อบบี้, ห้องแกรนด์บอลรูม รวมถึง ห้องสำหรับจัดงานทั้งหมด เพื่อมอบบริการให้ กับแขกผู้มาพักทุกคนอย่างต่อเนื่องและไร้รอยต่อ
ริชเตอร์ กล่าวว่า หัวใจสำคัญของการพลิกโฉมครั้งนี้คื อ ความมุ่งมั่นในการส่งมอบ ประสบการณ์ ระดับเวิล์ดคลาส ให้กับนักท่องเที่ยวชั้นนำ จากทั่วโลก พร้อมเชื่อมโยง ไทยทัชในทุกๆมิติ ผ่านประเพณี และ วัฒนธรรมไทยอันทรงคุณค่า เข้าไว้กับ ทุกช่วงเวลาของ การเข้าพัก อย่างกลมกลืน
เพื่อสร้าง ความประทับใจ และ ความพิเศษอย่างสมบูรณ์แบบ อาทิ กิจกรรมตักบาตรยามเช้า, เวิร์กชอปประดิษฐ์หัวโขน, พิธีสักยันต์อันศักดิ์สิทธิ์, กิจกรรมร้อยพวงมาลัย, คลาสเรียนทำอาหารไทย Spice Spoons โดยเชฟของโรงแรม ฯลฯ ซึ่งล้วนได้รับการออกแบบเพื่อให้แขกได้สัมผัสกับมรดกวัฒนธรรมไทยอย่างลึกซึ้ง และเก็บเกี่ยวความประทับใจที่ยากจะลืมเลือน ริชเตอร์ กล่าว
ที่มาของข้อมูล : https://www.anantara.com/th/siam-bangkok
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : https://bangkokx.me/prg-boatfair-27022025/
