
ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง ม.ค.แผ่ว ตามอสังหาชะลอตัว โดยดัชนีปรับตัวขึ้นเพียงเล็กน้อย เนื่องจากความต้องการใช้ชะลอตัวตามภาคอสังหาฯ ลุ้นหลังเลือกตั้ง โครงการแห่ลงทุนภาคก่อสร้างฟื้นตัว

นันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า(สนค.) โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เผยว่า ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนมกราคม 2569 เท่ากับ 105.4 สูงขึ้นร้อยละ 0.1 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน สะท้อนภาวะอุปสงค์ภาคการก่อสร้างที่ยังชะลอตัว จากแรงกดดันด้านอุปทานส่วนเกินภาคอสังหาริมทรัพย์คงค้างสูง โดยมีรายละเอียด ดังนี้

เหล็ก-กระเบื้องราคาลดลง
หมวดเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็ก ลดลงร้อยละ 2.5 จากการลดลงของเหล็กเส้นกลมผิวข้ออ้อย เหล็กตัว H ท่อเหล็กกลวงสี่เหลี่ยมจัตุรัส และท่อเหล็กดำ จากอุปทานเหล็กส่วนเกินในตลาดโลกสูง และนโยบายด้านภาษีของสหรัฐอเมริกา ทำให้มีการแข่งขันราคากับเหล็กนำเข้าจากต่างประเทศ (จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น)
หมวดกระเบื้อง ลดลงร้อยละ 0.4 จากการลดลงของกระเบื้องเคลือบบุผนัง และกระเบื้องเคลือบปูพื้น เนื่องจากความต้องการใช้ลดลง ตามการชะลอตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ ที่ได้รับผลกระทบจากการเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อของสถาบันการเงิน และอุปทานภาคอสังหาริมทรัพย์คงค้างสูง
หมวดวัสดุฉาบผิว ลดลงร้อยละ 0.2 จากการลดลงของสีทาถนนชนิดสะท้อนแสง สีรองพื้นปูน และสีน้ำอะครีลิคทาภายใน ตามการลดลงของราคาวัตถุดิบ (ปิโตรเคมี ผงสี)
หมวดสุขภัณฑ์ ลดลงร้อยละ 2.8 จากการลดลงของอ่างล้างหน้าเซรามิก โถส้วมชักโครก และราวจับสเตนเลส จากภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ชะลอตัวทำให้ความต้องการใช้ลดลง และภาคเอกชนชะลอการลงทุนโครงการใหม่
หมวดอุปกรณ์ไฟฟ้าและประปา สูงขึ้นร้อยละ 2.3 จากการสูงขึ้นของสายเคเบิล THW สายส่งกำลังไฟฟ้า NYY สายไฟฟ้า VCT และเสาไฟถนน ตามการสูงขึ้นของราคาวัตถุดิบ (ทองแดง อลูมิเนียม) และมีความต้องการใช้ในโครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคของภาครัฐ ด้านโครงสร้างพื้นฐานและพลังงานสะอาดเพิ่มขึ้น
หมวดวัสดุก่อสร้างอื่น ๆ ลดลงร้อยละ 1.9 จากการลดลงของยางมะตอย ตามการลดลงของราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ขณะที่หมวดไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ ดัชนีราคาไม่เปลี่ยนแปลง
แนวโน้มเดือนก.พ.ดัชนีราคาทรงตัว
นันทพงษ์ กล่าวว่า ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนกุมภาพันธ์ 2569 มีแนวโน้มทรงตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 โดยมีปัจจัยกดดันจากภาคเอกชนชะลอการลงทุนโครงการใหม่ ๆ เนื่องจากกำลังซื้อภาคอสังหาริมทรัพย์ที่หดตัว จากความเข้มงวดการอนุมัติสินเชื่อของสถาบันการเงิน หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ทำให้มีอุปทานคงค้างสูง เป็นผลให้ภาคอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัวต่อเนื่อง
นอกจากนี้การชะลอตัวของโครงการก่อสร้างภาครัฐขนาดใหญ่ (Mega Project) อาทิ โครงการรถไฟความเร็วสูง โครงการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ โครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาด เนื่องจากต้องรอการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีหลังการเลือกตั้ง
อีกทั้งการแข่งขันด้านราคากับสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ ส่งผลให้ราคาสินค้าวัสดุก่อสร้างสำคัญมีแนวโน้มลดลง เช่น เหล็ก กระเบื้อง เป็นต้น

อย่างไรก็ตามยังมีปัจจัยบวกที่จะทำให้ราคาสินค้าวัสดุก่อสร้างปรับราคาสูงขึ้น เนื่องจากต้นทุนราคาวัตถุดิบที่ปรับสูงขึ้นตามราคาในตลาดโลก เช่น ทองแดง อลูมิเนียม เป็นต้น เพราะมีความต้องการใช้เพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด และโครงสร้างพื้นฐาน นอกจากนี้ราคาน้ำมันและราคาพลังงานในตลาดโลก มีความผันผวนสูง เนื่องจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายพื้นที่ ซึ่งจะต้องมีการติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป
ที่มาของข้อมูล: https://www.moc.go.th
ข่าวที่เกี่ยวข้อง: https://bangkokx.me/moc-inflation-goodsprice/
