
ตะลุย UK ep.2 Landing London ตะลอนเที่ยวตามใจ หลังจากใช้ เวลาอัน ยาวนาน บนเครื่องบิน ราว 11 ชั่วโมง ไม่ใช่ สิ ทริปนี้ ปลายทาง เกิดไฟลท์ ดีเลย์ ไปเกือบ ชั่วโมง ทำให้ เราต้องอยู่ บนเครื่อง นานกว่า 12 ชั่วโมง
กำหนด Landing เลย เคลื่อน ทีนี้ก็ส่งผล กับ บริษัท รถแท็กซี่ ที่เราจองไว้ ต้อง ดีเลย์ ไปด้วย แต่ยังดี ที่มี WhatsApp ทำให้ สามารถ พูดคุย สื่อสารเรื่องเวลา กับ บริษัทได้
อันนี้ต้อง เล่าเลย เป็น ประสบการณ์ ที่น่าจะ เป็นประโยชน์ สำหรับ ใครที่ เดินทาง แล้ว จองแท็กซี่ มารับที่ สนามบิน เพราะ ความ ไม่แน่นอน มีอยู่เสมอ ดังนั้น การจอง รถแท็กซี่ ควรเผื่อเวลา ไว้พอสมควร
ในที่นี้ ควรเผื่อน สัก 2-3 ชม. จาก กำหนดเวลา แลนดิ้ง เพราะ เราไม่รู้ เลยว่า ไฟลท์ดีเลย์ จะเกิดขึ้น หรือไม่
ยิ่งกับ สนามบินใหญ่ อย่าง Heathrow (LHR) ซึ่งแต่ละวัน มีไฟลท์ ขึ้น-ลง กว่า 1,300 เที่ยวบิน
ขณะที่ สนามบิน มีรันเวย์ 2 เส้นทาง เหนือ 3,902 เมตร และ ทางใต้ 3,658 เมตร นั้น ไม่เพียงพอ และ ได้ชื่อว่า เป็นสนามบิน ที่ ทราฟฟิก แน่น มาก-มากที่สุด

ตะลุย UK ep.2 Landing Delay
ใช่ค่ะที่ เล่ามา คือ สาเหตุ ที่ทำให้ ไฟลท์ ของเรา ดีเลย์ มาจาก ปัญหา การจราจร ของ สนามบิน โดยตรง เพราะ ออกจาก ต้นทาง จนมาถึง ลอนดอน ไม่มีปัญหา
ทีแรก กัปตัน ประกาศ ว่า เรามาถึง สนามบิน เร็วกว่า กำหนดเล็กน้อย แต่ปัญหา คือ ประกาศ แล้ว ก็ยังไม่ แลนด์ สักที
สรุปว่า แลนด์ ไม่ได้ค่ะ ทราฟฟิก แน่น ประกาศ ครั้งแรก บอก ต้องวน รอคิว ลงจอด ก็ บินวน ไปสัก 25 นาที ได้
จากนั้นก็ ลด เพดานบิน ทำท่า เหมือนจะ ลงจอด แหละ แต่แล้ว เครื่องก็ ทะยาน ขึ้นอีก วนไปอีก 30 นาที ได้มั้ง
รอบนี้ กัปตัน ประกาศ เสียงตะกุตะกัก ว่า ลงจอดไม่ได้ เพราะ มี เครื่องบินอื่น อยู่บน รันเวย์
สรุป เบ็ดเสร็จ เรามาถึงเร็ว แต่กว่า จะได้ ลงจอด เลทไปราว ชั่วโมง ได้

กำหนด การเดิม ไฟลท์เรา จะถึง ลอนดอน 19.10 น. เราก็เลย จองแท็กซี่ ให้มารับ 20.30 น. กะ เวลาเผื่อ รอกระเป๋า กับ ตม.เล็กน้อย ไม่ได้เผื่อ ไฟลท์ดีเลย์เลย
ทีนี้ก็ กลายเป็นว่า มาถึง สนามบิน ปาเข้าไป 2 ทุ่มกว่า แล้ว ยังไม่ผ่าน ตม. และ รับกระเป๋า เลย
สรุป เราต้อง ดีเลย์ ไปเกือบ 2 ชม.จากที่นัด ไว้เดิม ทีนี้ ปัญหา ก็ตามมา สิคะ บริษัทแท็กซี่ ฝรั่ง ไม่มีอลุ่มอล่วย เหมือนบ้านเรา พอเรา เลท นางก็ชาร์จ ทุกอย่าง
เช่น คิดค่า ล่าช้า นาทีละ 0.60 ปอนด์ หรือ ประมาณ 27 บาท ต่อ นาที และ คิดค่า จอดรถ ที่เกินเวลา รวมมาด้วยจ้า อะไม่เป็นไร ก็เราชะล่าใจ เอง นี่ต้องจำไว้ เป็นบทเรียน เลย จองเผื่อ เวลา รอหน่อยดีกว่า โดนชาร์จ นะทุกคน

เครื่องลงเรียบร้อย เราก็ผ่าน ตม.อังกฤษไ ม่ได้ยากเย็นอะไร สอบถาม นิดหน่อย กับ สแกนนิ้วแล้ว ก็ผ่านเลย รอคิว ไม่นานมาก คนเยอะ แต่ปล่อยเร็วและ น่าสังเกตว่า เจ้าหน้าที่ จัดคิวตม.เป็น คนเอเชีย รวมทั้ง ตม.ที่นั่งในตู้ มีคนเอเชีย ด้วย ไม่รู้เกี่ยว รึเปล่า เพราะ นางดู เหมือน อำนวยความสะดวก คนเอเชีย ด้วยกัน เป็นอย่างดี
ทั้ง 8 คนก็ ผ่านตม.ออกมา โดยราบรื่น ไม่มีปัญหา จากนั้น ก็มารับ กระเป๋า ที่สายพาน ไม่ได้เสียเวลา อะไร
แล้วก็ แยกย้าย กันเข้า ห้องน้ำ ก่อนรวมตัว กัน เดินออกมาที่ โถงทางออก เทอร์มินัล 2 (T2) คนไม่เยอะ คนรถ ที่มา ยืนถือป้าย รับนักท่องเที่ยว ก็ไม่เยอะ ราวสิบกว่าคนได้
แต่ว่าไม่เจอ ชื่อเราเ ลยทำไงล่ะทีนี้ ก็ต้อง อาศัย WhatsApp ช่วยอีกรอบ ยังดี ที่บริษัทแท็กซี่ ใช้แอปนื้ และ คนขับรถก็ใ ช้ทำให้เรา สื่อสาร ไม่ลำบาก เพราะ เปิดโรมมิ่ง มาเรียบร้อย ไม่โดน ค่าโทรศัพท์ ชาร์จ หัวแบะ ก็ถือว่า สะดวกดีนะ


ตะลุย UK ep.2 Landing London การจองรถ ไม่ยาก แต่ต้อง เลือก
ตอนที่เ ราคุยกับ บริษัทแท็กซี่ (Britannia Airport cars) ไม่ได้ รู้จักมาก่อน แต่ ได้แนะนำ มาจาก booking.com ที่จองห้องพัก ได้ส่วนลดพิเศษ เลยจองมาด้วย สนนราคา สำหรับ 8 คน รวมกระเป๋า แล้วประมาณ 4,700 บาท หารกัน ก็ตกคนละ เกือบ 600 บาท
สำหรับ การเคลื่อนย้าย จาก สนามบิน ไปที่พัก ซึ่งอยู่ ใจกลาง เมืองลอนดอน เราว่า ยังไงก็น่า จะดีกว่า ลากกระเป๋า ขึ้นทูป เพราะ 8 คน หารกันแล้วราคา พอรับได้ อาจแพงกว่า ทูป แต่ สะดวกกว่า

ทว่าคุณคะ เกือบไม่รอด เพราะ ตอนจองเรา ก็เลือกรถไซส์ใหญ่ ที่ระบุว่า รองรับ ผู้โดยสารได้ 8 คน พร้อมกระเป๋า ใบใหญ่ 8 ใบ เป็น รถตู้เบนซ์ รุ่นกลางเก่า กลางใหม่ ที่มัน ก็นั่งได้แหละ 8 คน แต่ แบบเบียด กันแน่นมาก
และ พื้นที่ด้านหลัง ที่วางกระเป๋าไ ม่พอสำหรับ กระเป๋าใหญ่ 8 ใบ วางได้แค่ 7 อีกใบ ต้องมา เบียด วางตรงที่นั่ง ซึ่งเป็น เบาะ หันหน้า เข้าหากัน ที่ต้องนั่ง 6 คน ส่วนอีก 2 คนไปนั่ง หน้า กับ คนขับ
เราต้อง นั่งหดขา สละที่วางเท้า ให้วางกระเป๋า โอย เกือบไม่รอด ยังดีที่นั่ง ไม่นานราว 40 นาที แต่ก็ทำ ขาชา ไปเหมือนกัน

คนขับ มาถึง ที่พักจอด ส่งพวกเร าและ ช่วยขนกระเป๋า ลงเบ็ดเสร็จ เราก็ถาม คนขับว่า ชาร์จเท่าไร นางก็ ตอบเสียงอ่อยๆ ว่า 27 ปอนด์ อืมม ก็พอไหวอยู่ ทีแรกคิดว่า จะฟาดไป 40-50 ปอนด์
นี่ก็เลยให้นางไป 30 ปอนด์ ทิปให้กับ ความใจเย็น และ ไม่บ่นเลย ของนาง ถือว่าสุภาพ ใช้ได้


ที่พักแบบ โฮสเทล YHA London Earl’s Court
ทีนี้ก็มาถึง ที่พักซึ่งจองไว้ YHA London Earl’s Court อยู่ในย่าน ที่เรียกว่า Earl’s Court ตอนกลางคืน ก็ไม่เห็นอะไร มากนัก
แต่ตอนเช้า พออกมาเดิน ถึงได้รู้ว่า เป็นย่าน ใจกลางเมือง ที่มีร้านรวง มากมายเดินมา ไม่ไกล ก็มี สถานี รถไฟใต้ดิน Earl’s Court ถือว่า สะดวกเลยล่ะ ที่พักเป็น โฮสเทล เหมือน โฮสเทล สำหรับ นักศึกษา อะไรประมาณนั้น
เป็น อาคาร แบบโบราณ สูงราว 4 ชั้น แต่ ไม่มีลิฟท์จ้า ที่พักเราอยู่ ชั้น 2 กับ ชั้น 3 ทีนี้ ก็ต้อง ลากกระเป๋า ขึ้นบันได ฟาดไปคะ กว่าจะเ รียบร้อย ได้อาบน้ำอาบท่ากัน ก็มี 30 นาที เป็นอย่างต่ำ
เพราะตั้งหลักกัน อยู่นาน คนที่กระเป๋า ใบใหญ่ ต้องให้ เพื่อนช่วย ยกก้นกระเป๋า ทุลักทุเลพอทน


แต่ ใดใด คือ ที่พักไม่ได้ แย่นะทุกคน สะอาดสะอ้าน เป็น ระเบียบเรียบร้อยไ ด้อยู่ ห้องอาบน้ำ และ ห้องน้ำแยก จากห้องพัก เดินไปได้ ในชั้นเดียวกันนิดเดียว มี 4-5 ห้อง ก็สะดวกพอใช้
เราพักที่นี่ กัน 2 คืน ค่าห้องรวม สำหรับ 8 คน สองคืน ตกที่ 28,404 บาท หารกัน แล้วก็ ตกคนละ 3,550 บาท สำหรับ 2 คืน กับ ที่ตั้งย่านท่องเที่ยว ในเมือง ถือว่า โอเค รับได้ ไม่แรงมาก
จะว่าไป ที่พัก แบบโฮสเทล ก็ดีไปอย่าง ตรงที่เขา มีครัว และ เครื่องครัว ให้ใช้ เราก็ สามารถมา ทำอาหาร ทานร่วมกัน ได้แบบสบายๆ
ทั้ง มื้อเช้า และมื้อค่ำ เลย มีโต๊ะให้นั่ง กว้างขวาง สะดวกสบาย มีสวนให้ชม อีกต่างหาก ชิลล์ ดีไม่น้อย


อย่างที่ บอกทริปนี้ หอบหิ้ว ข้าวสาร ไปหุงกิน กันด้วย พร้อม หม้อหุงข้าว ใบจิ๋ วที่เล่าให้ฟังใน ep.1 ใช้ การได้ดีเลย
คืนแรก พอมาถึง ที่พัก จัดการ ข้าวของ เสร็จแล้วก็ เข้านอนกัน ยาวๆ ไป 8 ชม. เป็นเวลาที่ดี ทำให้ ปรับเวลา เป็นอังกฤษไปได้ เลย ไม่ยาก และ ไม่เจ็ทแลคเ พราะได้นอน กันเต็มที่ ตื่นเช้า มาก็ เหมือนเช้า วันใหม่ ปกติเลย


Hop On Hop Off SideSeeing
เช้าวันแรก ที่ลอนดอน เนื่องจาก เที่ยวเอง ก็กำหนดเวลา กันเอ งไม่เร่งรีบ ตื่นกันราว 8 โมง อาบน้ำ แต่งตัว ลงมากิน มื้อเช้า (ทำเอง) ที่ครัว
แล้วจากนั้น ค่อยออกไป เที่ยวตอน 9.00 น. อาจสาย ไปหน่อย สำหรับ การเที่ยวกับทัวร์ แต่ถือว่า พอดีสำหรับ การไปเที่ยวเอง
เพราะ ไม่รีบร้อน เน้นสบายๆ ไม่เร่งรีบ แต่ที่ สำคัญทุกคน เช้านี้ฝนตก เป็นไป ตาม พยากรณ์อากาศ ที่ทายไว้ว่า ฝนจะตก 80% เราก็ไม่รอด ออกเที่ยวฝ่าสายฝน ปรอยปราย
ซึ่งฝนที่ ลอนดอน ไม่เหมือนบ้านเรา ไม่ได้แรง กระหน่ำขนาดนั้น แต่เป็น ฝนเปาะแปะ พอให้รำคาญ ก็ใช้ เสื้อกันฝน หรือ ร่มที่พกมา เดินฝ่าไปได้ไม่ถึงกับแย่ แต่อากาศนีสิก็จะเย็นสักหน่อย 14 C มาพร้อมสายฝน


ก็อย่างที่บอก ไม่เคยเที่ยวเอง ที่ลอนดอน มาก่อน ตอนแพลน ก็เลยเลือกใช้ รถทัวร์เมืองสอง ชั้น Hop On Hop Off เป็นการเดินทาง ที่สะดวก
เพราะ รถที่ว่านี้ วิ่งเที่ยว ทั่วเมืองลอนดอน มี 4 เส้น ทางครอบคลุม ทั้งเที่ยว พิพิทธภัณฑ์ แลนด์มาร์ก ต่างๆ ของลอนดอน
รวมถึง เส้นทาง ช้อปปิ้งด้วย ก็ซื้อตั๋ว แบบวันเดียว เที่ยวได้ตลอด อยากไปไหน ก็ลงเที่ยวเป็น จุดได้ตาม ต้องการ
แล้วก็กลับมาขึ้น คันต่อไปได้ ไม่อั้น ภายใน 24 ชั่วโมง แต่ ราคาก็ไม่ถูกนะ 45 ปอนด์ สำหรับ 1 วัน ตกราว 2,000 บาท แต่ ไม่จำกัดเที่ยว ไปได้ ทั่วลอนดอนเลย แต่เอาจริงนะ ใช้ไม่ค่อยคุ้ม เพราะ ไปไม่กี่ที่ ก็ค่ำแล้ว


วันนี้เรา เปิดให้ทุกคน เลือกเที่ยวได้อย่า งฟรีสไตล์ ใครอยากไปไหน ก็ไปได้ โดยใช้ รถสองชั้นนี่แหละ แต่จะมี ข้อสังเกตว่า รถนี้มี บริการอยู่หลายเจ้าไม่ใช่เจ้าเดียว
เพราะฉะนั้น ต้อง ดูสัญญลักษณ์ ให้ดีว่า บริษัทอะไร ของที่ พวกเรา เลือกใช้คือ Big Bus โลโก้สีแดง เลือดหมู เราจองออนไลน์ และ ไปออกตั๋วที่ รถเที่ยวแรกที่ขึ้น
จากนั้นก็ใช้ต่อเนื่อง ได้ตลอด เขาจะมี เจ้าหน้าที่ ชุดฟอร์ม ยืนประจำจุด ในแหล่งท่องเที่ยว สำคัญ คอยออกตั๋ว ให้กับ ผู้โดยสาร ซึ่งก็ สะดวกดี
พอมีตั๋ว แบบออนไลน์ แล้วคนรถ ก็ไม่ยุ่งอะไ รกับเรามาก ขึ้นรถไป ก็เลือกได้ จะนั่งชั้นล่าง หรือชั้นบน เขามีหูฟัง ให้เสียบ ฟังบรรยาย เส้นทาง และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆ ที่รถผ่านให้ด้วย


มาดามทูโซ่ – เป็ดย่างโฟร์ซีซัน-London Eye
เที่ยวนี้เราแบ่งเป็น 3 กลุ่ม 2 คนแรกไป เที่ยวพิพิทธภัณฑ์ มาดามทูโซ่ ก่อนเพราะ จองไว้ ทางออนไลน์ เหมือนกัน รถ Hop On วิ่งผ่านหน้า พิพิทธภัณฑ์เลยสะดวกมาก
ก็เที่ยวกันไป อีก 3 คน นั่งรถชมเมืองแวะ เที่ยวจุดที่เ ป็นแลนด์มาร์ก และ ล่องเรือชมวิวซึ่งเป็นแพค รวมมาในตั๋วรถบัส
และ อีก 3 คนก็นั่งรถชมเมืองเหมือนกัน แต่จะแวะกินเป็ดย่าง โฟร์ซีซันส์ ต้นตำหรับ ในย่านโซโห
โดยมี 2 คนจาก มาดามทูโซ่ตามมาจอย ด้วยเป็น 5 คน ได้กินเป็ดต้นตำหรับ อร่อยสมคำร่ำลือแล้ว ก็ออกมาเดินเที่ยว ในย่านโซโห และ เซอร์คัส
เป็นถนน ช้อปปิ้งอีกแห่ง พอตก เย็นราว 17.45 น.ทุกคนก็มารวมตัว กันที่ลอนดอนอาย
พวกเรา ก็แวะเที่ยว แลนด์มาร์ก สำคัญอย่าง หอนาฬิกาบิ๊กเบน และลอนดอนบริดจ์ ที่อยู่ใกล้ๆ กับลอนดอนอาย ถ่ายรูปเ ป็นที่ระลึกกันพอหอมปากหอมคอ
ก็ได้เวลาขึ้น ลอนดอนอายชมเมือง มันไม่เหมือน ชิงช้าสวรรค์บ้านเรานะคะ แม้ ดูไกลๆ จะเหมือนก็ตาม แต่ เอาเข้าจริง น้องเป็นแคปซูลกระจกใส ที่กว้างจุคนต่อ แคปซูลได้ราว 20 คน
ค่อยๆ วนช้าๆ ให้ชมวิวแม่น้ำเทมส์ และเมืองลอนดอนมุมสูงที่สวยงามแปลกตา ยิ่งไปตอนเย็นๆ วิวพระอาทิตย์ตกลับขอบฟ้าที่หอนาฬิกาบิ๊กเบนสวยอย่าบอกใคร มาถึงแล้วลอนดอนครบถ้วนกระบวนความ


ก่อนมาเราได้ยินคำเตือนมากมายเกี่ยวกับมิจฉาชีพ และการฉกชิงวิ่งราวในเมืองใหญ่อย่างลอนดอน
แต่พอมาจริงไม่ได้มีความรู้สึกน่ากังวลแบบนั้น เพราะส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยว คนพื้นเมืองมีบ้าง
แต่ตามแหล่งท่องเที่ยวก็มีแต่นักท่องเที่ยวเป็นหลัก ไปเที่ยวนี้จึงไม่เจออะไรแบบนั้น แถมนี่พกกระติ๊กน้ำสตาร์บั๊คไปด้วย
ระหว่างรอขึ้นลอนดอนอายแวะนั่งร้านฟาสต์ฟู้ดใกล้ๆ ซึ่งคนหนาแน่นมาก และดันลืมกระบอกไว้ที่ร้าน
มานึกออกตอนอยู่บนลอนดอนอายแล้ว ยังคิดว่าคงหายแน่นอน แต่พอลงไปตามที่ร้านปรากฎว่ามีคนเก็บมาวางไว้ที่เคาน์เตอร์ไม่หายอีกต่างหาก ความกังวลเรื่องมิจฉาชีพในลอนดอนยิ่งลดลงไปอีก


ก็เป็นอันจบวันแรกของการเที่ยวลอนดอน กลับมาขึ้นรถ Hop On กลับที่พัก เลยรู้ว่า เขามีบริการส่งกลับที่พักตามเส้นทางที่ระบุไว้ทีแรกด้วย
แต่รถจะไม่ได้วิ่งตามเส้นทางปกติทุกคน เขาจะเลือกว่าจะไปเส้นทางนี้เพื่อส่งนักท่องเที่ยวคันไหนเราต้องถามเจ้าหน้าที่ข้างล่างกับคนขับเอาเอง
ก็สรุปผ่านไป 1 วันกับการเที่ยวชมลอนดอนแบบกรุบกริบ เพราะทริปนี้เราจะกลับมานอนลอนดอนอีก 1 คืน
มีเวลาเที่ยวลอนดอนอีก 1 วันก่อนบินกลับ ค่อยว่างกัน ขอจบ ep.2 ตอนกลับที่พักคืนที่สองในลอนดอนไว้แค่นี้ รออ่าน ep.ต่อไป มีเรื่องสนุกและต้องลุ้นหลายระลอกเลย
ที่มาของข้อมูล : https://www.londoneye.com
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : https://bangkokx.me/uktripep-1_12112023/
