
ชาวเน็ต สนใจ นโยบาย การแก้ไขรัฐธรรมนูญ และ MOU ไทย-กัมพูชา มากที่สุด 36% จากจำนวน 170,226 ข้อความ
เรียลวอทช์ แล๊ป (RealWatch Lab) ส่วนวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูล (Research and Data Analytics) บริษัท เรียล สมาร์ท จำกัด(มหาชน) บริษัท ด้าน AI-Data Driven Technology เปิดเผยถึง ผลสำรวจถึงนโยบายของพรรคการเมืองที่ชาวเน็ตให้ความสนใจ ระหว่างวันที่ 1-21 มกราคม 2569 จำนวน 170,226 ข้อความ พบว่า
ชาวเน็ตให้ความสนใจและพูดถึง นโยบายเรื่อง นโยบายการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และ บันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างรัฐบาลไทยและกัมพูชา ปี 2543 และ ปี 2544 มากที่สุด คิดเป็นสัดส่วน 36%
ชาวเน็ต สนใจ นโยบาย การแก้ไขรัฐธรรมนูญ
โดยประเด็นที่ชาวเน็ตให้ความสนใจในเรื่องของ นโยบายการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และ MOU ไทย-กัมพูชา ปี 2543 และ ปี 2544 เป็นข้อกังวลเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 1 และ 2
รวมทั้ง ประเด็นทั้ง เห็นด้วย และ ไม่เห็นด้วย ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และ ความกังวล ในการโยง ประเด็น มาตรา 112 กับ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ รวมทั้ง แนวทางการแก้เรื่อง MOU ปี 2543 และ ปี 2544 เป็นต้น
นโยบายความมั่นคง มาอันดับที่ 2
นโยบายที่ชาวเน็ตให้ความสนใจมาเป็น อันดับ 2 เป็นเรื่องนโยบายด้านความมั่นคง คิดเป็นสัดส่วน 28% โดยเสียงส่วนใหญ่ จะให้ความสนใจ เรื่อง นโยบาย ด้านการทหาร แนวทาง การรักษาอธิปไตยของประเทศ การแก้ไขปัญหาชายแดนระหว่าง ไทย-กัมพูชา
รวมไปถึง นโยบาย การจัดสรรงบประมาณด้านการทหาร ของพรรคการเมือง เพื่อสร้างความมั่นคงทางการทหารของประเทศ
นโยบายด้านความโปร่งใสของพรรคการเมืองและนักการเมือง ของแต่ละพรรคการเมือง มาเป็นอันดับ 3 คิดเป็นสัดส่วน 15% โดย ความเห็นส่วนใหญ่ ให้ความสำคัญเรื่อง ของ นโยบาย ของพรรคการเมือง ในการเลือกสมาชิกพรรค ที่ไม่มีความเกี่ยวข้อง กับ ทุนเทา กลุ่มสแกมเมอร์ กลุ่มหลอกลวง
รวมไปถึง เรื่องของคอรัปชั่น ไปจนถึง การทำการเมืองอย่างโปร่งใส มีนักการเมืองที่น่าไว้วางใจได้ และ ให้ความสำคัญกับประโยชน์ของประชาชน มากกว่า ประโยชน์ของพรรคการเมือง และ พวกพ้อง
ในขณะที่นโยบายด้านเศรษฐกิจและปัญหาปากท้องประชาชน มาเป็นอันดับ 4 คิดเป็นสัดส่วน 14% โดยความเห็นส่วนใหญ่จะระบุถึง ความลำบากของกลุ่มรากหญ้า กลุ่มเปราะบาง และ กลุ่มผู้มีรายได้น้อย อยากให้มีนโยบายที่เข้ามาดูแลกลุ่มคนเหล่านี้
รวมไปถึงนโยบายด้านราคาสินค้าเกษตร ไปจนถึง แนวนโยบายที่ลดความเหลื่อมล้ำของรายได้ ลดช่องว่างรายได้ของประชาชน นอกจากนี้ ชาวเน็ตยังคาดหวังนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการเข้าไปดูแลกลุ่มผู้มีรายได้น้อย กลุ่มเปราะบาง เกษตรกร และ กลุ่มผู้สูงอายุ
อันดับ 5 เป็นนโยบายเรื่องการศึกษาและสาธารณสุข คิดเป็นสัดส่วน 7% ความเห็นส่วนใหญ่ด้านการศึกษาเป็นเรื่องของการลดจำนวนเด็กไทยที่ไม่มีโอกาสได้เรียนหนังสือในโรงเรียน และ ลดความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษาของโรงเรียนในเมืองกับชนบท
ในขณะที่ประเด็น ด้านสาธารณสุข ให้ความสำคัญเรื่องของการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการรักษาพยาบาล เช่น การเข้าถึงการรักษาพยาบาล การจัดหาวัคซีน รวมไปถึง การต่อยอดนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : https://bangkokx.me/platform-election-13012026/
ที่มาของข้อมูล : https://www.realsmart.co.th
