TRUE ทำกำไรต่อเนื่อง 5 ไตรมาส สูงสุดหลังควบรวมกิจการ
true Q1.2569(2)

TRUE ทำกำไรต่อเนื่อง 5 ไตรมาส สูงสุดหลังควบรวมกิจการ โดยผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ทำกำไรสุทธิหลังหักภาษีได้ 6,589 ล้านบาท EBITDA 2.8 หมื่นล้านบาท ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 4,800 ล้านบาท

ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 สามารถสร้างผลกำไรได้อย่างต่อเนื่อง จากแรงหนุนการเติบโตของจำนวนผู้ใช้บริการ การยกระดับประสบการณ์ การใช้งานของลูกค้าที่ดีขึ้น ภายใต้โครงการปรับปรุงโครงข่ายให้ทันสมัย (Network Modernization) และการบริหารต้นทุนอย่างมีวินัย

ไตรมาสนี้ บริษัท มีกำไรสุทธิหลังหักภาษี 6,589 ล้านบาท ขณะที่ EBITDA (กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อม) อยู่ที่ 2.8 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจาก การได้ใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่

แม้เผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจมหภาค ทรู คอร์ปอเรชั่น ยังคงสามารถรักษาผลการดำเนินงานในเชิงบวกของธุรกิจหลัก ทั้งโทรศัพท์เคลื่อนที่ และออนไลน์ได้อย่างต่อเนื่อง

                                                       นกุล เซห์กัล                                         ซิกเว่ เบรกเก้

 

ซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ผลการดำเนินงานจากทุกกลุ่มธุรกิจของเรา ในไตรมาสแรกปี 2569 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยประเด็นสำคัญ ไม่ใช่แค่เพียงผลประกอบการทางการเงินที่โดดเด่น แต่ยังรวมถึงความพึงพอใจของลูกค้า ที่อยู่ในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์”

ขณะเดียวกัน ยังได้ติดตามและเฝ้าระวังผลกระทบ จากแรงกดดันทางเศรษฐกิจมหภาคที่เพิ่มขึ้น ควบคู่กับการเดินหน้าสู่เป้าหมายทางการเงินตามแผนที่วางไว้ การพัฒนาโครงข่ายให้ทันสมัยอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการปรับโครงสร้างธุรกิจและองค์กร ถือเป็นจุดแข็งสำคัญที่สร้างความแตกต่าง สามารถยกระดับทั้งประสบการณ์ลูกค้า ประสิทธิภาพการดำเนินงาน และศักยภาพการแข่งขันในระยะยาว

โตสูงสุดหลังควบรวมกิจการ

สำหรับไตรมาสนี้จำนวนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เพิ่มขึ้น 6.14 แสนเลขหมาย เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน สะท้อนถึงการบริหารอัตราการเลิกใช้บริการ ได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น มาตรการรักษาฐานผู้ใช้บริการเชิงรุก  และการเข้าร่วมส่งเสริมโครงการ “เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา (Study Anywhere Anytime)” ของกระทรวงศึกษาธิการ ส่งผลให้จำนวนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รวม 48.1 ล้านเลขหมาย ผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตบ้านเพิ่มขึ้น 3.6 หมื่นราย

เป็นการเติบโตสูงสุด นับตั้งแต่การควบรวมกิจการ โดยได้รับแรงหนุนจากความเสถียร ในการใช้งานของโครงข่ายและคุณภาพบริการที่ดีขึ้น การปรับปรุงโครงข่ายอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ระยะเวลาระบบเครือข่ายขัดข้อง (network downtime) ของธุรกิจออนไลน์ลดลง และยังส่งผลให้คะแนนความพึงพอใจลูกค้า (Net Promoter Score) ดีขึ้น

ขณะเดียวกัน การใช้งานช่องทางบริการตนเอง ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลที่เพิ่มขึ้น ช่วยลดปริมาณการติดต่อคอลเซ็นเตอร์ ส่งผลดีต่อประสบการณ์ลูกค้าและประสิทธิภาพการดำเนินงาน โดยสิ้นไตรมาสมีผู้ใช้บริการ 5G รวม 18.4 ล้านราย

นกุล เซห์กัล หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)  กล่าวว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกของปี สะท้อนถึงวินัยทางการเงินที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่การควบรวมกิจการ แม้ว่ารายได้จากการให้บริการ จะได้รับผลกระทบบางส่วน จากธุรกิจโทรทัศน์บอกรับสมาชิก (PayTV)

แต่ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และธุรกิจออนไลน์ ยังคงแข็งแกร่งจากการเติบโตของผู้ใช้บริการ และการลงทุนด้านโครงข่าย รวมไปถึงการยกระดับประสบการณ์ลูกค้า ขณะเดียวกันค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อน

จากการได้มาซึ่งใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ การรับรู้ผลประโยชน์จากการควบรวมกิจการ (Synergy) และการควบคุมต้นทุนอย่างมีวินัยและรัดกุม ส่งผลให้ EBITDA เติบโต และอัตรากำไรปรับตัวดีขึ้น กำไรสุทธิหลังหักภาษีเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งเมื่อเทียบกับปีก่อนและไตรมาสก่อน

คณะกรรมการบริษัทฯ จึงมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจำนวน 4,800 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผล 73% สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของบริษัท ต่อความสามารถในการสร้างกำไรได้อย่างยั่งยืน อัตราส่วนโครงสร้างทางการเงิน (Leverage ratio) ลดลงมาอยู่ที่ 3.8 เท่า

โดยมีแรงหนุนจากการลดลง ของอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง 0.4 จุด เมื่อเทียบกับปีก่อน และลดลง 0.1 จุด เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ซึ่งเป็นผลจากการบริหารจัดการหนี้อย่างมีประสิทธิภาพ และการไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนกำหนดในไตรมาส 4/2568

ระยะถัดไป บริษัท มีลำดับความสำคัญที่ชัดเจน โดยยังคงมุ่งเน้นการบริหารการเงินอย่างรอบคอบ ควบคู่กับการลงทุนอย่างมีวินัย ในธุรกิจที่มีศักยภาพในการสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อเดินหน้าสร้างมูลค่าให้แก่ผู้ถือหุ้น ในระยะยาวได้อย่างต่อเนื่อง

กำไรสุทธิต่อเนื่อง 5 ไตรมาส

ทรู คอร์ปอเรชั่น ทำกำไรสุทธิหลังหักภาษีต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 5 ติดต่อกัน โดยได้รับแรงหนุนจากการประหยัดต้นทุนด้านคลื่นความถี่ และการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน รายได้จากการให้บริการไม่รวมค่าเชื่อมต่อโครงข่าย (IC) ในไตรมาส 1/2569 ลดลง 0.6 % เมื่อเทียบกับปีก่อน และลดลง 0.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน

สาเหตุหลักมาจากการลดลง ของรายได้ธุรกิจโทรทัศน์บอกรับสมาชิก (PayTV) แต่ยังได้รับแรงหนุนจากธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ และธุรกิจออนไลน์ เมื่อปรับรายได้การให้บริการข้ามโครงข่ายภายในประเทศกับ NT รายได้จากการให้บริการลดลง 0.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน และ 0.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน

การลดลงของค่าเช่าโครงข่าย ซึ่งเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ ภายหลังการสิ้นสุดสัญญาเช่าโครงข่ายกับ NT ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2568 ส่งผลให้รายได้รวมลดลง 9.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน รายได้จากการขายลดลง 2.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน และลดลง 14.6% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน สาเหตุหลักมาจากการเปิดตัว iPhone ในไตรมาสก่อน

ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (ไม่รวมค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย) ลดลง 29.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากการ สิ้นสุดสัญญาเช่าโครงข่ายกับ NT ค่าใช้จ่ายด้านโครงข่ายลดลง 25.2% จากการได้มาซึ่งใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ และการประหยัดต้นทุนจากการพัฒนาโครงข่าย

ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหารเพิ่มขึ้น 5.3% จากการตั้งค้างจ่ายโบนัสและระดับหนี้สูญที่ลดลงในปีก่อน ส่วนต้นทุนอื่นในการให้บริการลดลง 13.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน เป็นผลจากค่าใช้จ่ายคอนเทนต์ที่ลดลง (ไม่มี EPL)

นับตั้งแต่การควบรวมกิจการแล้วเสร็จ ทรู คอร์ปอเรชั่น สามารถเพิ่ม EBITDA ได้ 8,600 ล้านบาท หรือเติบโต 44% โดยในไตรมาส 1/2569 บริษัทฯ รายงาน EBITDA เพิ่มขึ้น 10.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากประโยชน์ของการได้มาซึ่งใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่

อัตราส่วน EBITDA ต่อรายได้จากการให้บริการปรับตัวดีขึ้น 7.1 จุด เมื่อเทียบกับปีก่อน อยู่ที่ 68.3% สำหรับไตรมาสนี้ ในขณะที่อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA (Leverage) อยู่ที่ 3.8 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 ลดลง 0.3 เท่า เมื่อเทียบกับปีก่อน และลดลง 0.2 เท่า เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน

สำหรับไตรมาส 1/2569 ทรู คอร์ปอเรชั่น รายงานกำไรสุทธิหลังหักภาษีจำนวน 6,589 ล้านบาท และคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับงวด 3 เดือนแรกของปี 2569 จำนวน 4,800 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผลที่ 73% หรือ 0.14 บาทต่อหุ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายด้านการลงทุน (CAPEX) ในไตรมาสนี้อยู่ที่ 4,300 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 9% ของยอดขายในช่วงเวลาดังกล่าว

ตัวเลขการเงินที่สำคัญ ไตรมาส 1/2569

รายได้จากการให้บริการไม่รวมรายได้ค่าเชื่อมต่อโครงข่าย IC: ไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 4.1 หมื่นล้านบาท

ลดลง 0.6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ลดลง 0.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน

EBITDA: ไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 2.8 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า 0.7% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน

อัตราส่วน EBITDA ต่อรายได้จากการให้บริการ: ไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 68.3%

กำไรสุทธิหลังหักภาษี (NPAT): ไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 6,600 ล้านบาท

เงินปันผลระหว่างกาล: ไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 4,800 ล้านบาท เงินปันผลต่อหุ้น 0.14 บาท คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผลที่ 73%

X Info…
พลังจากการควบรวมกิจการ

สถานการณ์ก่อนควบรวมกิจการ ระหว่าง ทรู-ดีแทค โดยภาพรวม

ทรู: มักประสบปัญหาการทำกำไรที่ไม่ต่อเนื่อง มีภาระการลงทุนสูงและค่าใช้จ่ายด้านการตลาดและการบริหารงานแยกกัน

ดีแทค: มีฐานลูกค้าและรายได้ที่มั่นคง แต่มีการเติบโตที่จำกัด ในตลาดที่มีการแข่งขันสูง

ภาพรวม: หลังควบรวมกิจการแล้วเสร็จ (ปี 2566) บริษัทได้บันทึกการเพิ่มขึ้นของ EBITDA อย่างต่อเนื่องจากการทำ Synergy ลดต้นทุนการดำเนินงานซ้ำซ้อน และใช้โครงข่ายร่วมกันได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ปัจจัยหนุนหลังควบรวม:Synergy: การรวมคลื่นความถี่และปรับปรุงโครงข่ายให้ทันสมัย (Network Modernization) ช่วยลดต้นทุน

การบริหารต้นทุน: การลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (OPEX) และการควบคุมวินัยทางการเงินที่รัดกุม

รายได้ที่เพิ่มขึ้น: จากฐานลูกค้าที่กว้างขึ้นและบริการ 5G

การควบรวมทำให้ผลประกอบการดีขึ้น โดยปีแรกหลังควบรวมกิจการ (ปี 2567)  ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) ดำเนินกิจการหลังควบรวมกับดีแทคแบบเต็มปี มีผลประกอบการที่พลิกฟื้นกลับมามีกำไรเป็นบวก (Normalized Net Profit) ได้เป็นครั้งแรกตามเป้าหมาย โดยมีรายละเอียด ดังนี้

สรุปตัวเลขทางการเงินปี 2567

รายได้รวม: 206,020 ล้านบาท

กำไรสุทธิ (หลังปรับปรุงรายการพิเศษ – Normalized Net Profit): 9,900 ล้านบาท

ปรับตัวดีขึ้นถึง 1.47 หมื่นล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

EBITDA: 9.81 หมื่นล้านบาท เติบโตขึ้น 14.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY)

เป็นการเติบโตต่อเนื่อง 8 ไตรมาสติดต่อกัน นับตั้งแต่เริ่มควบรวม

รายได้จากการให้บริการ (ไม่รวม IC): 1.65 แสนล้านบาท

เติบโต 4.6% เกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 3-4%

#TRUE #ทรู #กำไร #ควบรวมกิจการ #BangkokX

ที่มาของข้อมูล: https://www.true.th/our-company

ข่าวที่เกี่ยวข้อง: https://bangkokx.me/true-move-10032026/

[addtoany]
Ellipse 1
กองบรรณาธิการ Bangkok X