'เถ้าแก่น้อย' เดินหน้าขยายตลาด มั่นใจทั้งปีโต 20%
นายอิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์ เถ้าแก่น้อย

 

 

9 เดือนปี 2566 “เถ้าแก่น้อย” โชว์รายได้จากการขาย 3,983 ล้านบาท กำไรสุทธิ 575.8 ล้านบาท รุกหนักขยายช่องทางจำหน่ายในตลาดต่างประเทศ พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลาย มั่นใจว่า ผลการดำเนินงานในนี้จะเติบโต 20% พร้อมจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลงวดไตรมาส 3 อัตราหุ้นละ 0.10 บาท

อิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TKN เปิดเผยถึงภาพรวมผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/2566 (กรกฎาคม – กันยายน) บริษัทฯ มีรายได้จากการขาย 1,436.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.8% และมีกำไรสุทธิ 214.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเพิ่มขึ้นมาจากการขายผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลาย ด้วยการเพิ่มยอดขายสาหร่ายแบบอบมากขึ้น ที่ได้รับความนิยมจากตลาดทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังเพิ่มช่องทางจำหน่ายในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดสหรัฐอเมริกา อินโดนีเซีย และมาเลเซีย พร้อมวางแผนขยายตลาดไปในประเทศแถบยุโรปเพิ่มเติม ซึ่งจะใช้โมเดลธุรกิจคล้ายกับในสหรัฐฯ เพื่อขยายตลาด

ส่วนผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 (มกราคม – กันยายน) มีรายได้จากการขาย 3,983.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีรายได้จากการขาย 3,135.1 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 575.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 83.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 313.6 ล้านบาท โดยบริษัทฯ สามารถรักษาระดับการทำอัตรากำไรสุทธิที่ 15% ใกล้เคียงกับที่ผ่านมา

“บริษัทฯ ยังคงยึดมั่นการดำเนินกลยุทธ์ 3 Go คือ Go Firm, Go Brand และ Go Global ส่งผลให้การดำเนินงานเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลยุทธ์ Go Firm ในการ Lean องค์กร เพื่อให้มีความคล่องตัวพร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ เช่น ต้นทุนราคาสาหร่ายที่ปรับเพิ่มขึ้นมา โดยบริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการเพิ่มขีดความสามารถในการทำกำไร และรักษาอัตราการทำกำไรให้ดีขึ้น”

ทั้งนี้ สัดส่วนรายได้จากตลาดในประเทศคิดเป็น 35% และต่างประเทศ 65% ซึ่งทุกกลุ่มประเทศที่ส่งออกสินค้ามีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเทศจีนมียอดคำสั่งซื้อฟื้นตัวต่อเนื่อง เฉลี่ย 150 ตู้คอนเทนเนอร์ต่อเดือน ขณะที่ตลาดในอินโดนีเซีย คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ หลังมีดิสทรีบิวเตอร์รายใหม่เข้ามาช่วยขยายช่องทางจำหน่ายหลากหลายกลุ่ม ทั้งร้านค้าแบบดั้งเดิม หรือ Traditional Trade (TT) รวมถึงร้านค้าท้องถิ่น Local Modern Trade (MT) ด้านบริษัทในเครือที่ประเทศสหรัฐอเมริกา สามารถปรับปรุงผลประกอบการกลับมาเกินกว่าจุดคุ้มทุนได้แล้ว หลังจาก 2-3 ปีที่ผ่านมามีผลงานขาดทุน

นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ได้พิจารณาจากงบเฉพาะกิจการและอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลงวดผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ของปี 2566 (กรกฎาคม-กันยายน) ในอัตราหุ้นละ 0.10 บาท ซึ่งกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผล โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 23 พฤศจิกายน 2566 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 7 ธันวาคม 2566 ทั้งนี้ หากรวมกับเงินปันผลระหว่างกาลในอัตราหุ้นละ 0.21 บาท ที่จ่ายเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2566 ทำให้ผู้ถือหุ้นได้รับเงินปันผลไปแล้ว 0.31 บาทต่อหุ้น

“บริษัทฯ มั่นใจว่า ผลการดำเนินงานในนี้จะเติบโต 20% ตามเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งผลิตภัณฑ์สาหร่าย เถ้าแก่น้อย ยังสามารถครองตำแหน่งผู้นำตลาดสาหร่ายอันดับ 1 ในทุกๆกลุ่ม ทั้ง ทอด อบ ย่าง ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ได้ขยายธุรกิจของบริษัทในเครือ บริษัท เถ้าแก่น้อย เรสเตอรองท์ แอนด์ แฟรนไชส์ จำกัด (TKNRF) โดยได้ร่วมมือกับพันธมิตร ร้าน 71 หมูกระทะ เพื่อขยายสาขาร้านอาหารภายใต้โมเดลแฟรนไชส์ และได้เปิดร้าน 71 หมูกระทะแห่งแรกที่เป็นสาขาแฟรนไชส์ในทำเลย่านบรรทัดทอง ซึ่งได้รับผลตอบรับดีจากผู้บริโภค และเตรียมพร้อมศึกษาการเปิดสาขาเพิ่มเติม 2-3 สาขาในปีหน้า” อิทธิพัทธ์ กล่าว

 

[addtoany]
Ellipse 1
กองบรรณาธิการ Bangkok X