สหกรุ๊ปลุยต่อ ดัน 20 MOU ใหม่ รับเศรษฐกิจยากกลางสหกรุ๊ปแฟร์ 30 ปี เปิดธงเข้าเกม AI รับธุรกิจยุคใหม่
สหกรุ๊ปแฟร์ 30 ปี ดัน 20 MOU เปิดเกม AI รับเศรษฐกิจยาก

สหกรุ๊ปแฟร์ 30 ปี เปิดเกมปรับธุรกิจรับยุคใหม่ ดันดีลความร่วมมือกว่า 20 MOU ครอบคลุม AI อีคอมเมิร์ซ ซัพพลายเชน และพันธมิตรต่างประเทศ พร้อมให้ EDTH จับมือ AWS และ SIS วางระบบ Cloud, Data และ AI ตั้งเป้าปั้นบุคลากร 1,000 คน และสร้าง 100 AI Use Case เพื่อให้ธุรกิจในเครือแข่งขันได้มากขึ้น ท่ามกลางกำลังซื้อชะลอและตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคที่แข่งแรง

เครือสหพัฒน์จัดงาน Saha Group Fair & Fest ครั้งที่ 30 ภายใต้แนวคิด “ไปด้วยกันนะ” วางบทบาทงานปีนี้ให้เป็นทั้งพื้นที่ขายสินค้า เวทีเชื่อมพันธมิตร และจุดประกาศทิศทางธุรกิจในช่วงเศรษฐกิจไทยยังมีแรงกดดันจากกำลังซื้อ ต้นทุน และการแข่งขันในตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค

ธรรมรัตน์ โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ในฐานะประธานจัดงานสหกรุ๊ปแฟร์ ครั้งที่ 30 เปิดเผยว่า ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา งานสหกรุ๊ปแฟร์เริ่มจากงานแสดงสินค้าอุปโภคบริโภค ก่อนขยับเป็นเวทีเชื่อมธุรกิจ ผู้ผลิต ผู้บริโภค และพันธมิตรจากหลายภาคส่วน

ปีนี้ เครือสหพัฒน์นำสินค้ากว่า 1,000 รายการ จากบริษัทในเครือมากกว่า 100 บริษัท มาจำหน่ายในราคาพิเศษ พร้อมเพิ่มช่องทางไลฟ์สดขายสินค้า เพื่อรองรับผู้บริโภคยุคดิจิทัลที่ซื้อของหลายช่องทาง และมองหาความสะดวกกับความคุ้มค่ามากขึ้น

สหกรุ๊ปแฟร์ 30 ปี เปิดเวทีดีลธุรกิจใหม่กว่า 20 MOU

ไฮไลต์สำคัญของสหกรุ๊ปแฟร์ปีนี้อยู่ที่การลงนาม MOU มากกว่า 20 ฉบับ ซึ่งถือเป็นจำนวนมากที่สุดของการจัดงานสหกรุ๊ปแฟร์ ความร่วมมือรอบนี้ขยายจากสินค้าอุปโภคบริโภค ไปสู่ AI อีคอมเมิร์ซ การลงทุน การตลาด สุขภาพ อสังหาริมทรัพย์ ไลฟ์สไตล์ และการศึกษา

ดีลกลุ่มนี้สะท้อนว่าเครือสหพัฒน์กำลังใช้พันธมิตรขยายโอกาสธุรกิจระยะยาว ทั้งพันธมิตรจากไทย จีน ญี่ปุ่น และบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก เพื่อเสริมซัพพลายเชน เพิ่มช่องทางขาย และสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ให้ทันตลาดที่เปลี่ยนเร็ว

เครือสหพัฒน์ยังทำงานร่วมกับบริษัทจากญี่ปุ่นหลายราย เช่น Itochu, Marubeni, Mitsubishi, Mitsui และ Shoei Corporation รวมถึงพันธมิตรภาครัฐและเอกชนของไทย เพื่อเปิดโอกาสทางธุรกิจใหม่และเพิ่มขีดแข่งขันให้ธุรกิจในเครือ

เปิดธงเข้าเกม AI จับมือ AWS วางฐานธุรกิจยุคใหม่

หนึ่งในดีลสำคัญคือความร่วมมือด้าน Cloud และ AI ระหว่างบริษัท อี-คอมเมอร์ซ ดิจิทัล ไทย โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ EDTH บริษัทในเครือสหพัฒน์ กับ AWS หรือ Amazon Web Services และบริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SIS เพื่อยกระดับการใช้ Cloud, Data และ AI ภายในเครือสหพัฒน์

ดีลนี้ช่วยขยายภาพสหกรุ๊ปแฟร์ 30 ปี จากงานขายสินค้าไปสู่เวทีปรับธุรกิจยุค AI โดยเฉพาะการใช้ข้อมูล พัฒนาระบบงาน เพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจ และสร้างทักษะใหม่ให้บุคลากรในเครือ

ภายใต้แผน 3 ปี EDTH ตั้งเป้าขยายความร่วมมือไปยัง 10 บริษัทในเครือ พัฒนาทักษะ Cloud, Data และ AI ให้บุคลากร 1,000 คน และสร้าง 100 AI Use Case รวมถึงโครงการ Digital Transformation ที่นำไปใช้จริงในธุรกิจ

สหกรุ๊ปแฟร์ 30 ปี จึงถูกใช้เป็นเวทีเชื่อมทั้งผู้บริโภค พันธมิตรธุรกิจ และเทคโนโลยีใหม่ของเครือสหพัฒน์

บุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์ ระบุว่า AI และข้อมูลกำลังมีบทบาทมากขึ้นต่อการทำธุรกิจ EDTH จึงมีหน้าที่ส่งเสริมความรู้และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลภายในเครือสหพัฒน์ เพื่อให้องค์กรพร้อมแข่งขันและเติบโตในระยะยาว

วัตสัน ถิรภัทรพงศ์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย AWS ระบุว่า องค์กรไทยกำลังเร่งใช้ AI และข้อมูลเป็นแกนหลักของธุรกิจ โครงสร้างพื้นฐาน AWS Thailand Region จะช่วยให้บริษัทในเครือสหพัฒน์ประมวลผลและจัดเก็บข้อมูลในประเทศได้ง่ายขึ้น สอดรับกับ PDPA และต่อยอดโซลูชัน AI ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

สมชัย สิทธิชัยศรีชาติ กรรมการผู้จัดการ SIS ระบุว่า SIS พร้อมสนับสนุนการใช้ Cloud และ AI ผ่านการให้คำปรึกษา การพัฒนาบุคลากร และการถ่ายทอดความรู้ เพื่อให้องค์กรนำเทคโนโลยีไปใช้แล้วเห็นผลจริงในธุรกิจ

กำลังซื้อตึง ตลาดแข่งหนัก สหพัฒน์เร่งปรับเกม

ธรรมรัตน์ ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยช่วงครึ่งปีหลังต่อเนื่องถึงปี 2569 ยังถูกกดดันจากกำลังซื้อที่ชะลอ ความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ยังฟื้นไม่เต็มที่ และการแข่งขันในตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคที่รุนแรงขึ้น ทำให้หลายธุรกิจต้องปรับตัวเร็วกว่าเดิม

กลุ่มสินค้าแฟชั่นยังทรงตัว ขณะที่สินค้าอุปโภคบริโภคและอาหารต้องแข่งทั้งราคา โปรโมชั่น และสินค้าใหม่ เพราะผู้บริโภคใช้จ่ายระมัดระวังมากขึ้น ผู้ประกอบการจึงต้องใช้นวัตกรรมสร้างความต่าง เลือกกลยุทธ์ให้ตรงตลาด และพัฒนาช่องทางขายที่เข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น

อีคอมเมิร์ซยังเป็นอีกช่องทางสำคัญของหลายธุรกิจในเครือสหพัฒน์ แม้บางบริษัทมีสัดส่วนยอดขายออนไลน์ราว 10% ของยอดขายรวม แต่ช่องทางนี้ยังมีศักยภาพ และหลายบริษัทจะลงทุนต่อเนื่อง

ส่วนกระแสทุนจีน ธรรมรัตน์มองว่าเป็นโอกาสในการเลือกพันธมิตรที่มีศักยภาพ เครือสหพัฒน์มีความร่วมมือกับบริษัทจีนแล้ว 1-2 ราย เพื่อเสริมซัพพลายเชนและฐานการผลิต ทำให้ธุรกิจในเครือแข็งแรงขึ้นในระยะยาว

สำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ภายใต้โครงการ “ไทยช่วยไทย” ธรรมรัตน์มองว่าสามารถช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายได้บางส่วน โดยเฉพาะสินค้าจำเป็น เช่น ผงซักฟอกและสินค้าใช้ในบ้าน ขณะเดียวกัน ภาคเอกชนยังต้องการมาตรการเพิ่มเติมที่จะช่วยให้กำลังซื้อของประชาชนฟื้นชัดเจนขึ้น

“รัฐบาลทำอยู่ ทำดีแล้ว แต่ยังทำได้อีก อยากเห็นมาตรการเพิ่มเติมที่จะช่วยให้เงินกลับเข้าสู่กระเป๋าของประชาชนมากขึ้น เพราะเมื่อกำลังซื้อฟื้น เศรษฐกิจก็จะขับเคลื่อนได้ทั้งระบบ” ธรรมรัตน์ ระบุ

สหกรุ๊ปแฟร์ยังเป็นพื้นที่ขายสินค้าและเชื่อมผู้บริโภค

นอกจากมิติธุรกิจและเทคโนโลยี งาน Saha Group Fair & Fest ยังมีกิจกรรมในรูปแบบ Festival ทั้งคอนเสิร์ต แฟชั่นโชว์ การประกวด และงานสัมมนา เพื่อดึงผู้บริโภคหลายช่วงวัยเข้ามาในพื้นที่เดียวกัน ทำให้งานแฟร์มีบทบาททั้งด้านการขายสินค้า การสร้างประสบการณ์ และการสื่อสารทิศทางธุรกิจของเครือสหพัฒน์

ธรรมรัตน์ ระบุว่า งานสหกรุ๊ปแฟร์เติบโตมาถึงปีที่ 30 จากแรงสนับสนุนของพันธมิตรและสื่อมวลชนทุกแขนง แนวคิด “ไปด้วยกันนะ” จึงสะท้อนความตั้งใจของเครือสหพัฒน์ในการสร้างพื้นที่ให้ธุรกิจ ผู้บริโภค และพันธมิตรเติบโตไปพร้อมกัน

ความเคลื่อนไหวปีนี้ทำให้งานสหกรุ๊ปแฟร์มีบทบาทมากกว่าการกระตุ้นยอดขายระยะสั้น แต่เป็นเวทีประกาศทิศทางของกลุ่มธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ในปีเศรษฐกิจยาก ด้วยการใช้ AI อีคอมเมิร์ซ พันธมิตร และซัพพลายเชนใหม่ เป็นเครื่องมือเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในระยะยาว

ข้อมูลเพิ่มเติม : สหกรุ๊ปแฟร์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : สหพัฒน์-ไลออน รวมพลัง 63 ร้านค้า ร่วมสร้างอนาคตธุรกิจ

[addtoany]
Ellipse 1
กองบรรณาธิการ Bangkok X