
กุ้งไทย 5 สายพันธุ์ถูกมาเลเซียระงับนำเข้า มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 กระทรวงพาณิชย์เร่งขับเคลื่อน 13 มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ประกอบการ พร้อมตั้งเป้าดูดซับผลผลิตที่ได้รับผลกระทบไม่น้อยกว่า 400 ตันต่อเดือน
กรนิจ โนนจุ้ย โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า มาเลเซียได้ระงับการนำเข้ากุ้งจากไทย 5 ชนิด ได้แก่ กุ้งลายเสือ กุ้งแชบ๊วย กุ้งขาวแวนนาไม กุ้งกุลาดำ และกุ้งน้ำเงิน โดยมาตรการดังกล่าวจะมีผลต่อไปจนกว่าหน่วยงานของไทย โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะส่งคำชี้แจงแบบสอบถามด้านมาตรฐานความปลอดภัยให้ทางการมาเลเซียครบถ้วน และมาเลเซียนำข้อมูลไปประเมินมาตรการใหม่อีกครั้
กระทรวงพาณิชย์ระบุว่า สาเหตุที่มาเลเซียระงับนำเข้ากุ้งจากไทย มาจากการรอให้หน่วยงานไทยส่งคำชี้แจงด้านมาตรฐานความปลอดภัยอาหารให้ครบถ้วน ก่อนนำข้อมูลไปประเมินมาตรการอีกครั้ง ขณะที่ฝ่ายไทยมองว่าเป็นการดำเนินการที่กระชั้นชิด เนื่องจากมาเลเซียแจ้งให้ไทยทราบเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 ก่อนมาตรการมีผลบังคับใช้วันที่ 1 มิถุนายน 2569 ทำให้ไทยมีเวลาเตรียมการและชี้แจงข้อเท็จจริงเพียงไม่กี่วัน
กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากช่วงที่ผ่านมา ปลากะพงขาวจากมาเลเซียเริ่มเข้าสู่ตลาดไทยในปริมาณสูงขึ้น และพบความเสี่ยงจากสารเคมีและยาปฏิชีวนะตกค้างในปลากะพงนำเข้าบางส่วน ทำให้รัฐบาลไทย โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินมาตรการตรวจสอบปลากะพงนำเข้าจากมาเลเซียอย่างเข้มข้นขึ้นตั้งแต่ปลายปี 2568 เพื่อคัดกรองคุณภาพสินค้าและคุ้มครองความปลอดภัยของผู้บริโภค
กุ้งไทย 5 สายพันธุ์ถูกระงับ กระทบส่งออกไปมาเลเซีย
สำหรับผลกระทบทางการค้า กระทรวงพาณิชย์ประเมินว่า การส่งออกสินค้ากุ้งไทยไปมาเลเซียในปี 2569 เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 300–400 ตันต่อเดือน หรือคิดเป็นมูลค่าเฉลี่ยประมาณ 44 ล้านบาทต่อเดือน จึงได้มอบหมายหน่วยงานในสังกัดทั้งในและต่างประเทศ เร่งหาตลาดทดแทนและเพิ่มช่องทางระบายผลผลิต
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจะเร่งจัดหาตลาดรองรับ โดยมุ่งตลาดสำคัญ เช่น จีน สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น รวมถึงตลาดใหม่ในอาเซียน โดยเฉพาะเมียนมาและสิงคโปร์ ผ่านกิจกรรม Top Thai Brands ที่คุนหมิงและเซี่ยเหมิน กิจกรรม Thailand Week ที่ต้าเหลียนและหลานโจว การจัด Online Business Matching สำหรับสินค้ากุ้ง และการส่งเสริมสินค้ากุ้งไทยในงาน SIAL ช่วงเดือนตุลาคม 2569
ขณะเดียวกัน กรมการค้าภายในจะเร่งดึงผลผลิตออกจากแหล่งผลิต ผ่านกิจกรรมจำหน่ายสินค้าในพื้นที่ท่องเที่ยว เช่น ภูเก็ต กระบี่ และตรัง รวมถึงเปิดจุดรับซื้อกุ้งโดยตรงในพื้นที่เป้าหมาย เช่น สงขลา นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และฉะเชิงเทรา เพื่อช่วยลดแรงกดดันด้านราคาหน้าฟาร์ม
พาณิชย์เปิดจุดรับซื้อ เชื่อมโรงงานแปรรูป และดันบริโภคในประเทศ
มาตรการในประเทศยังครอบคลุมการเชื่อมโยงผู้ประกอบการ โรงงานแปรรูป ผู้ส่งออก และห้างท้องถิ่น ให้เข้ารับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรโดยตรง พร้อมจัดกิจกรรมรณรงค์บริโภคกุ้งทั่วประเทศผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัส หรือธงฟ้า
นอกจากนี้ กรมการค้าต่างประเทศจะนำผู้ประกอบการและผู้ส่งออกที่ได้รับผลกระทบเข้าร่วมออกร้านและกิจกรรมจับคู่ธุรกิจในงานมหกรรมการค้าชายแดน 2 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี ระหว่างวันที่ 19–22 มิถุนายน 2569 และสระแก้ว ระหว่างวันที่ 9–12 กรกฎาคม 2569 เพื่อเพิ่มช่องทางจำหน่ายและสร้างโอกาสทางการค้าใหม่
กรนิจระบุว่า รัฐบาลไทย โดยกรมประมงและสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ หรือ มกอช. มีกำหนดประชุมหารือเป็นการเร่งด่วน เพื่อเร่งคลี่คลายประเด็นดังกล่าว ขณะที่กระทรวงพาณิชย์พร้อมยกระดับประเด็นนี้เข้าสู่เวทีที่เกี่ยวข้อง ทั้งในระดับองค์การการค้าโลก หรือ WTO และอาเซียน
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทยและสนับสนุนการเจรจาทางการค้าระหว่างสองประเทศ
กระทรวงพาณิชย์ย้ำว่า 13 มาตรการที่เร่งดำเนินการครั้งนี้ มีเป้าหมายช่วยดูดซับผลผลิตที่ได้รับผลกระทบไม่น้อยกว่า 400 ตันต่อเดือน เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อเกษตรกร ผู้ส่งออก และผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่การผลิต
ข้อมูลเพิ่มเติม : กระทรวงพาณิชย์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : พาณิชย์คงเป้าส่งออก
