เปิดเทอมใหม่ สสส. เดินหน้าคืน “แม่วัยรุ่น” สู่ห้องเรียน ดันครูนางฟ้า–เพื่อนช่วยเพื่อน เห็นผลจริง
แม่วัยรุ่นกลับเข้าสู่ห้องเรียน โดยมีครูนางฟ้าต้อนรับในห้องเรียน ภายใต้การสนับสนุนของ สสส. และภาคีเครือข่าย

แม่วัยรุ่นกลับเข้าสู่ห้องเรียน กลายเป็นภารกิจสำคัญในช่วงเปิดเทอมใหม่ เมื่อ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. ร่วมกับสมาคมแพทย์สตรีแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ กรมอนามัย และภาคีเครือข่าย เดินหน้าขับเคลื่อนระบบดูแลเด็กตั้งครรภ์แบบไร้รอยต่อ เชื่อมโรงเรียน สาธารณสุข และชุมชน ผ่านกลไก “ครูนางฟ้า” ระบบเพื่อนช่วยเพื่อน และ Live Chat เพื่อช่วยให้เด็กตั้งครรภ์ไม่หลุดจากระบบการศึกษา พร้อมเปิดผล “ราชบุรีโมเดล” ที่ช่วยลดปัญหาวัยรุ่นตั้งครรภ์จากอันดับ 10 สู่อันดับ 22 ของประเทศ

การเปิดภาคเรียนใหม่อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเรียนสำหรับเด็กหลายคน แต่สำหรับ “แม่วัยรุ่น” จำนวนไม่น้อย นี่คือโอกาสสำคัญในการกลับเข้าสู่ห้องเรียนอีกครั้ง หลังต้องหยุดการศึกษาเพราะการตั้งครรภ์ ท่ามกลางความท้าทายทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และแรงกดดันจากการตีตราในสังคมไทย

องค์การอนามัยโลก หรือ WHO จัดให้ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นเป็นหนึ่งในความท้าทายด้านสาธารณสุขระดับโลก ขณะที่ประเทศไทยเคยมีอัตราการคลอดในวัยรุ่นอายุ 15–19 ปี สูงถึง 52.4 ต่อประชากรหญิงวัยรุ่น 1,000 คน ในปี 2553 ก่อนลดลงหลังมีพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559 โดยในปี 2567 อัตราดังกล่าวลดลงเหลือ 18.6 ต่อประชากรหญิงวัยรุ่น 1,000 คน

แม่วัยรุ่นกลับเข้าสู่ห้องเรียน ผ่านแนวคิดวัยรุ่นต้องไม่ท้อง หากท้องต้องได้เรียน

สมาคมแพทย์สตรีแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ ร่วมกับ สสส. ขับเคลื่อนโครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นของประเทศ ภายใต้แนวคิด “วัยรุ่นต้องไม่ท้อง หากท้องต้องได้เรียน” เพื่อเชื่อมระบบการศึกษา สาธารณสุข และชุมชนให้ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ

นพ. พิษณุ ขันติพงษ์ ประธานคณะอนุกรรมการที่ปรึกษาอิสระด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น  สสส.

นพ. พิษณุ ขันติพงษ์ ประธานคณะอนุกรรมการที่ปรึกษาอิสระด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น กล่าวว่า จุดสำคัญของการทำงานไม่ใช่เพียงการลดตัวเลขการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น แต่คือการช่วยให้เด็กที่ตั้งครรภ์แล้วยังมีโอกาสในชีวิต ผ่านความร่วมมือของทุกหน่วยงานในระดับจังหวัดและอำเภอ

“เด็กจำนวนมากเมื่อท้องแล้วต้องหยุดเรียนหรือหลุดจากระบบการศึกษา ส่งผลต่อทั้งคุณภาพชีวิตแม่และเด็ก รวมถึงกลายเป็นความเสี่ยงด้านความยากจนข้ามรุ่น” นพ. พิษณุ กล่าว พร้อมย้ำว่า สิ่งสำคัญคือการทำให้เด็กที่ตั้งครรภ์สามารถกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาได้ เพราะเด็กอาจผิดพลาดได้ครั้งหนึ่ง แต่ไม่ควรต้องเสียอนาคตทั้งชีวิต โดยระบบช่วยเหลือต้องครอบคลุมทั้งการป้องกัน การให้คำปรึกษา และการดูแลต่อเนื่อง

“ครูนางฟ้า” ช่วยเด็กไม่หลุดระบบ

นายศุภกร วิแสง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 2 กล่าวว่า จังหวัดราชบุรีไม่มีนโยบายให้นักเรียนออกจากระบบการศึกษาเพราะตั้งครรภ์ โดยโรงเรียนจะจัดรูปแบบการเรียนที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของเด็กแต่ละคน ทั้งการเรียนในห้องเรียน การเรียนออนไลน์ และการเรียนออนแฮนด์ หรือการใช้ใบงานให้นักเรียนทำที่บ้าน เพื่อให้เด็กยังสามารถเรียนต่อได้

สพป. ราชบุรี

หนึ่งในกลไกสำคัญคือ “ครูนางฟ้า” ซึ่งทำหน้าที่ดูแลเด็กเป็นรายบุคคล ประสานงานกับหน่วยงานสาธารณสุขและหน่วยงานด้านสังคม เพื่อดูแลทั้งสุขภาพ สิทธิ และการศึกษาควบคู่กัน โดยไม่ปล่อยให้เด็กตั้งครรภ์ต้องรับมือปัญหาเพียงลำพัง

กลไกครูนางฟ้ายังช่วยลดแรงกดดันจากการตีตราในโรงเรียน ทำให้เด็กกล้าขอความช่วยเหลือเร็วขึ้น และช่วยให้โรงเรียนสามารถออกแบบการเรียนที่สอดคล้องกับชีวิตจริงของแม่วัยรุ่น ทั้งก่อนคลอด หลังคลอด และช่วงกลับเข้าสู่ห้องเรียน

8 คู่มือ สู่ระบบดูแลระดับจังหวัด 

โครงการได้ถอดบทเรียนจากพื้นที่ต้นแบบการทำงานด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นของ สสส. พัฒนาเป็น 8 คู่มือการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับจังหวัด สำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่

คู่มือดังกล่าวครอบคลุมกลไกสำคัญหลายระดับ อาทิ ศูนย์พิทักษ์สิทธิเยาวชนตำบล ครูนางฟ้าประจำโรงเรียน รพ.สต.เชิงรุก โรงเรียนครอบครัว สถานประกอบการ องค์การบริหารส่วนตำบล คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ หรือ พชอ. และคณะอนุกรรมการระดับจังหวัด

นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาระบบติดตามผลผ่าน Google Form และ Google Sheet เพื่อเชื่อมข้อมูลการช่วยเหลือเด็กในพื้นที่ ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถติดตามสถานการณ์ของเด็กตั้งครรภ์เป็นรายบุคคล และประสานการช่วยเหลือได้ต่อเนื่องมากขึ้น

สสจ. ราชบุรี

ราชบุรีโมเดล ต้นแบบแม่วัยรุ่นกลับเข้าสู่ห้องเรียนได้จริง

จังหวัดราชบุรีเป็นหนึ่งในพื้นที่ต้นแบบที่สามารถลดอัตราคลอดในวัยรุ่นอายุ 15–19 ปี จาก 30.3 ต่อประชากรหญิงวัยรุ่น 1,000 คน ในปี 2564 เหลือ 20.4 ต่อประชากรหญิงวัยรุ่น 1,000 คน ในปี 2567 พร้อมลดอันดับจังหวัดที่มีปัญหาท้องไม่พร้อมสูง จากกลุ่ม 10 อันดับแรกของประเทศ ลงมาอยู่ในอันดับที่ 22

ความสำเร็จของราชบุรีโมเดลเกิดจากการทำงานร่วมกันของโรงเรียน สาธารณสุข ชุมชน และเครือข่ายเยาวชน โดยไม่ได้มองปัญหาท้องวัยรุ่นเป็นเรื่องของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นโจทย์ร่วมของทั้งจังหวัดที่ต้องช่วยกันประคองเด็กให้ไม่หลุดจากเส้นทางการศึกษาและชีวิต

พญ.ปาจรีย์ อารีย์รบ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดราชบุรี กล่าวว่า สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดราชบุรี หรือ สสจ.ราชบุรี เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนและเชื่อมการทำงานของทุกภาคส่วนในจังหวัด ทั้งโรงเรียน โรงพยาบาล รพ.สต. พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มหาดไทย และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผ่านคณะอนุกรรมการระดับจังหวัดและทีม STAG เพื่อวางระบบดูแลช่วยเหลือเด็กตั้งครรภ์แบบไร้รอยต่อ

สสจ.ราชบุรียังทำหน้าที่พัฒนาระบบคัดกรองและติดตามดูแลรายบุคคล เชื่อมต่อการช่วยเหลือด้านสุขภาพ การศึกษา และสวัสดิการ พร้อมผลักดันกลไก “ครูนางฟ้า” ระบบเพื่อนช่วยเพื่อน Line OA “Teen Right” และการให้คำปรึกษาออนไลน์ เพื่อให้วัยรุ่นเข้าถึงความช่วยเหลือได้เร็วขึ้น และไม่หลุดออกจากระบบการศึกษา

คณะอนุกรรมการที่ปรึกษาอิสระด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่

ระบบดูแลไร้รอยต่อ หนุนแม่วัยรุ่นกลับเข้าสู่ห้องเรียน

ผลการดำเนินงานตลอด 30 เดือน สะท้อนว่า การแก้ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นต้องอาศัยความร่วมมือแบบบูรณาการจากหลายภาคส่วน ทั้งสาธารณสุข การศึกษา มหาดไทย พัฒนาสังคมฯ โรงเรียน ชุมชน และเครือข่ายเยาวชน

การทำงานร่วมกันดังกล่าวส่งผลให้ 10 จังหวัดเป้าหมายมีอัตราการคลอดในวัยรุ่นลดลงทุกจังหวัด และมี 4 จังหวัดหลุดจากกลุ่มจังหวัดที่มีอัตราคลอดวัยรุ่นสูงสุดของประเทศ ขณะที่ภาพรวมของประเทศไทยในปี 2567 อัตราการคลอดในวัยรุ่นลดลงเหลือ 18.6 ต่อประชากรหญิงวัยรุ่น 1,000 คน แม้ยังสูงกว่าเป้าหมาย 15 ต่อประชากรหญิงวัยรุ่น 1,000 คน ในปี 2570 แต่แนวโน้มที่ดีขึ้นสะท้อนว่า ระบบดูแลแบบไร้รอยต่อกำลังเห็นผลเป็นรูปธรรม

ในมุมของการเปิดเทอมใหม่ ข่าวนี้จึงไม่ใช่เพียงเรื่องการกลับมาเรียนของเด็กคนหนึ่ง แต่คือการยืนยันว่า เด็กตั้งครรภ์ยังมีสิทธิในการศึกษา และแม่วัยรุ่นยังสามารถกลับเข้าสู่ห้องเรียนได้ หากมีระบบรองรับที่เข้าใจ ไม่ตีตรา และไม่ปล่อยให้เด็กต้องเผชิญปัญหาเพียงลำพัง

การผลักดันกลไกครูนางฟ้า เพื่อนช่วยเพื่อน Live Chat และระบบดูแลระดับจังหวัด จึงเป็นมากกว่านโยบายด้านสาธารณสุข แต่เป็นการคืนโอกาสทางการศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำ และป้องกันปัญหาความยากจนข้ามรุ่นให้กับเด็ก แม่วัยรุ่น และครอบครัวไทยอย่างเป็นรูปธรรม

การทำให้แม่วัยรุ่นกลับเข้าสู่ห้องเรียนจึงไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหารายบุคคล แต่เป็นการสร้างระบบรองรับเด็กและเยาวชนที่เผชิญภาวะท้องไม่พร้อมให้ยังมีเส้นทางชีวิตต่อไป ทั้งด้านการศึกษา สุขภาพ สิทธิ และสวัสดิการ โดยเฉพาะในช่วงเปิดเทอมใหม่ที่โรงเรียนสามารถเป็นจุดเริ่มต้นของการคืนโอกาส หากมีครู เพื่อน และหน่วยงานในพื้นที่ช่วยกันประคองอย่างเข้าใจ

ข่าวเพิ่มเติม : 5 สาเหตุแม่วัยรุ่น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :  https://bangkokx.me/silver-age-22-11-66/

[addtoany]
Ellipse 1
กองบรรณาธิการ Bangkok X