ยุคทอง “คนโสด” ครองเมือง กำลังซื้อสูง กว่า 1.3 ล้านล้านบาทต่อปี
ยุคทอง “คนโสด” ครองเมือง กำลังซื้อสูง

ยุคทอง “คนโสด” ครองเมือง กำลังซื้อสูง ผลงานวิจัยโดย Stamina Asia ร่วมกับ Marketbuzz ระบุ คนไทย อยู่คนเดียว สูงถึง 5.5 ล้านคน มีกำลังซื้อสูง มูลค่ากว่า 1.3 ล้านล้านบาท

 

BangkokX Team

ผลงานวิจัยจัดทำโดย Stamina Asia บริษัทวิจัยด้านการตลาด ร่วมกับ Marketbuzzz บริษัทด้านการสำรวจตลาด เผยแพร่ในงานประชุม IIEX Asia Pacific เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 โดย งานวิจัยดังกล่าว ได้สำรวจคนไทย ที่ใช้ชีวิตคนเดียว จำนวน 285 คน อายุระหว่าง 25-55 ปี  เมื่อ เดือน มกราคม 2569 ครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศไทย โดยเป็นส่วนของพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล คิดเป็นสัดส่วน 60% และ 40% เป็นพื้นที่ต่างจังหวัด

โดยสัดส่วน 96% ของกลุ่มตัวอย่างอยู่ในวัยทำงาน พบว่า  อัตราการเติบโต ของ ครัวเรือนเดี่ยว ในไทย นั้น มีอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็วกว่า อัตราการขยายตัวของความเป็นเมือง (Urbanization) ถึง 3.5 เท่า

ปัจจุบัน มีคนไทยอยู่คนเดียว ประมาณ 5.5 ล้านคน โดยมี ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อเดือนอยู่ที่ 20,200 บาท คิดเป็น มูลค่าการใช้จ่ายในตลาดรวม สูงถึง 1.3 ล้านล้านบาทต่อปี

หากเทียบในระดับภูมิภาค พบว่า ประเทศไทยมี สัดส่วนของ คนโสดที่อยู่คนเดียว คิดเป็นสัดส่วนถึง 26% สูงกว่า อินโดนีเซีย ที่มีสัดส่วน 7% และ ฟิลิปปินส์ มีสัดส่วน 9% และ มีอัตรการเติบโตตามประเทศ เกาหลีใต้ ที่มีสัดส่วนคนโสดถึง 32% และ ญี่ปุ่น มีสัดส่วน 35% ซึ่งสะท้อนว่าเทรนด์นี้จะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ยุคทอง “คนโสด” ครองเมือง กำลังซื้อสูง

ยุคทอง “คนโสด” ครองเมือง กำลังซื้อสูง

“นี่ไม่ใช่ กลุ่มตลาดเฉพาะ (Niche) อีกต่อไป แต่มันคือ ความเป็นจริง ของประชากรไทย ในปัจจุบัน” แกรนท์ บาร์โทลี่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Marketbuzzz กล่าว “เรากำลังพูดถึงประชากรกว่า 1 ใน 4 ของครัวเรือนไทยที่มีกำลังซื้อสูงและมีความต้องการเฉพาะทางที่หลายแบรนด์มองข้ามไปอย่างน่าเสียดาย”

งานวิจัยระบุว่า ทัศนคติต่อการอยู่คนเดียว นั้นหลากหลาย โดยแบ่ง ตามระดับการปฏิสัมพันธ์ทางสังคม และ ความตั้งใจที่จะอยู่คนเดียวในระยะยาว ได้เป็น 4 กลุ่มหลัก:

  1. Romantic Hopeful (32%): กลุ่มที่ยังมีความหวังในความรัก และ รอคอยคู่แท้
  2. Reluctant Solo (22%): กลุ่มที่ต้องอยู่คนเดียวอย่างจำยอม (อาจด้วยสถานการณ์บังคับ)
  3. Half-Hearted Solo (25%): กลุ่มที่กึ่งรับกึ่งสู้กับการอยู่คนเดียว ไม่ได้ต่อต้านแต่ก็ไม่ได้ภูมิใจนัก
  4. Fulfilled Solo (21%): กลุ่มที่เติมเต็ม ด้วยการอยู่คนเดียวอย่างแท้จริง มั่นใจและภูมิใจ ในความเป็นอิสระ

เจอโรม เฮอร์วิโอ ผู้ร่วมก่อตั้ง Stamina Asia ให้ความเห็นว่า “ความผิดพลาดที่ใหญ่ที่สุดของแบรนด์ คือ การปฏิบัติกับกลุ่ม Solo เหมือนกันหมด กลุ่ม Romantic Hopeful อายุ 28 ปี ที่ยอมจ่ายหนักเพื่อดูแลตัวเอง ย่อมมีความต้องการ ต่างจากกลุ่ม Fulfilled Solo อายุ 42 ปี ที่มองหา เครื่องใช้ไฟฟ้า พรีเมียม การทำแคมเปญ แบบเหมารวม จะล้มเหลวแน่นอน แบรนด์ที่ชนะ คือ แบรนด์ที่เข้าใจ แรงขับเคลื่อนทางอารมณ์ ของแต่ละเซกเมนต์”

ผลการสำรวจพบว่า แม้ผู้บริโภคกลุ่มนี้ จะค่อนข้างพึงพอใจ กับ สินค้าที่มีอยู่ในตลาด (คะแนนความพึงพอใจ 80%+) แต่พวกเขายังคง ต้องการสินค้า และ บริการที่ออกแบบมาเพื่อ “ชีวิตคนเดียว” โดยเฉพาะ อาทิ

  • อาหาร: ชุดอาหารพร้อมปรุง หรือ อาหารจานเดี่ยว ที่ปริมาณพอเหมาะ สำหรับหนึ่งมื้อ
  • บริการ On-Demand: บริการทำความสะอาด ซักรีดแบบรับ-ส่งถึงที่ หรือยิมที่ออกแบบมาเพื่อการออกกำลังกายส่วนตัว
  • Pet Economy: 67% ของคนอยู่คนเดียวเลี้ยงสัตว์ ซึ่งคนกลุ่มนี้มองสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกในครอบครัว (37%) และเป็นเพื่อนคลายเหงา (20%) โดยยอมแบ่งรายได้ถึง 5% ของเงินเดือนเพื่อดูแลสัตว์เลี้ยงเหล่านี้

นอกจากนี้ ยังมี โอกาสมหาศาล ในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า ขนาดกะทัดรัด, เฟอร์นิเจอร์ประหยัดพื้นที่, ประกันภัยสำหรับผู้พำนักคนเดียว,ไปจนถึงประสบการณ์การท่องเที่ยว และ ร้านอาหาร ที่เป็นมิตรต่อ ผู้ใช้บริการคนเดียว

กลยุทธ์การสื่อสาร: เน้น “ความเข้าใจ” มากกว่า “ประกาศศักดา”

 

งานวิจัยชี้ให้เห็นว่า วิธีที่แบรนด์สื่อสารมีความสำคัญไม่แพ้สิ่งที่นำเสนอ โดยข้อความที่โดนใจชาว Solo มากที่สุดคือ:

  1. ความเท่าเทียม (Inclusiveness) – 34%: การอยู่คนเดียวเป็นเพียงทางเลือกหนึ่ง ไม่ได้ดีหรือแย่ไปกว่าการแต่งงาน
  2. ความใส่ใจ (Care) – 32%: แสดงความเข้าใจในปัญหาหรือความท้าทายที่คนอยู่คนเดียวต้องเจอ
  3. การเสริมพลัง (Empowerment) – 29%: เฉลิมฉลองในความเป็นอิสระและความภูมิใจ

 

“66% ของ กลุ่มเป้าหมาย ต้องการ ความใส่ใจ และ ความเท่าเทียม มากกว่า แคมเปญ ที่เน้น ความภูมิใจในความโสด (Solo Pride) แบบสุดโต่ง” บาร์โทลี่ และ เฮอร์วิโอ สรุปท้าย “แบรนด์ที่จะชนะใจ พวกเขา คือ แบรนด์ที่ทำให้การอยู่คนเดียวเป็นเรื่องปกติ (Normalize) ไม่ใช่การทำให้มันเป็นเรื่องทางการเมืองหรือการประกาศจุดยืนที่รุนแรงจนเกินไป”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : https://bangkokx.me/5-generation-25062025/

ที่มาของข้อมูล : https://www.tmrs.or.th/portfolio/stamina-asia-company-limited

[addtoany]
Ellipse 1
กองบรรณาธิการ Bangkok X