“เรียล สมาร์ท” เทรดวันแรก ราคาพุ่ง 19.50%
Data Tech leader Real

เรียล สมาร์ท” เทรดวันแรก ราคาพุ่ง 19.50%  ในชื่อ “REAL25” ตั้งเป้ารายได้-กำไร เติบโต 30% มุ่งพัฒนาเทคโนโลยี บุคลากรด้านดาต้า เทค และ ปัญญาประดิษฐ์  (AI) สู่ผู้นำด้านเทคโนโลยีการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Tech) ในระดับภูมิภาค

ประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ (LiVEx) พร้อมด้วย ภูกิจ ดิศธรานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เรียล สมาร์ท จำกัด (มหาชน) ร่วมพิธีเปิด การซื้อขายหลักทรัพย์ วันแรกใน LiVEx ของ บริษัท เรียล สมาร์ท  จำกัดโดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า“REAL25”

เปิดซื้อ-ขาย วันแรก ที่ 25.25 บาท ต่อ หุ้น เพิ่มขึ้น จากราคา IPO ที่ 21.13 บาท ต่อ หุ้น เพิ่มขึ้น 4.12 บาท หรือคิดเป็น 19.50% มีมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 722.17 ล้านบาท

“เรียล สมาร์ท” เทรดวันแรก ราคาพุ่ง 19.50%
ราคาพุ่ง 19.50%

โดยในระหว่าง พิธีเปิดการซื้อขายหลักทรัพย์ นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งมีกำหนดเข้าหารือกับ ภาคตลาดทุนไทย ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้เข้ามาร่วมสังเกตุการณ์โดยไม่มีใครทราบล่วงหน้า ทำให้บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก

พร้อมกล่าวทักทาย แสดงความยินดี และ ร่วมถ่ายภาพใน พิธีเปิดการซื้อขายหลักทรัพย์ จากนั้นจึงเดินทางเข้าหารือกับภาคตลาดทุน

“เรียล สมาร์ท” เทรดวันแรก ราคาพุ่ง 19.50%

ตั้งเป้าผู้นำ Data Tech ในระดับภูมิภาค

ภูกิจ ดิศธรานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เรียล สมาร์ท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การพัฒนาด้านเทคโนโลยี ดิจิทัลแพลตฟอร์ม และ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในประเทศไทยมีความก้าวหน้าและเติบโตต่อเนื่องในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

สอดคล้องกับนโยบายการดำเนินธุรกิจของ บริษัท เรียล สมาร์ท จำกัด (มหาชน) ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรม เทคโนโลยีด้านการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Tech) ต่อเนื่อง

เพื่อการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน พร้อมยกระดับองค์กรโดยร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในประเทศไทย ในฐานะหนึ่งในผู้ประกอบการ SMEs และ Startups ที่ได้เตรียมความพร้อม ภายในองค์กรเพื่อนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เชนจ์ ในวันนี้

เป้าหมายการระดมทุน วงเงิน 36 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินทุนจำนวน 25 ล้านบาทนำมาใช้ในการลงทุนและพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) และ พัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับการให้บริการ (Software as a Service หรือ SaaS) และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อขยายตลาดและเพิ่มความสามารถในการขยายฐานลูกค้าและสร้างรายได้

ส่วนเงินทุนจำนวน 11 ล้านบาท จะนำมาใช้ในการพัฒนาบุคลากร ลงทุนโครงสร้างทีมที่มีความสามารถทั้งวิทยาศาสตร์ข้อมูล วิศวกรรมข้อมูล และ การออกแบบธุรกิจ

“การระดมทุนครั้งนี้ เป็นการระดมทุนโดยมีนักลงทุนเฉพาะเจาะจง ที่สนใจเข้ามาร่วมทุนเพื่อพัฒนาธุรกิจร่วมกับบริษัทในระยะยาวในสัดส่วน 5% ของทุนจดทะเบียน และกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมจะมีสัดส่วนการถือหุ้นปรับลดลงจาก 100% มาอยู่ที่ 95%”

ปัจจุบันโครงสร้างผู้ถือหุ้น ประกอบด้วย ภูกิจ ดิศธรานนท์ ถือหุ้นในสัดส่วน 45.6% อุกฤษฏ์ ตั้งสืบกุล 22.08% รุ่งโรจน์ โชคงามวงศ์ 16.8% หลังจากการเสนอขายหุ้นให้กับนักลงทุนกลุ่มใหม่ สัดส่วนการถือครองหุ้นของ ภูกิจ ดิศธรานนท์ จะลงมาอยู่ที่ 43.32% อุกฤษฏ์ ตั้งสืบกุล จะลงมาอยู่ที่ 20.98% รุ่งโรจน์ โชคงามวงศ์ ลงมาอยู่ที่  15.96%และ ผู้ลงทุนใหม่ถือหุ้นในสัดส่วน 5%

“เรียล สมาร์ท” เทรดวันแรก ราคาพุ่ง 19.50%

ตั้งเป้ารายได้-กำไรเติบโต 30% ต่อปี 

ภูกิจ กล่าวว่า การระดมทุนครั้งนี้ จะช่วยให้บริษัทยกระดับองค์กร เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และ รองรับการขยายฐานสู่ตลาดในภูมิภาคเอเชียในอนาคต

โดยจะนำไปใช้ในการพัฒนาเทคโนโลยี บุคลากร เพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ และแพลตฟอร์มต่างๆ การพัฒนาเทคโนโลยีการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Tech) รองรับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมต่างๆกว่า 30 อุตสาหกรรมที่ใช้บริการ ทั้งภาคพลังงาน ธุรกิจบริการ สถาบันการเงิน อสังหาริมทรัพย์ ค้าปลีก โรงพยาบาล และ หน่วยงานภาครัฐ

บริษัทมีเป้าหมายรายได้และกำไรเติบโตไม่น้อยกว่า 30% ต่อ ปี ต่อเนื่องตามแผนธุรกิจ 5 ปี พร้อมกับมีแผนที่จะขยายการให้บริการไปในระดับภูมิภาค เรามีเป้าหมายที่จะเป็น Data Tech ในระดับภูมิภาคเอเชีย

สำหรับผลดำเนินงาน ปี 2567 บริษัท เรียล สมาร์ท จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 197.95 ล้านบาท ลดลง 13.32% เมื่อเทียบกับปี 2566 ที่มีรายได้รวม 228.37 ล้านบาท

และ มีผลการดำเนินงานขาดทุนสุทธิ 37.34 ล้านบาท ในปี 2567 เทียบกับกำไรสุทธิ 19.43 ล้านบาท ในปี 2566

ในขณะที่บริษัทมีสัดส่วนหนี้ต่อทุน(D/E Ratio) 1.65:1 เมื่อระดมทุนใหม่ จะทำให้สัดส่วน D/E Ratio ลงมาอยู่ที่ 1.05: 1

“ผลการดำเนินงานที่ขาดทุนในปี 2567 มาจากการขยายการลงทุน ในการพัฒนาแพลตฟอร์ม และด้านเทคโนโลยี ต่อเนื่อง หลังจากการระดมทุนครั้งนี้

ผลดำเนินงานในปี 2568-2572 จะมีอัตราการเติบโตและดำเนินธุรกิจได้ตามแผนที่วางไว้ โดยพร้อมเข้าจดทะเบียนในตลาด MAI (Market for Alternative Investment) ภายในปี 2570” ภูกิจ กล่าว

คาดปี 2573 ตลาด AI มีมูลค่ากว่า 114,000 ล้านบาท

จากการคาดการณ์ของ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ระบุว่า มูลค่าตลาดของ AI Revolution ในประเทศไทยจะมีมูลค่าไม่น้อยกว่า 114,000 ล้านบาท ในปี 2573 คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 6% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ

และ ประมาณว่าในส่วนของ Data Analytics Software มีมูลค่าตลาด 92,000 ล้านบาท ในปี 2568 คิดเป็นอัตราการเติบโตต่อปีแบบทบต้น(Compound Annual Growth Rate : CAGR) อยู่ที่ 18.3% ในปี 2568 และ ยังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง

แนวโน้มการเติบโตต่อเนื่องดังกล่าว บริษัทมั่นใจว่าจะสามารถสร้างการเติบโตได้ในทิศทางเดียวกันจากข้อได้เปรียบของบริษัทที่เป็นเจ้าของเทคโนโลยี Data Tech ที่ได้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง

และมีการจดลิขสิทธิ์ใน 14 นวัตกรรม และอยู่ระหว่างการพัฒนาเทคโนโลยี และ แพลตฟอร์มที่กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดโดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลเชิงลึกจาก Data Tech ภูกิจ กล่าว

ที่มาของข้อมูล : https://www.live-platforms.com/live-exchange

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : https://bangkokx.me/real-smart-16092025/

[addtoany]
Ellipse 1
กองบรรณาธิการ Bangkok X