
นอนกรนหยุดหายใจขณะหลับ เป็นภาวะเสี่ยงอันตรายที่หลายคนมองข้าม ทั้งที่อาจเชื่อมโยงกับโรคหัวใจและนำไปสู่การเสียชีวิตเฉียบพลันระหว่างนอนหลับได้ โดยเฉพาะในผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรังหรือมีภาวะอ้วน
เตือนภัย “อาการนอนกรน” อาจไม่ใช่เพียงเรื่องกวนใจในชีวิตประจำวัน แต่เป็นสัญญาณสำคัญของ (OSA) หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับโรคหัวใจและหลอดเลือด และอาจนำไปสู่การเสียชีวิตเฉียบพลันระหว่างนอนหลับได้ โดยเฉพาะในกลุ่มคนทำงานที่มีภาวะอ้วนหรือมีโรคประจำตัวเรื้อรัง
ผศ. นพ.จิรยศ จินตนาดิลก แพทย์ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์การนอนหลับและเวชศาสตร์โรคปอด รพเมดพาร์ค อธิบายว่า ภาวะหยุดหายใจขณะหลับเกิดจากการที่ทางเดินหายใจตีบหรืออุดกั้นเป็นช่วง ๆ ระหว่างการนอน ส่งผลให้ร่างกายขาดออกซิเจน และทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น
“ภาวะหยุดหายใจขณะหลับทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น และอาจกระตุ้นให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะที่รุนแรงได้ในขณะนอนหลับ โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาเรื่องหัวใจเต้นผิดจังหวะอยู่แล้ว” ผศ.นพ.จิรยศ กล่าวและว่า หนึ่งในกลไกสำคัญที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตเฉียบพลันโดยไม่ทันตั้งตัว
แพทย์ผู้ชำนาญด้านการนอนหลับ รพ.เมดพาร์ค แนะนำเพิ่มเติมว่าไม่ควรมองข้าม หากมีอาการร่วม เช่น นอนหลับครบชั่วโมงแต่ไม่สดชื่น ง่วงระหว่างวัน ปวดศีรษะในตอนเช้า หรือมีคนใกล้ชิดสังเกตว่ามีช่วงหยุดหายใจหรือสำลักขณะหลับ ผู้ที่มีอาการ นอนกรนหยุดหายใจขณะหลับ ควรเข้ารับการตรวจ Sleep Test เพื่อประเมินความเสี่ยงอย่างละเอียด เนื่องจากการตรวจดังกล่าวจะช่วยยืนยันได้ว่ามีภาวะหยุดหายใจหรือไม่ และอยู่ในระดับใด
ในยุคที่อุปกรณ์สวมใส่ เช่น สมาร์ทวอทช์ ถูกใช้ติดตามสุขภาพอย่างแพร่หลาย ผศ.นพ.จิรยศ ระบุว่า ข้อมูลดังกล่าวยังไม่สามารถใช้วินิจฉัยโรคได้ เนื่องจากยังมีข้อจำกัดด้านความแม่นยำ โดยเฉพาะการประเมินคุณภาพการนอนหรือช่วงหลับลึก ซึ่งอาจคลาดเคลื่อนและสร้างความเข้าใจผิดได้ หากพบความผิดปกติควรเข้ารับการตรวจตามมาตรฐานทางการแพทย์

ทั้งนี้ การตรวจ Sleep Test สามารถใช้สิทธิ์ประกันสังคมได้ภายใต้การพิจารณาของแพทย์ โดยผู้ป่วยจำเป็นต้องมีอาการหรือข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ก่อน จึงจะได้รับการส่งตรวจ ทำให้ในบางกรณีอาจต้องรอจนเกิดอาการชัดเจนก่อนจึงจะเข้าถึงการตรวจได้ ซึ่งอาจทำให้การวินิจฉัยเกิดขึ้นช้ากว่าที่ควร
ท้ายสุด ผศ. นพ.จิรยศ ย้ำว่า ภาวะหยุดหายใจขณะหลับไม่ใช่ความเสี่ยงเฉพาะในผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยโรคเรื้อรังเท่านั้น แต่สามารถเกิดขึ้นได้ในคนทุกช่วงวัย ตั้งแต่วัยทำงานไปจนถึงวัยรุ่น โดยเฉพาะในยุคที่พฤติกรรมการใช้ชีวิตเปลี่ยนไป ทั้งความเครียด น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น และการพักผ่อนไม่เพียงพอ ความเสี่ยงจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หากแต่เป็นภัยเงียบที่อาจเกิดขึ้นกับใครก็ได้โดยไม่รู้ตัว และอาจนำไปสู่การเสียชีวิตเฉียบพลันระหว่างนอนหลับได้ หากไม่สังเกตสัญญาณเตือนและเข้ารับการตรวจวินิจฉัยอย่างทันท่วงที
เพราะบางครั้ง “เสียงกรน” ที่หลายคนมองว่าเป็นเรื่องเล็ก อาจเป็นสัญญาณสุดท้ายที่ร่างกายพยายามบอก ก่อนที่หัวใจจะหยุดทำงานโดยไม่รู้ตัว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง sudden death
ที่มา : รพ.เมดพาร์ค
