
ปราบนอมินี ทั่วประเทศกลายเป็นมาตรการเข้มของกระทรวงพาณิชย์ หลังพบรูปแบบการใช้คนไทยถือหุ้นแทนต่างชาติเพื่อหลบเลี่ยงกฎหมายยังเกิดขึ้นในหลายธุรกิจสำคัญ ทั้งท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ อีคอมเมิร์ซ โรงแรม การเกษตร และก่อสร้าง ล่าสุดกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเผยผลปราบนอมินี ทำให้จำนวนบริษัทกลุ่มเสี่ยงลดลงกว่า 65% หลังเพิ่มมาตรการตรวจเข้มก่อนจดทะเบียน พร้อมขยายผลตรวจสอบสำนักงานบัญชีในพื้นที่ท่องเที่ยว พบผู้ทำบัญชี 140 คน เข้าไปถือหุ้นในบริษัทที่มีต่างชาติร่วมลงทุนกว่า 2,000 บริษัท
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมฯ ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินหน้าป้องกันและปราบปรามการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง หรือ นอมินี อย่างต่อเนื่องในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา เพื่อรักษาความเป็นธรรมในการแข่งขันทางการค้า และปกป้องผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศ
การตรวจสอบมุ่งไปที่ 6 กลุ่มธุรกิจเสี่ยง ได้แก่ ธุรกิจท่องเที่ยวและธุรกิจเกี่ยวเนื่อง ธุรกิจค้าที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ขนส่งและคลังสินค้า ธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ท ธุรกิจการเกษตร และธุรกิจก่อสร้าง ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเกี่ยวพันกับทุนต่างชาติและมีโอกาสใช้โครงสร้างผู้ถือหุ้นเพื่ออำพรางการประกอบธุรกิจ

ปราบนอมินี พบ 3 รูปแบบ ใช้คนไทยถือหุ้นแทนต่างชาติ
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าพบพฤติการณ์ที่เข้าข่ายเสี่ยงนอมินีหลายรูปแบบ โดยเฉพาะการใช้ผู้ทำบัญชี พนักงานสำนักงานบัญชี หรือพนักงานของสำนักงานกฎหมายที่ชาวต่างชาติจ้างให้ดำเนินการจดทะเบียนบริษัท เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นแทน รวมถึงการใช้พนักงานคนไทยของธุรกิจต่างชาติเองถือหุ้นในนิติบุคคล
รูปแบบที่พบมากแบ่งเป็น 3 ลักษณะ ได้แก่ การตั้งบริษัทด้วยสัดส่วนผู้ถือหุ้นไทยและต่างชาติ 51 ต่อ 49 การตั้งบริษัทที่ต่างด้าวถือหุ้นตั้งแต่ 50% ขึ้นไป และการตั้งบริษัทโดยใช้คนไทยถือหุ้น 100% ก่อนแก้ไขภายหลังให้ต่างชาติเข้ามาถือหุ้น หรือกำหนดให้กรรมการต่างชาติมีอำนาจลงนามและมีสิทธิเหนือกว่าผู้ถือหุ้นไทย
นายพูนพงษ์ระบุว่า มาตรการตรวจสอบก่อนจดทะเบียนที่เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 กำหนดให้ผู้ถือหุ้นไทยที่ร่วมลงทุนกับต่างชาติในบริษัทที่ยังมีสถานะเป็นนิติบุคคลไทย ต้องแสดงหลักฐานทางการเงินย้อนหลัง 3 เดือน นับจากวันที่ชำระเงินทุนหรือค่าหุ้น เพื่อพิสูจน์ความสามารถในการลงทุนจริง
มาตรการดังกล่าวทำให้จำนวนบริษัทกลุ่มเสี่ยงนอมินีระหว่างวันที่ 1 มกราคมถึง 31 มีนาคม 2569 ลดลง 51.05% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และหลังเพิ่มมาตรการยืนยันการลงทุนเพิ่มเติมตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 จำนวนบริษัทกลุ่มเสี่ยงระหว่างวันที่ 1 เมษายนถึง 31 พฤษภาคม 2569 ลดลงอีก 65.22%
กรมฯ ยังเตรียมออกมาตรการเข้มเพิ่มเติม ซึ่งคาดว่าจะเริ่มบังคับใช้วันที่ 1 สิงหาคม 2569 หลังผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็น พร้อมเพิ่มการตรวจสอบหลังจดทะเบียน ทั้งกรณีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลนิติบุคคล กรรมการต่างชาติที่มีอำนาจลงนาม การคัดกรองนิติบุคคลที่มีต่างด้าวถือหุ้น 0.01–49.99% และการวิเคราะห์พฤติกรรมของนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงสูง
ลงพื้นที่ 11 จังหวัด ส่งต่อข้อมูลกว่า 14,000 ราย
ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึง 22 มิถุนายน 2569 กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงลึก 34 พื้นที่ ครอบคลุม 11 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ราชบุรี ภูเก็ต กระบี่ สุราษฎร์ธานี เชียงใหม่ และตาก
ผลการตรวจสอบบัญชีและงบการเงินของบริษัทกลุ่มเสี่ยงนอมินีมีจำนวน 3,294 ราย ก่อนส่งต่อข้อมูลให้หลายหน่วยงานดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ อาทิ กรมสรรพากรตรวจสอบภาษี 14,800 ราย กรมที่ดิน 7,394 ราย สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินตรวจสอบเส้นทางการเงิน 534 ราย กรมสอบสวนคดีพิเศษ 2,236 ราย และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ 2,257 ราย
นอกจากนี้ ยังส่งข้อมูลให้สำนักงานประกันสังคมตรวจสอบการส่งเงินสมทบลูกจ้าง 137 ราย ส่งข้อมูลนิติบุคคลเขตห้วยขวางให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล 53 ราย ส่งข้อมูลให้ชุดเฉพาะกิจสำนักงานตำรวจแห่งชาติตรวจสอบเพิ่มเติม 2,713 ราย ส่งข้อมูลให้สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าตรวจสอบกรณีล้งมะพร้าวที่อาจมีพฤติกรรมฮั้วราคารับซื้อ 15 ราย และส่งข้อมูลให้ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์อีก 2,094 ราย
อีกประเด็นที่กรมฯ ขยายผล คือ การตรวจสอบสำนักงานบัญชีในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว 8 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต กระบี่ และพังงา พบสำนักงานบัญชี 29 สำนักงาน และผู้ทำบัญชี 140 คน เข้าไปถือหุ้นในบริษัทที่มีชาวต่างชาติร่วมลงทุนรวม 2,040 บริษัท มูลค่าหุ้นรวม 2,528 ล้านบาท
ในจำนวนนี้ พบกรณีบุคคลเพียงคนเดียวถือหุ้นในบริษัทมากถึง 212 บริษัท มูลค่าหุ้นรวม 247 ล้านบาท ซึ่งกรมฯ ได้ส่งข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบต่อแล้ว
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าระบุว่า การดำเนินงานครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของหน่วยงานพันธมิตร 23 หน่วยงาน ภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “ลบรอยร้าวเศรษฐกิจ ร่วมพิชิตนอมินี” เพื่อยกระดับการเฝ้าระวัง ป้องกัน ปราบปราม และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด พร้อมสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่โปร่งใส เป็นธรรม และรักษาความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติ
ปราบนอมินีเข้มทั่วประเทศ ธุรกิจเสี่ยงลด 65% จับตาบัญชีสีเทาถือหุ้นแทนต่างชาติ
ปราบนอมินี กลายเป็นมาตรการเข้มของกระทรวงพาณิชย์ หลังพบรูปแบบการใช้คนไทยถือหุ้นแทนต่างชาติเพื่อหลบเลี่ยงกฎหมายยังเกิดขึ้นในหลายธุรกิจสำคัญ ทั้งท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ อีคอมเมิร์ซ โรงแรม การเกษตร และก่อสร้าง ล่าสุดกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเผยจำนวนบริษัทกลุ่มเสี่ยงลดลงกว่า 65% หลังเพิ่มมาตรการตรวจเข้มก่อนจดทะเบียน พร้อมขยายผลตรวจสอบสำนักงานบัญชีในพื้นที่ท่องเที่ยว พบผู้ทำบัญชี 140 คน เข้าไปถือหุ้นในบริษัทที่มีต่างชาติร่วมลงทุนกว่า 2,000 บริษัท
การปราบนอมินีรอบนี้ยังสะท้อนแรงกดดันต่อธุรกิจที่ใช้โครงสร้างผู้ถือหุ้นอำพราง โดยเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการถือครองที่ดิน การท่องเที่ยว และบริการในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ ซึ่งภาครัฐมองว่าเป็นช่องโหว่ที่กระทบการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยโดยตรง
ข้อมูลเพิ่มเติม : การเปิดเผยข้อมูลและป้องกันการทุจริต
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ผลการจดทะเบียนธุรกิจใหม่
