
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค เดือนพฤษภาคม 2569 ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 49.2 จากเดือนก่อนหน้าที่ 45.0 หลังมาตรการรัฐเริ่มช่วยลดภาระค่าครองชีพ ขณะที่ส่งออก ท่องเที่ยว และรายได้เกษตรกรยังเป็นแรงประคองเศรษฐกิจ แต่ภาพรวมยังต่ำกว่า 50 ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3
นันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า หรือ สนค. เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน 5,433 รายทั่วประเทศ พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยรวม เดือนพฤษภาคม 2569 อยู่ที่ระดับ 49.2 เพิ่มขึ้นจาก 45.0 ในเดือนเมษายน

ตัวเลขที่ดีขึ้นทำให้ภาพความเชื่อมั่นเริ่มขยับ แต่ยังไม่มากพอจะบอกว่าผู้บริโภคกลับมาเชื่อมั่นเต็มที่ เพราะดัชนียังต่ำกว่าระดับ 50 ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 แปลว่าประชาชนจำนวนไม่น้อยยังระวังการใช้จ่าย โดยเฉพาะในช่วงที่ค่าครองชีพ หนี้ครัวเรือน และต้นทุนพลังงานยังเป็นเรื่องใกล้ตัว
เมื่อดูตามกลุ่มอาชีพ ดัชนีความเชื่อมั่นปรับสูงขึ้นทุกกลุ่ม ยังไม่มีกลุ่มอาชีพใดลดลงจากเดือนก่อนหน้า โดยกลุ่มที่กลับมาอยู่ในช่วงเชื่อมั่นแล้ว คือ พนักงานของรัฐ อยู่ที่ 53.8 เพิ่มขึ้นจาก 48.9 และผู้ประกอบการ อยู่ที่ 50.7 เพิ่มขึ้นจาก 46.8
ส่วนกลุ่มที่ตัวเลขดีขึ้นแต่ยังไม่พ้นช่วงไม่เชื่อมั่น ได้แก่ เกษตรกร อยู่ที่ 48.6 เพิ่มขึ้นจาก 42.8 พนักงานเอกชน อยู่ที่ 48.7 เพิ่มขึ้นจาก 45.5 ผู้ไม่ได้ทำงานหรือบำนาญ อยู่ที่ 49.7 เพิ่มขึ้นจาก 45.3 รับจ้างอิสระ อยู่ที่ 46.7 เพิ่มขึ้นจาก 42.9 และนักศึกษา อยู่ที่ 47.3 เพิ่มขึ้นจาก 43.1 ขณะที่กลุ่มผู้เชี่ยวชาญอยู่ที่ 36.3 เพิ่มขึ้นจาก 30.6 แต่ยังเป็นระดับที่ต่ำกว่ากลุ่มอื่น
แม้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจะปรับตัวดีขึ้น แต่ระดับที่ยังต่ำกว่า 50 ยังบอกว่ากำลังซื้อของประชาชนยังไม่กลับมาเต็มที่
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค อนาคตยังอยู่ในโซนเชื่อมั่น
เมื่อแยกดูรายละเอียด ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในปัจจุบันอยู่ที่ 38.7 เพิ่มขึ้นจาก 35.0 ในเดือนก่อนหน้า แต่ยังอยู่ในช่วงไม่เชื่อมั่น ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในอนาคต หรือมุมมองต่อเศรษฐกิจในอีก 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ 56.3 เพิ่มขึ้นจาก 51.7 และยังอยู่ในช่วงเชื่อมั่น
ภาพนี้ทำให้เห็นช่องว่างระหว่าง “วันนี้” กับ “ข้างหน้า” ผู้บริโภคยังรู้สึกกดดันกับสถานการณ์ปัจจุบัน แต่เริ่มมองว่าช่วงถัดไปอาจดีขึ้น หากมาตรการรัฐเดินต่อเนื่อง และภาคเศรษฐกิจหลักยังพยุงตัวได้
สนค. ระบุว่า ปัจจัยที่ช่วยหนุนความเชื่อมั่นในเดือนพฤษภาคม มาจากมาตรการช่วยเหลือเพื่อลดภาระประชาชนและภาคธุรกิจจากผลกระทบของวิกฤตพลังงานผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งมีส่วนช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจ และช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยประคับประคองธุรกิจได้ต่อ
แรงหนุนอีกด้านมาจากภาคท่องเที่ยวและการส่งออกที่ยังช่วยให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจเดินต่อได้ ขณะที่รายได้เกษตรกรในบางพื้นที่ปรับดีขึ้นตามจังหวะผลผลิตออกสู่ตลาดตามฤดูกาล แม้ต้นทุนการผลิตยังสูงอยู่ก็ตาม
ค่าครองชีพและหนี้ครัวเรือนยังกดกำลังซื้อ
ในด้านที่ยังเป็นแรงกดดัน ประชาชนยังห่วงเรื่องค่าครองชีพ โดยเฉพาะราคาพลังงาน ต้นทุนการผลิต และค่าขนส่งที่ขยับขึ้นจากสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ซึ่งทำให้ตลาดพลังงานโลกยังไม่นิ่ง
หนี้ครัวเรือนและหนี้ภาคธุรกิจที่ยังอยู่ในระดับสูงก็ยังเป็นอีกปัจจัยสำคัญ คนทำงานจำนวนมากจึงยังเลือกใช้จ่ายเท่าที่จำเป็น ส่วนผู้ประกอบการรายย่อยต้องรับแรงกดดันทั้งจากต้นทุนที่สูงขึ้น และยอดขายที่ยังไม่ได้กลับมาเต็มที่
จึงเป็นภาวะที่ตัวเลขความเชื่อมั่นดีขึ้น แต่กำลังซื้อจริงยังต้องรอแรงส่งมากกว่านี้ โดยเฉพาะถ้าราคาพลังงานยังผันผวน และภาระหนี้ยังทำให้ครัวเรือนระวังการใช้เงิน
แม้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจะปรับตัวดีขึ้น แต่ระดับที่ยังต่ำกว่า 50 บอกว่ากำลังซื้อของประชาชนยังไม่กลับมาเต็มที่
กรุงเทพฯ และอีสานกลับเข้าสู่ช่วงเชื่อมั่น
เมื่อดูตามภูมิภาค ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับสูงขึ้นทุกภูมิภาค โดยกรุงเทพฯ และปริมณฑลอยู่ที่ 52.6 เพิ่มขึ้นจาก 49.7 ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ที่ 51.1 เพิ่มขึ้นจาก 46.8 ทำให้ทั้งสองพื้นที่กลับมาอยู่ในช่วงเชื่อมั่น
ภาคกลางอยู่ที่ 46.9 เพิ่มขึ้นจาก 43.1 ภาคเหนืออยู่ที่ 48.7 เพิ่มขึ้นจาก 43.2 และภาคใต้อยู่ที่ 48.7 เพิ่มขึ้นจาก 44.5 แม้ตัวเลขดีขึ้นทุกภูมิภาค แต่ภาคกลาง เหนือ และใต้ยังอยู่ต่ำกว่าระดับ 50
ปัจจัยที่ประชาชนพูดถึงมากในหลายพื้นที่ยังวนอยู่กับเศรษฐกิจไทย ราคาน้ำมันเชื้อเพลิง เศรษฐกิจโลก และมาตรการของรัฐ ซึ่งเป็นชุดปัจจัยที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับรายได้และค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
นันทพงษ์กล่าวว่า การปรับดีขึ้นของดัชนีเดือนพฤษภาคมมาจากมาตรการภาครัฐที่ช่วยบรรเทาค่าครองชีพ ภาคท่องเที่ยวที่ยังช่วยประคองกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และการส่งออกที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง ทำให้ประชาชนบางส่วนเริ่มมองภาพเศรษฐกิจข้างหน้าดีขึ้นกว่าช่วงก่อนหน้า
อย่างไรก็ตาม ภาพที่ดีขึ้นยังต้องอ่านอย่างระมัดระวัง เพราะดัชนีโดยรวมยังต่ำกว่า 50 ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 แปลว่าความเชื่อมั่นยังไม่ได้กลับเข้าสู่ภาวะปกติเต็มที่ กำลังซื้อในประเทศยังถูกกดดันจากรายจ่ายจำเป็น ทั้งค่าอาหาร ค่าเดินทาง ราคาพลังงาน และภาระผ่อนชำระของครัวเรือน
สำหรับผู้ประกอบการรายย่อย แม้บรรยากาศการใช้จ่ายเริ่มมีสัญญาณดีขึ้นจากมาตรการรัฐและกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เดินต่อ แต่ต้นทุนที่ยังสูงทำให้การค้าขายยังไม่ง่ายนัก หากราคาพลังงานและค่าขนส่งยังผันผวน ผู้ประกอบการอาจต้องแบกรับต้นทุนต่อไป หรือจำเป็นต้องปรับราคาสินค้า ซึ่งจะย้อนกลับมากระทบการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคอีกทางหนึ่ง
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในระยะต่อไปจึงยังต้องจับตาหลายปัจจัยพร้อมกัน ทั้งราคาพลังงาน สถานการณ์เศรษฐกิจโลก ภาระหนี้ครัวเรือน รายได้ของประชาชน และความต่อเนื่องของมาตรการรัฐ หากปัจจัยเหล่านี้เริ่มคลี่คลายในทิศทางเดียวกัน ความเชื่อมั่นอาจมีแรงพอที่จะขยับเข้าใกล้ระดับ 50 ได้มากขึ้นในช่วงถัดไป
ข้อมูลเพิ่มเติม : ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : คนไทยยังไม่มั่นใจเศรษฐกิจ
