
MTL เปิดประกันใหม่ “D Health Lite” รองรับ Co-payment ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านความคุ้มครองชีวิต สุขภาพ และการดูแลครบวงจร พร้อมจัดเครือข่ายโรงพยาบาล“MTL Smile Hospital Network” ตอบโจทย์ทุกช่วงชีวิต
เมืองไทยประกันชีวิต เปิดตัวประกันสุขภาพใหม่ “D Health Lite” ครบถ้วนความคุ้มครองเหมาจ่าย มีแผนเลือกได้มากขึ้น ตอบโจทย์ลูกค้าทุกวัย ยกระดับความคุ้มครองสู่บริการสุขภาพครบวงจร ผ่านเครือข่ายโรงพยาบาล “MTL Smile Hospital Network” เพื่อเสริมความมั่นใจในวันที่ต้องเคลม

สาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) MTL เปิดเผยว่า เมืองไทยประกันชีวิต เดินหน้าตอบโจทย์ความต้องการ ของลูกค้าคนสำคัญอย่างไม่หยุดยั้ง ด้วยความเข้าใจว่าทุกคนย่อมคัดเลือกสิ่งที่ “ดี” ที่สุดให้กับตนเอง ครอบครัวและคนที่รัก
ประกอบกับ ปัจจัยและสถานการณ์ต่าง ๆ ของโลกที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ค่ารักษาพยาบาลปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมืองไทยประกันชีวิตจึงมุ่งมั่นพัฒนาและคัดเลือก “ประกันสุขภาพ” อย่างดีเพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่ตรงจุด และใช้ได้จริงในวันที่ต้องการใช้
ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านความคุ้มครองสุขภาพ และบริการด้านสุขภาพครบวงจร ที่เคียงข้างดูแลในทุกช่วงของชีวิต ชูแนวคิดประกันสุขภาพที่คัดเลือกอย่าง “ดี” เพื่อคุณ “ดี เฮลท์ ไลต์ (D Health Lite)”
คุ้มครองเหมาจ่ายเลือกได้
โดดเด่นด้วยความคุ้มครองเหมาจ่าย เลือกแผนได้ตามงบ เด็กซื้อได้เหมาะกับคนทุกวัย รับประกันตั้งแต่อายุ 30 วัน – 90 ปี คุ้มครองยาวถึงอายุ 99 ปี พร้อมจัดโรงพยาบาลในเครือข่าย “MTL Smile Hospital Network” ช่วยยกระดับความสบายใจและมั่นใจให้ลูกค้ามากขึ้น
เมื่อลูกค้าเลือกเข้ารับการรักษากับโรงพยาบาลพันธมิตรในเครือ 165 แห่งทั่วประเทศ จะได้สิทธ์ทั้งอับวงเงินคุ้มครอง และอับจำนวนวันค่าห้องและค่าหมอ ช่วยยกระดับและเสริมความมั่นใจในวันที่เจ็บป่วย
“D Health Lite” ประกันสุขภาพใหม่ล่าสุดนี้ สามารถเลือกใช้ค่ารักษาเหมาจ่าย แอดมิตเหมาจ่าย ทั้งโรคทั่วไป โรคร้ายแรง และอุบัติเหตุ เลือกวงเงินได้ 1 ล้าน หรือ 5 ล้านบาทต่อการเข้าพักรักษาตัวครั้งใดครั้งหนึ่ง
เลือกปรับเบี้ยให้เหมาะกับงบได้ ทั้งแบบเหมาจ่ายคุ้มครองตั้งแต่บาทแรก หรือแผนร่วมจ่ายส่วนแรกแบบคงที่ (Deductible) เลือกจ่ายส่วนแรกแบบคงที่ 20,000 บาท 30,000 บาท 50,000 บาท หรือ 100,000 บาท หรือแผนร่วมจ่ายเป็นเปอร์เซ็นต์ (Co-payment) เลือกร่วมจ่ายเป็นเปอร์เซ็นต์ 10% หรือ 20%
เด็กซื้อได้และคุ้มครองยาวถึง 99 ปี ซื้อได้ตั้งแต่อายุ 30 วัน – 90 ปี อับเกรดแผนได้โดยไม่ต้องแถลงสุขภาพใหม่ สามารถปรับลด Deductible ได้ 2 ช่วง คือ ช่วงอายุ 11 – 15 ปี และ ช่วงอายุ 55 – 65 ปี ด้วยจุดแข็งคือความคุ้มครองจ่ายตามจริงตามวงเงินที่เลือกซื้อ
แอดมิตค่ารักษาเล็กหรือใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น ค่า ICU ค่าผ่าตัด Day Surgery แพทย์และวิสัญญี ค่าบริการทางการแพทย์ ค่ารักษาพยาบาล OPD ต่อเนื่องภายใน 30 วัน หลังแอดมิต (OPD Follow-up) อุบัติเหตุฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง OPD รถพยาบาลฉุกเฉิน ให้ความคุ้มครอง

“D Health Lite” เหมาะกับกลุ่มลูกค้าที่เป็นฟรีแลนซ์ ที่ไม่มีสวัสดิการคุ้มครอง แบ่งเงินมาซื้อประกันที่ราคาไม่แพง เข้าถึงการรักษาที่ดีได้ เพื่อกลับมาทำงานได้เร็วที่สุด และเด็กที่ต้องการความคุ้มครอง ตั้งแต่ยังไม่มีภูมิคุ้มกัน
แผนประกันใหม่นี้ สามารถป้องกันโรคยอดฮิต พนักงานออฟฟิศทำงานหนัก มองหาแพ็คเกจเหมาจ่าย ราคาดี คุ้มครองครอบคลุม เพิ่มเติมจากสวัสดิการที่มี รวมถึงผู้ที่อยู่ต่างจังหวัด สามารถเข้าโรงพยาบาลเอกชนได้ไม่ต้องรอคิวนาน
ทั้งนี้ ลูกค้าเมืองไทยประกันชีวิต ยังได้รับการยกระดับความคุ้มครอง สู่บริการสุขภาพครบวงจร ผ่านโครงการ “MTL Smile Hospital Network” ที่จะทำสามารถเข้าถึงการรักษา และการใช้สิทธิที่ง่ายขึ้น ด้วยการเชื่อมกรมธรรม์ บริการ และเครือข่ายโรงพยาบาลเข้าด้วยกัน
เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดี เพิ่มความสบายใจที่จับต้องได้ ทั้งด้านคุณภาพ บริการและการบริหารค่าใช้จ่าย เมื่อเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลทั้ง 165 แห่งในโครงการ
พร้อมบริการ MTL Health Buddy ผู้ช่วยดูแลเรื่องสุขภาพ ที่สามารถให้คำปรึกษาแนะนำโรงพยาบาลในโครงการ MTL Smile Hospital Network แนะนำแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ที่เหมาะสมกับความเจ็บป่วย ให้สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น
สิทธิพิเศษที่ลูกค้าเมืองไทยประกันชีวิตจะได้รับ ประกอบด้วย การเพิ่มความคุ้มครอง (Extra Coverage) ด้วยการเพิ่มวงเงินค่ารักษาพยาบาลสูงสุด 20% เพิ่มจำนวนวันค่าห้อง และค่าแพทย์สูงสุด 365 วัน รวมถึงสิทธิพิเศษช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายลงได้อีก
ด้วยการลดค่าร่วมจ่ายส่วนแรกแบบคงที่ (Deductible) ลง 10% หรือการจ่าย Co-payment ลดลง 50% จากยอดที่กำหนด บริการประเมินค่าใช้จ่ายก่อนผ่าตัดที่เร็วกว่า พร้อมรับส่วนลดและราคาพิเศษแพ็คเกจผ่าตัดหัตถการยอดนิยมจากโรงพยาบาลต่าง ๆ

รองรับแผนส่งต่อมรดก
นอกจากนี้ เมืองไทยประกันชีวิต ยังมีแบบประกันในโครงการ เมืองไทย พรีเมียร์ เลกาซี่ (แบบมีเงินค่าเวนคืนกรมธรรม์คงที่) ซึ่งมีจุดเด่นที่แตกต่างด้วยการเป็นแบบประกันภัยตัวแรกในไทย ที่มีมูลค่าเวนคืนกรมธรรม์คงที่ตลอดสัญญา
ทำให้อัตราเบี้ยประกันภัยต่ำกว่าปกติ แต่ยังได้รับความคุ้มครองชีวิตในระดับเดิม เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการวางแผนและส่งต่อมรดก โดยมีให้เลือกแบบชำระเบี้ยประกันภัยครั้งเดียว “เมืองไทย พรีเมียร์ เลกาซี่ 99/1 (แบบมีเงินค่าเวนคืนกรมธรรม์คงที่)” สมัครได้ตั้งแต่อายุ 30วัน – 80 ปี
และแบบจ่ายเบี้ยประกันภัยสั้น ๆ เพียง 5 ปี “เมืองไทย เลกาซี่ เวลธ์ 99/5 (แบบมีเงินค่าเวนคืนกรมธรรม์คงที่)” สมัครได้ตั้งแต่อายุ 30 วัน – 75 ปี
แผนประกันกันภัยใหม่นี้ ตอบโจทย์การสร้างหลักประกันก้อนใหญ่ได้ด้วยเงินก้อนเล็ก พร้อมรับหลักประกันก้อนโตจากความคุ้มครองชีวิต 100% จำนวนเอาประกันภัยขั้นต่ำ 10 ล้านบาท ตอบโจทย์ผู้ที่วางแผนส่งต่อความมั่งคั่งให้คนที่รักได้
“เมืองไทยประกันชีวิตไม่เคยหยุดนิ่ง และพร้อมที่จะเดินหน้า พัฒนาองค์กรในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสรรค์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ การยกระดับบริการด้านสุขภาพที่ครบวงจร ตลอดจนการพัฒนาโซลูชันทางการเงิน เพื่อการบริหารความมั่งคั่งที่ยั่งยืน
รวมถึงการคัดเลือกสิ่งที่ “ดี” เพื่อลูกค้าคนสำคัญเสมอ พร้อมเป็นเพื่อนคู่คิดที่ลูกค้าไว้วางใจ เชื่อมั่น และคอยอยู่เคียงข้างดูแลในทุกช่วงของชีวิต” สาระ กล่าวทิ้งท้าย
X Info…
Co-payment ปรับทัพประกัน
เงื่อนไขการทำประกันแบบ Co-payment หรือการร่วมจ่าย คือ รูปแบบที่ผู้เอาประกันภัยต้องร่วมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลร่วมกับบริษัทประกันในสัดส่วนที่กำหนด (เช่น ผู้เอาประกันจ่าย 30% และบริษัทประกันจ่าย 70%)
ความเป็นมาของประกันแบบ Co-payment เกิดขึ้นจากอัตราการเคลมประกันสุขภาพของไทย ที่พุ่งสูงขึ้นมากจากการใช้บริการเกินความจำเป็น เช่น การนอนโรงพยาบาล (IPD) ด้วยอาการป่วยเล็กน้อย หรือการตรวจสุขภาพ และขอใช้ยาเกินความจำเป็น
ทำให้บริษัทประกันแบกรับต้นทุนมหาศาล จนบางครั้งต้องปรับขึ้นเบี้ยประกัน หรือบอกยกเลิกสัญญา ดังนั้น เพื่อปรับพฤติกรรมผู้เอาประกันให้ “คิดก่อนใช้” และป้องกันการใช้บริการทางการแพทย์อย่างฟุ่มเฟือย ด้วยหลักการคือสร้างความสมดุล (Balance) ให้ผู้เอาประกันระมัดระวังตนเอง และดูแลสุขภาพเบื้องต้นมากขึ้น เพื่อรักษาระบบประกันสุขภาพให้อยู่ในระยะยาว ไม่ต้องปรับเบี้ยประกันภัยสูงจนเกินไป
ระบบ Co-payment สำหรับประกันสุขภาพบุคคลในประเทศไทย เริ่มมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ มาตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2568 โดยบังคับใช้กับกรมธรรม์ประกันสุขภาพ ที่เริ่มทำสัญญาตั้งแต่วันดังกล่าวเป็นต้นไป
เงื่อนไข Co-payment ถูกนำมาใช้เฉพาะกับการรักษาแบบผู้ป่วยใน (IPD) แบ่งเป็น 3 กรณีหลัก ได้แก่
-การเจ็บป่วยเล็กน้อย (Simple Diseases) เข้ารับการรักษาด้วยโรคที่ไม่รุนแรง เช่น อาการที่สามารถดูแลตัวเองเบื้องต้นได้แต่เลือกนอนโรงพยาบาล
-การเจ็บป่วยโรคทั่วไป (ไม่นับรวมโรคร้ายแรงและการผ่าตัดใหญ่) เมื่อมีการเคลมเกินจำนวนครั้งที่กำหนด ในปีกรมธรรม์
-การเคลมซ้ำซ้อนหรือเกินจำเป็น หากมีการเข้ารักษาพยาบาลบ่อยผิดปกติ และอัตราการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน ในรอบปีกรมธรรม์สูงเกินกว่า เกณฑ์มาตรฐานที่บริษัทกำหนด
ผู้เอาประกันจะทราบว่าตนเองเข้าเงื่อนไขร่วมจ่ายหรือไม่ ก็ต่อเมื่อพฤติกรรมการเคลม ถึงเกณฑ์มาตรฐานที่ระบุไว้ในสัญญาแล้ว โดยในปีถัดไปจะต้องจ่ายร่วมในอัตราราว 30 – 50% ของค่ารักษาพยาบาลนั้นๆ
ทั้งนี้ บริษัทประกันชีวิตและวินาศภัยในประเทศไทย ส่วนใหญ่ตอบรับด้วยการปรับโครงสร้างผลิตภัณฑ์ ประกันสุขภาพใหม่ เพื่อควบคุมความเสี่ยง และดูแลพอร์ตการลงทุนให้มั่นคง โดยมีการสื่อสารและให้ข้อมูลลูกค้าอย่างเป็นทางการ ดังนี้
เมืองไทยประกันชีวิต สนับสนุนให้ลูกค้ารับทราบหลักการว่าการจ่ายร่วมจะช่วยสร้างความมั่นคงระยะยาว โดยออกบทความเจาะลึกและแจกแจงเกณฑ์ Co-payment อย่างชัดเจน
AIA ชี้แจงถึงเกณฑ์ในการเริ่มใช้สัญญาเพิ่มเติมกลุ่มค่ารักษาพยาบาล โดยมุ่งหวังปรับพฤติกรรมการเคลมที่เกินจำเป็น และช่วยยืดอายุของเบี้ยประกันภัยในระยะยาว
ไทยประกันชีวิต ระบุชัดเจนถึงหลักการ Co-payment สำหรับกรมธรรม์ใหม่ที่เริ่มคุ้มครอง เพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย และป้องกันการใช้สิทธิ์เกินความจำเป็น
FWD นำเสนอเงื่อนไขร่วมจ่ายในสัญญาเพิ่มเติมประกันสุขภาพ โดยอธิบายเกณฑ์ และเงื่อนไขการนับจำนวนครั้งของการเคลม ให้ผู้ถือกรมธรรม์เข้าใจ และประเมินความเสี่ยงของตนเอง
Allianz อธิบายถึงสาเหตุที่จำเป็นต้องบังคับใช้ Co-payment ทุกคน เพื่อป้องกันการเบิกจ่ายเกินเหตุ ทำให้เบี้ยประกันไม่พุ่งสูง
#เมืองไทยประกันชีวิต #MuangThaiLife #สุขภาพ #ร่วมจ่าย #เลือกมาอย่างดี #Bangkokx
ที่มาของข้อมูล: https://www.muangthai.co.th/th
ข่าวที่เกี่ยวข้อง: https://bangkokx.me/mlt-02022026/
