
บี.กริม เน็กซ์วิชั่น จากพลังงานหมุนเวียน สู่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
หลังจากสร้างความยิ่งใหญ่ในการขยายธุรกิจพลังงานหมุนเวียนไปทั่วโลกกว่า 17 ประเทศ สร้างพลังงานไปแล้วกว่า 4,649 MW และยังคงเติบโตต่อเนื่องสู่เป้าหมาย ส่วนแบ่งธุรกิจพลังงานหมุนเวียนโลก 50% รวม 10,000 MW ในปี 2030 บี.กริม ยังเปิดวิชั่นใหม่ที่ก้าวทันยุคดิจิทัล ด้วยการขยายธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และดาต้าเซ็นเตอร์

ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธาน บี.กริม พร้อมด้วย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คุณพีรเดช พัฒนจันทร์ คุณนพเดช กรรณสูต และคุณศิริวงศ์ บวรบุญฤทัย ต้อนรับแดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธาน บี.กริม พร้อมด้วย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คุณพีรเดช พัฒนจันทร์ คุณนพเดช กรรณสูต และคุณศิริวงศ์ บวรบุญฤทัย ต้อนรับแเตอร์ ต่อยอดพลังงานสะอาด สู่องค์กรที่ทำธุรกิจควบคู่การใส่ใจสิ่งแวดล้อม
วานนี้ (29 ม.ค.) ทีมผู้บริหาร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) B.Grimm นำโดย ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธาน บี.กริม พร้อมด้วย 3 ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พีรเดช พัฒนจันทร์, นพเดช กรรณสูต, และศิริวงศ์ บวรบุญฤทัย ขึ้นเวทีงานแถลงข่าวทิศทางการดำเนินธุรกิจของบี.กริม ในปี 2569 และวิชั่นใหม่ในการดำเนินธุรกิจซึ่งปรับตามทิศทางการเติบโตของโลก

โดยบี.กริมจะหันมาพัฒนาธุรกิจ โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลอย่างเต็มตัวมากขึ้น พร้อมขยายบริการในการพัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นสิ่งที่อุตสาหกรรมและธุรกิจใหม่ต้องใช้ เป็นทิศทางการเติบโตที่เกิดขึ้นทั่วโลก
โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอันดับหนึ่ง
ที่สำคัญประเทศไทยได้รับการคัดเลือกให้เป็นฐานธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ อันดับ 1 เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยศักยภาพของทำเลที่ตั้ง และศักยภาพการเข้าถึงดิจิทัลและโครงข่ายความพร้อมรองรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ครอบคลุมพื้นที่รวมมากกว่า 150 กิโลเมตร เป็นความพร้อมการใช้สมาร์ทกริด (Smart Grid) (Smart Grid) หรือระบบโครงสร้างพื้นฐานทางไฟฟ้าที่นำเทคโนโลยีดิจิทัล เซ็นเซอร์ ในนิคมอุตสาหกรรม 16 แห่ง จำนวน 800 MW ซึ่งเป็นโครงข่ายอัจฉริยะใหญ่ที่สุดในโลก ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย
วิชั่นนี้เป็นการต่อยอดจากธุรกิจพลังงาน ที่บี.กริมพัฒนาต่อเนื่องมาหลายปี ด้วยการสร้างพลังงานหมุนเวียนจากแสงแดด และพลังงานลมไปแล้วกว่า 4,649 MW และยังคงเติบโตต่อเนื่องสู่เป้าหมาย การครองส่วนแบ่งธุรกิจพลังงานหมุนเวียนโลก 50% รวม 10,000 MW ในปี 2030 นอกจากนี้ยังเดินหน้าสู่เป้าหมาย ลดการปล่อยคาร์บอนเป็น 0 หรือ Net Zero ในปี 2050 โดยมั่นใจว่าสามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมาย

ที่ผ่านมาบี.กริม ได้ขยายการพัฒนาโครงการผลิตพลังงานหมุนเวียน ขยายไปทั่วโลกกว่า 17 ประเทศ ครอบคลุมในหลายภูมิภาค และเป็นอันดับ 1 ในหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็น เกาหลีใต้ เวียดนาม มาเลเซีย และหลายประเทศในยุโรป และในสหรัฐอเมริกา โดยในปี 2568 มีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น 1,320 MW
ในปี 2569 มีกำลังการผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 1.7 GW และอยู่ในระหว่างพัฒนาอีก 7 GW ถือเป็นบริษัทพัฒนาพลังงานของไทยที่ก้าวไกลในตลาดโลก

ธุรกิจพลังงานหมุนเวียนเป็นธุรกิจที่พัฒนาภายใต้ ความยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นคอนเซ็ปท์ที่บริษัทตั้งไว้ว่า “สร้างพลังให้กับสังคมโลกด้วยความโอบอ้อมอารี” และการเปิดวิชั่นใหม่ ในการรุกเข้าสู่ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ก็ยังคงตอบโจทย์ด้านความยั่งยืน
เป็นการต่อยอดจากธุรกิจพลังงาน มาสู่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับ ธุรกิจและอุตสาหกรรมต่างๆ ที่ทุกวันนี้ต้องใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการดำเนินกิจการ

ดังนั้นดาต้าเซ็นเตอร์ หรือศูนย์กลางสถานที่ตั้งของระบบคอมพิวเตอร์ เซิร์ฟเวอร์ อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล และเครือข่ายความเร็วสูงที่ทำงานต่อเนื่อง 24/7 เพื่อจัดเก็บ ประมวลผล และกระจายข้อมูลดิจิทัลขนาดใหญ่ขององค์กร โดยเน้นความปลอดภัยสูง ระบบสำรองไฟฟ้า และระบบทำความเย็น เพื่อรองรับ Cloud Computing, AI และแอปพลิเคชันต่างๆ จึงมีความสำคัญและมีความต้องการมากขึ้น
“ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ คือเป้าหมายที่เราจะขยายเข้าไปให้บริการมากขึ้น ต่อเนื่องจากพลังงานที่เราพัฒนาหลายปี ขยายไปหลายประเทศ” ผู้บริหารบี.กริม กล่าวสรุป
ที่มาของข้อมูล: https://www.bgrimmpower.com/th/home
ข่าวที่เกี่ยวข้อง: https://bangkokx.me/thenextreal-2026/
