คนไทยยังไม่มั่นใจเศรษฐกิจ! ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคต่ำกว่า 50 เดือนที่ 2 น้ำมันแพงกดค่าครองชีพ
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเมษายน 2569 ลดลงเหลือ 45.0 ต่ำกว่า 50

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค เป็นสัญญาณสำคัญที่สะท้อนมุมมองของประชาชนต่อภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อ โดยเดือนเมษายน 2569 ดัชนีอยู่ที่ระดับ 45.0 ลดลงจากระดับ 45.5 ในเดือนก่อนหน้า และยังต่ำกว่าระดับ 50 ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 สะท้อนว่าคนไทยยังไม่มั่นใจต่อเศรษฐกิจ ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ยังอยู่ในระดับสูง ค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น และกำลังซื้อของประชาชนที่ยังฟื้นตัวได้จำกัด

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนเมษายน 2569 ปรับลดลงมาอยู่ที่ระดับ 45.0 จากเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 45.5 และยังอยู่ต่ำกว่าระดับ 50 ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 สะท้อนว่าประชาชนยังอยู่ในภาวะ “ไม่เชื่อมั่น” ต่อเศรษฐกิจ ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาพลังงานที่ยังอยู่ในระดับสูง ค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น และกำลังซื้อที่ยังฟื้นตัวได้จำกัด

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนเมษายน 2569 อยู่ที่ 45.0 ต่ำกว่า 50 ต่อเนื่อง สะท้อนคนไทยยังไม่มั่นใจเศรษฐกิจ

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า หรือ สนค. เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนจำนวน 5,321 ราย ครอบคลุมประชาชนทั่วประเทศ พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยรวมเดือนเมษายน 2569 อยู่ที่ระดับ 45.0 ลดลงจากระดับ 45.5 ในเดือนก่อนหน้า และยังอยู่ในช่วงไม่เชื่อมั่นติดต่อกันเป็นเดือนที่สองดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนเมษายน 2569 อยู่ที่ระดับ 45.0 ลดลงจากระดับ 45.5 ในเดือนก่อนหน้า และยังอยู่ต่ำกว่าระดับ 50 ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 สะท้อนว่าคนไทยยังไม่มั่นใจต่อภาวะเศรษฐกิจ ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ยังอยู่ในระดับสูง ค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น และกำลังซื้อของประชาชนที่ยังฟื้นตัวได้จำกัด

การปรับลดลงของดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนเมษายน 2569 สะท้อนแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่ยังไม่คลี่คลาย โดยเฉพาะภาวะเศรษฐกิจไทยที่ยังฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ราคาพลังงานที่ยังทรงตัวสูงจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง และต้นทุนสินค้าอุปโภคบริโภคที่ยังเป็นภาระต่อประชาชน

ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 35.0 ลดลงจากระดับ 36.8 ในเดือนก่อนหน้า และยังอยู่ในช่วงไม่เชื่อมั่น สะท้อนว่าประชาชนยังรับรู้แรงกดดันจากค่าครองชีพ หนี้สินครัวเรือน ต้นทุนธุรกิจ และราคาสินค้าในชีวิตประจำวัน

ปัจจัยสำคัญที่ลดทอนดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคมาจากเศรษฐกิจไทยที่ยังขยายตัวได้จำกัด ราคาพลังงานที่ยังอยู่ในระดับสูงและส่งผ่านไปยังต้นทุนการผลิต ค่าขนส่ง และราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ขณะที่รายได้และกำลังซื้อของประชาชนยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ประกอบกับภาคธุรกิจเผชิญต้นทุนเพิ่มขึ้น แต่ไม่สามารถปรับราคาขายได้เต็มที่

นอกจากนี้ หนี้สินของภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจที่ยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงภาคเกษตรที่เผชิญต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นและราคาผลผลิตผันผวน ยังเป็นอีกแรงกดดันที่ทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคยังไม่สามารถฟื้นตัวกลับเข้าสู่ระดับเชื่อมั่นได้

อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจไทยยังมีแรงประคับประคองจากภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะช่วงเทศกาลและการเดินทางเข้ามาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึงภาคการส่งออกที่ยังขยายตัวได้ดี ซึ่งมีส่วนช่วยพยุงกิจกรรมทางเศรษฐกิจท่ามกลางแรงกดดันรอบด้าน

สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในอนาคต หรือในช่วง 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 51.7 เพิ่มขึ้นจากระดับ 51.2 ในเดือนก่อนหน้า และยังอยู่ในช่วงเชื่อมั่น สะท้อนว่าประชาชนยังมีความคาดหวังต่อมาตรการของภาครัฐในการกระตุ้นเศรษฐกิจและบรรเทาภาระค่าครองชีพ ซึ่งอาจช่วยเพิ่มกำลังซื้อได้ในระยะสั้น

หากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางมีแนวโน้มคลี่คลาย และราคาน้ำมันปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง จะช่วยลดต้นทุนในระบบเศรษฐกิจ และอาจสนับสนุนให้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคทยอยปรับตัวดีขึ้นในระยะต่อไป

ราคาน้ำมันกลายเป็นแรงกดดันสำคัญต่อดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคต่ำกว่า 50 สะท้อนกำลังซื้อยังเปราะบาง

เมื่อพิจารณาปัจจัยที่มีผลต่อดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค พบว่า ปัจจัยด้านเศรษฐกิจไทยส่งผลต่อความเชื่อมั่นมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 32.25 รองลงมาคือ ผลจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ร้อยละ 30.61 เศรษฐกิจโลก ร้อยละ 14.32 มาตรการของภาครัฐ ร้อยละ 9.21 ราคาสินค้าเกษตร ร้อยละ 4.53 สังคมและความมั่นคง ร้อยละ 3.48 การเมือง ร้อยละ 3.10 ปัจจัยอื่น ๆ ร้อยละ 2.03 และภัยพิบัติหรือโรคระบาด ร้อยละ 0.47

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงได้ขยับขึ้นมาเป็นปัจจัยสำคัญอันดับสองที่กดดันดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค รองจากเศรษฐกิจไทย เพราะราคาน้ำมันส่งผลต่อทั้งค่าเดินทาง ต้นทุนขนส่ง ราคาสินค้า และภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในช่วงที่รายได้ของครัวเรือนยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่

เมื่อจำแนกดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคตามภูมิภาค พบว่า ทุกภูมิภาคยังอยู่ในระดับไม่เชื่อมั่น โดยกรุงเทพมหานครและปริมณฑลอยู่ที่ระดับ 49.7 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 46.8 ภาคใต้ 44.5 ภาคเหนือ 43.2 และภาคกลาง 43.1

ส่วนการจำแนกดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคตามอาชีพ พบว่า ทุกกลุ่มอาชีพยังอยู่ในระดับไม่เชื่อมั่นเช่นกัน โดยพนักงานของรัฐอยู่ที่ระดับ 48.9 ผู้ประกอบการ 46.8 พนักงานเอกชน 45.5 กลุ่มไม่ได้ทำงานหรือบำนาญ 45.3 นักศึกษา 43.1 อาชีพรับจ้างอิสระ 42.9 และเกษตรกร 42.8 ขณะที่กลุ่มผู้เชี่ยวชาญมีดัชนีความเชื่อมั่นอยู่ที่ระดับ 30.6

นายนันทพงษ์กล่าวว่า การปรับลดลงต่อเนื่องของดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนเมษายน 2569 สะท้อนแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่ยังมีอยู่ ทั้งจากเศรษฐกิจในประเทศที่ฟื้นตัวไม่เต็มที่ และปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่กระทบราคาพลังงานและต้นทุนในระบบเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้กำหนดแนวทางดำเนินนโยบายทั้งระยะสั้นและระยะยาว เพื่อดูแลค่าครองชีพ ควบคู่กับการยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจให้เข้มแข็งและยั่งยืน โดยเน้นการลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชน การกำกับดูแลราคาสินค้า การรักษาเสถียรภาพสินค้าเกษตร การเสริมศักยภาพ SMEs และชุมชน การสร้างสมดุลการส่งออก รวมถึงการยกระดับบริการภาครัฐสู่ดิจิทัลและปรับปรุงกฎระเบียบให้เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจ

ข่าวเพิ่มเติม :  รายงานดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจ (BSI) และดัชนีทางเศรษฐกิจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ราคาสินค้า-เงินเฟ้อพุ่ง 2.89% สูงสุดใน 38 เดือน ยังไม่ Stagflation

[addtoany]
Ellipse 1
กองบรรณาธิการ Bangkok X