
“Brooklyn Kura” คราฟต์ สาเก จากนิวยอร์ก ไลฟสไตล์การดื่มยุคใหม่ นำเข้าโดย “คิวเรียส คันไป” เสิร์ฟศิลปะแห่งการดื่มคนรุ่นใหม่ ส่งผ่านความละเมียดละไม ของตลาดเครื่องดื่มพรีเมี่ยมคู่หลายเมนูโปรด
สกล สุริยะโชติ ผู้ก่อตั้ง และผู้เชี่ยวชาญการคัดสรรสาเก (Sake Curator) กลุ่ม คิวเรียส คันไป (Curious Kanpai) และ กุลศิริ ไชยนพกุล ผู้ร่วมก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ คิวเรียส คันไป กล่าวถึงผลสำเร็จในการยกระดับธุรกิจของกลุ่ม คิวเรียส คันไป ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำด้านการบริการคัดสรร สาเกพรีเมี่ยมคุณภาพสูง คว้าสิทธิ์ “บรุกลิน คุระ” (Brooklyn Kura) สาเกพรีเมี่ยมจากแหล่งผลิตในสหรัฐอเมริกา

ด้วยการนำเข้าเป็นประเทศแรก ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยได้รับสิทธิ์การทำตลาดเมื่อปี 2568 และเป็นประเทศที่สองในเอเชียต่อจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อสร้างประสบการณ์การดื่มในประเทศไทย ซึ่งมีวัฒนธรรมที่โดดเด่นด้านการสร้างสรรค์ เมนูอาหารที่หลากหลายและปรุงอย่างพิถีพิถัน จากร้านอาหารชั้นนำและบาร์ในประเทศไทย ภายใต้แนวคิด “ศิลปะแห่งการดื่มอย่างมีรสนิยม”
“บรุกลิน คุระ เป็นเครื่องดื่มที่อยู่ในเซกเมนต์ “Craft Sake” โดยนำมาจับคู่กับเมนูอาหารหลากหลายสัญชาติ ไม่จำกัดเฉพาะกับอาหารญี่ปุ่น เราได้สร้างสรรค์เมนูอาหารที่จับคู่กับ บรุกลิน คุระ หลากหลายสัญชาติ ทั้ง ไทยดั้งเดิม ไทยครีเอทีฟ ฝรั่งเศส อิตาเลียน ญี่ปุ่น สแกนดิเนเวีย จีน-ไทย และอีสานฟิวชัน จึงเหมาะที่จะเป็นเครื่องดื่มสำหรับเพิ่มรสชาติให้กับอาหารได้ ซึ่งไม่ได้แข่งกับสาเกญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมโดยตรง” สกล กล่าว
ปัจจุบันตลาดเครื่องดื่มในประเทศไทย มีมูลค่าตลาดรวมกว่า 5 แสนล้านบาท โดยกลุ่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีมูลค่าตลาดรวมราว 1.1 แสนล้านบาท
ขยายฐานตลาดคนรุ่นใหม่
กุลศิริ ไชยนพกุล ผู้ร่วมก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ คิวเรียส คันไป กล่าวว่า ความเหนือระดับของ “บรุกลิน คุระ” คือการมุ่งสร้างประสบการณ์ให้กับนักดื่ม GEN ใหม่ ที่มีไลฟ์สไตล์การดื่มที่พิถีพิถัน ใส่ใจ และมีรสนิยมในการดื่ม ควบคู่กับเมนูอาหารที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง เหมือนเลือกร้านอาหาร เลือกการแต่งตัว
โดยเฉพาะนักดื่ม GEN ใหม่ มีความสนใจเรื่องราวงานคราฟต์ และการค้นพบ พวกเขาพร้อมลองไวน์ธรรมชาติ จากจอร์เจีย เมสกัลจากโออาซากา หรือ Craft Sake จาก “บรุกลิน คุระ” ไม่ใช่เพราะเทรนด์ แต่เพราะต้องการสัมผัสด้วยประสบการณ์จากการดื่มจริง ๆ เพื่อค้นพบความพิเศษ
คนกลุ่มนี้กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ ที่วงการอาหาร และเครื่องดื่มกำลังเปิดกว้างสำหรับคนที่กล้าลอง แต่รอบรู้เรื่องอาหาร หลงใหล และเปิดกว้างกับการสัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่ เชื่อลิ้นตัวเองมากกว่ายี่ห้อดัง และชอบแชร์ของดีให้เพื่อน
“สาเก ไม่ใช่เรื่องไกลตัว ดื่มได้สนุก เข้าได้กับอาหารทุกประเภท ทั้ง ส้มตำ ผัดไทย ซีฟู้ดย่าง หรือ อาหารฝรั่งเศสสไตล์บิสโทร ในฐานะที่ คิวเรียส คันไป เป็นบริษัทที่ทำหน้าที่คัดสรร และเผยแพร่ความรู้เรื่องสาเก มุ่งเน้นการสื่อสารโดยให้ความรู้ด้านกลิ่น รสชาติ และการจับคู่อาหาร ผ่านแพลตฟอร์ม Online Facebook และ Instagram เป็นหลัก” กุลศิริ เผยและว่า สไตล์การดื่มแบบนี้กำลังขยายตัวเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

นำร่องคราฟต์ สาเก 3 ตัวดัง
ในประเทศไทย “บรุกลิน คุระ” นำร่องเปิดตัว สาเก 3 ตัวดัง รุ่นเดียวกับการเปิดตัวครั้งแรกในญี่ปุ่น ร่วมกับเมนูอาหารหลากหลาย ได้แก่
1.ออสซิเดนทัล จุนไม คราฟต์ สาเก (Occidental Junmai/Craft Sake (Dry-Hopped)) คู่กับ ส้มตำ แลมป์เบอร์เกอร์ ทูน่าสเต็กย่าง หมูย่าง
2.แคทสกิล จุนไม ไดกินโจ (Catskills Junmai Daiginjo) คู่กับ ซาชิมิ ซูชิ อาหารทะเล ยำวุ้นเส้น
3.แกรนด์ แพรรี่ จุนไม กินโจ (Grand Prairie Junmai Ginjo) คู่กับ อาหารทะเลย่าง ผัดไทย ชาร์คูเทอรี ทูน่า ทาร์ทาร์ (Tuna Tartare)
กุลศิริ ยังกล่าวด้วยว่า “เรามั่นใจว่าการเปิดตัว “บรุกลิน คุระ” จะได้การตอบรับจากกลุ่มผู้รักการดื่ม และลิ้มลองอาหารในสไตล์ตัวเอง ทั้งในประเทศไทยและในระดับอาเซียนของกลุ่มGEN ใหม่ และกลุ่มนักท่องเที่ยวอย่างรวดเร็ว ภายใต้กลยุทธ์การสร้างการรับรู้ การถ่ายทอดตำนานสาเก ร่วมกับเมนูอาหารที่หลากหลายในประเทศไทย”
ทั้งนี้ บริษัทฯ ปฏิบัติ และดำเนินธุรกิจภายใต้กฎหมาย ควบคุมการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของไทย โดยมุ่งมั่นสร้างความเข้าใจ และให้ความรู้เรื่องวัฒนธรรมสาเก รวมถึงศิลปะของการดื่มสาเกอย่างแท้จริงในเมืองไทย
X Info..
คราฟต์ สาเก การผลิตยุคใหม่
คราฟต์ สาเก (Craft Sake) คือสาเกยุคใหม่ที่เน้นผลิตในปริมาณน้อย ผสมผสานวัตถุดิบท้องถิ่น และเทคนิคสมัยใหม่ โดยมีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ เช่น กลิ่นผลไม้ หรือรสหวานอมเปรี้ยว (เช่น Nigori Apple Sake) แตกต่างจากสาเกดั้งเดิม นิยมนำเข้าแบรนด์สากลอย่าง Brooklyn Kura มายกระดับวัฒนธรรมการดื่มในไทย ไฮไลท์คราฟต์สาเก และเทรนด์ปัจจุบัน มีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์
คราฟต์ สาเกญี่ปุ่น มักเน้นความหวานผสมเปรี้ยว มีกากข้าวหลงเหลือ (Nigori) ทำให้ได้รสสัมผัสที่เข้มข้นและกลิ่นหอมชัดเจน เช่น กลิ่นแอปเปิ้ล ซึ่งมีความแตกต่างจากสาเกดั้งเดิม ที่เน้นมาตรฐานสูง คราฟต์ สาเกมุ่งเน้นการทดลอง ความสร้างสรรค์ และเรื่องราวของโรงกลั่นขนาดเล็ก
ส่วนเรื่องของแบรนด์และแหล่งผลิต มีการนำเข้าคราฟต์ สาเกจากนิวยอร์ก เช่น Occidental Junmai ซึ่งเป็นสาเกที่ผสมผสานวัฒนธรรมแบบใหม่ เป็นวัฒนธรรมการดื่มที่มีการจัดงานCRAFT SAKE WEEK ซึ่งเป็นเทศกาลใหญ่ ที่รวบรวมสาเกพรีเมียมจากทั่วญี่ปุ่น มาให้ลิ้มลอง
การจับคู่กับอาหาร เป็นอีกหนึ่งสไตล์ที่คราฟต์ สาเกเข้ากันได้ดี กับอาหารที่หลากหลาย ไม่จำกัดเพียงแค่อาหารญี่ปุ่น
อย่างไรก็ตามแหล่งผลิตที่มีชื่อเสียงอย่างนีงาตะ ยังคงโดดเด่นเรื่องวัตถุดิบคุณภาพสูง และการผลิตคราฟต์ เบียร์และสาเกท้องถิ่น
ยิ่งไปกว่านี้ ยังมี “วันสาเกโลก 1 ตุลาคม” โดยวันสาเกเป็นวันเฉลิมฉลองประจำปีของสาเก ซึ่งตรงกับวันที่ 1 ตุลาคม ในประเทศญี่ปุ่น ฤดูกาลผลิตสาเกใหม่จะเริ่มต้นในเดือนตุลาคม หลังจากที่เกษตรกรเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จแล้ว
ดังนั้น วันที่ 1 ตุลาคม จึงกลายมาเป็นวันสาเกตั้งแต่ปี 1978 ปัจจุบัน ผู้รักสาเกทั่วประเทศและทั่วโลกต่างร่วมกันดื่มฉลองในวันนี้ เพื่อเป็นการแสดงความเคารพ ต่ออุตสาหกรรมสาเกและผู้ผลิตสาเก

การดื่มสาเกคู่กับอาหาร
เมื่อรับประทานคู่กับอาหาร สาเกมีหน้าที่หลักสองประการ ประการแรก มันสามารถเพิ่มความเข้มข้น หรือดึงรสชาติที่ซ่อนอยู่ของส่วนผสมในอาหารออกมา ทำให้รสชาติและประสบการณ์การรับประทานอาหารดีขึ้น ประการที่สอง มันสามารถช่วยให้ลิ้นสดชื่น ก่อนรับประทานอาหารคำต่อไป
สาเกเข้ากันได้ดีกับอาหารหลากหลายประเภท คงไม่ยากที่จะนึกภาพออกว่า สาเกเข้ากันได้ดีกับอาหารญี่ปุ่นส่วนใหญ่ ตั้งแต่ปลาเผา ผักตุ๋น ไปจนถึงผักดอง อาหารญี่ปุ่น มักเสิร์ฟพร้อมข้าวสวย และสิ่งที่เข้ากันได้ดีกับข้าวสวย ก็มักจะเข้ากันได้ดีกับสาเกด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม สาเกยังเข้ากันได้ดีกับอาหารที่ไม่ใช่ญี่ปุ่นในทุกรสชาติ รวมถึงอาหารรสเปรี้ยว ขม และอาหารทะเล
รสชาติของสาเก ส่วนใหญ่มาจากข้าวที่ใช้ในการผลิต แป้งและโปรตีนในข้าว จะสลายตัวไปในระหว่างกระบวนการผลิต แป้งจะกลายเป็นโอลิโกแซ็กคาไรด์และกลูโคส น้ำตาลเหล่านี้จะเปลี่ยนเป็นแอลกอฮอล์ แต่บางส่วนจะยังคงอยู่ในผลิตภัณฑ์สุดท้าย
ในทางกลับกัน โปรตีนในข้าว จะกลายเป็นเปปไทด์และกรดอะมิโน ซึ่งมีอิทธิพลต่อรสอูมามิในสาเก นอกจากนี้ น้ำตาลและกรดอะมิโนยังถูกเปลี่ยนเป็น สารประกอบอะโรมาผ่านการทำงานของยีสต์
ในข้าวมีแหล่งกำเนิดกลิ่นหอมอยู่ไม่มากนัก อย่างไรก็ตาม องค์ประกอบต่างๆ ในกระบวนการผลิตเหล้าสาเก มีอิทธิพลอย่างมากต่อกลิ่นหอมที่ได้ สายพันธุ์ของยีสต์ที่ใช้ในการหมัก ก็มีอิทธิพลอย่างมากต่อกลิ่นหอมของสาเกเช่นกัน
ยีสต์แต่ละสายพันธุ์สามารถให้กลิ่นหอมหวาน ผลไม้ หรือดอกไม้ได้ ดังนั้น ผู้ผลิตเหล้าสาเกจึงเลือกสายพันธุ์ยีสต์ตามคุณสมบัติของกลิ่นหอม แต่โคจิที่ทำอย่างดีนั้น จำเป็นอย่างยิ่งเพื่อให้ยีสต์แสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่ ด้วยเหตุนี้ โรงกลั่นหลายแห่งจึงให้ความสำคัญ กับการทำโคจิและผลิตโคจิเองภายในโรงกลั่น
#สาเก #นิวยอร์ก #อาหาร #BrooklynKura #คิวเรียสคันไป #BangkokX
ที่มาของข้อมูล: https://youtu.be/1TqScE43kJI?si=N3MGhIl_goyGnYEU
ข่าวที่เกี่ยวข้อง: https://bangkokx.me/gourmet-one-sturia/
