
เมดพาร์ค ชวนรู้ “โรคกระดูกพรุน” ภัยเงียบผู้สูงวัย เพียงแค่ล้มเบาๆ ก็มีความเสี่ยงกระดูกหักโดยง่าย สาเหตุจากภาวะกระดูกพรุนตามวัย
ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ หลายครอบครัวคุ้นชินกับภาพการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุ ที่ดูปกติในทุกวัน แต่อาจไม่ทันสังเกตว่า ภายใต้การเคลื่อนไหวที่ดูคล่องแคล่วนั้น สุขภาพกระดูกอาจกำลังค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไปโดยไม่แสดงอาการ และการล้มเพียงเล็กน้อย ของผู้มีภาวะกระดูกพรุน อาจทำให้กระดูกหัก ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตอย่างไม่คาดคิด
เนื่องในวันผู้สูงอายุแห่งชาติ นพ.พงศกร บุบผะเรณู ศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านการบาดเจ็บทางออร์โธปิดิกส์ โรงพยาบาลเมดพาร์ค ชวนทุกคนทำความเข้าใจ โรคกระดูกพรุนอย่างรอบด้าน ตั้งแต่สาเหตุ อาการ ความเสี่ยง ไปจนถึงแนวทางป้องกัน และดูแลสุขภาพกระดูกของผู้สูงวัย

ทำไมแค่ล้มเบา ๆ ถึงกระดูกหัก?
คำถามนี้อาจเกิดขึ้นในหลายครอบครัว ที่มีผู้สูงอายุในบ้าน เมื่อเกิดอุบัติเหตุ “หกล้ม” เพียงเล็กน้อย หรือแม้แต่แรงกระแทกเบา ๆ แต่กลับนำไปสู่อาการบาดเจ็บรุนแรง ถึงขั้นกระดูกหัก และส่งผลต่อการใช้ชีวิตในระยะยาว
สาเหตุสำคัญส่วนหนึ่งมาจาก “กระดูกพรุน” ที่ไม่แสดงอาการ จากกระดูกที่เคยแข็งแรงค่อย ๆ เปราะบางลงตามอายุ ความน่ากังวลของโรคนี้ คือการที่ความแข็งแรงของกระดูกเสื่อมถอยลงอย่างเงียบเชียบ
ทำไม “กระดูกพรุน” จึงเป็นภัยเงียบ?
โรคกระดูกพรุน คือ ภาวะที่มวลกระดูกลดลง และโครงสร้างภายในกระดูกอ่อนแอลง ทำให้กระดูกมีลักษณะพรุน เปราะบาง และแตกหักได้ง่าย โดยมักเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ตามวัยที่เพิ่มขึ้น
นพ.พงศกร อธิบายเพิ่มเติมว่า โรคกระดูกพรุนถูกเรียกว่า ‘ภัยเงียบ’ เพราะในระยะแรกแทบไม่มีอาการ ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่รู้ตัวเลยว่ามวลกระดูกลดลง และมักจะทราบก็ต่อเมื่อเกิดกระดูกหักแล้ว

กระดูกพรุน เกิดจากอะไร ใครคือกลุ่มเสี่ยง?
สาเหตุของโรคกระดูกพรุน เกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งอายุ ฮอร์โมน พันธุกรรม และพฤติกรรมการใช้ชีวิต โดยกลุ่มที่มีความเสี่ยง ได้แก่
· ผู้สูงอายุ (ผู้หญิง อายุ 65 ปีขึ้นไป และผู้ชาย อายุ 70 ปีขึ้นไป)
· ผู้หญิงหลังหมดประจำเดือน
· ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคกระดูกพรุน
· ผู้ที่ได้รับ แคลเซียม และวิตามินดีไม่เพียงพอ
· ผู้ที่สูบบุหรี่ หรือดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ
· ผู้ที่ใช้ยาบางชนิดต่อเนื่อง เช่น สเตียรอยด์
กระดูกพรุน อาการ ที่หลายคนมองข้าม
แม้ อาการ กระดูกพรุน ในระยะแรกจะไม่ชัดเจนนัก แต่หากสังเกตดี ๆ จะพบว่าร่างกายเองก็ส่งสัญญาณเตือน ให้เรารู้อยู่ตลอดเวลา เช่น
· ส่วนสูงลดลง 2–3 เซนติเมตร
· หลังค่อม หรือรูปร่างเปลี่ยนไป
· ปวดหลังเรื้อรัง
· กระดูกหักง่ายจากอุบัติเหตุเล็กน้อย
นพ.พงศกร เล่าถึงพฤติกรรมที่ทำให้โรคกระดูกพรุนรุนแรงขึ้น มาจากคำว่า ‘ไม่เป็นไร’
“คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าสัญญาณเหล่านี้เป็นเรื่องปกติ จึงไม่ได้ให้ความสำคัญกับการตรวจอย่างละเอียด จนกระทั่งเกิดอุบัติเหตุล้มกระดูกหัก จึงทราบภายหลังว่า มีภาวะกระดูกพรุน”
ทำไมการล้ม จึงอันตรายมาก สำหรับผู้ป่วยกระดูกพรุน?
“สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่แค่เรื่องของกระดูกหัก แต่คือผลกระทบที่ตามมาหลังจากนั้น เพราะการล้มเพียงเล็กน้อยเพียงครั้งเดียว ของผู้ที่มีภาวะกระดูกพรุนอาจนำไปสู่ กระดูกหักในตำแหน่งสำคัญ เช่น สะโพก กระดูกสันหลัง และข้อมือ”
ผลกระทบจากอุบัติเหตุนี้ จะไม่ได้หยุดแค่การบาดเจ็บ แต่ยังอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงตามมา หลังจากกระดูกหักรุนแรง เช่น การติดเชื้อ ปอดอักเสบ หรือการนอนติดเตียง ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและครอบครัว ในระยะยาว
กระดูกพรุน รักษา และดูแลอย่างไร?
การดูแลรักษา โรคกระดูกพรุน ต้องทำแบบองค์รวม ไม่ใช่แค่รักษาตามอาการเมื่อเกิดปัญหาแล้ว
โดย นพ.พงศกร แบ่งออกเป็น 3 แนวทางหลัก ได้แก่
1. การรักษาด้วยยา
แพทย์จะพิจารณาเลือกยา ตามความเหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละราย เช่น
· ยาชะลอการสลายกระดูก
· ยากระตุ้นการสร้างกระดูก
2. การปรับพฤติกรรม
· รับประทานอาหารที่มี แคลเซียม วิตามินดี และโปรตีนเพียงพอ
· ออกกำลังกาย เช่น เดินเร็ว หรือฝึกการทรงตัว เพื่อสร้างความแข็งแรงของกระดูกและกล้ามเนื้อ
· ลดพฤติกรรมเสี่ยง เช่น สูบบุหรี่
3. การป้องกันการหักซ้ำ
ในบางรายอาจต้องรักษาด้วยการผ่าตัด ร่วมกับการฟื้นฟู เพื่อช่วยให้กลับมาเคลื่อนไหวได้เร็วขึ้น และลดความเสี่ยงการหักซ้ำในจุดเดิม และจุดอื่น ๆ ในอนาคต
ตรวจมวลกระดูก รู้ก่อน ป้องกันได้ก่อน
การตรวจความหนาแน่นมวลกระดูก (Bone Mineral Density: BMD) เป็นวิธีมาตรฐาน ที่ช่วยประเมินความแข็งแรงของกระดูก ซึ่งการตรวจนี้ใช้เวลาไม่นาน ไม่เจ็บ และช่วยให้ทราบความเสี่ยงตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
“ยิ่งรู้เร็ว ก็ยิ่งมีโอกาสป้องกันก่อนที่จะเกิดกระดูกหัก”
การดูแลสุขภาพกระดูกสามารถเริ่มได้ง่าย ๆ ตั้งแต่วันนี้ เพราะสุขภาพกระดูกไม่ใช่สิ่งที่สร้างได้ในระยะสั้น แต่เป็นสิ่งที่ต้อง “ดูแลสะสม” อย่างต่อเนื่อง
นพ.พงศกร กล่าวทิ้งท้ายว่า “อย่ารอให้ “การล้มเพียงครั้งเดียว” เปลี่ยนแปลงชีวิต ของคุณและครอบครัวไปตลอดกาล
ที่มาของข้อมูล: https://www.medparkhospital.com/
ข่าวที่เกี่ยวข้อง: https://bangkokx.me/medpark-cancer/
