พาณิชย์ ย้ำ เม็ดพลาสติก ไม่ขาด แต่ ราคาพุ่ง เร่งใช้ Domestic First สกัดผลกระทบ
file_0000000025607208813c8ff128aebba1

พาณิชย์ ย้ำ เม็ดพลาสติก ไม่ขาด แต่ ราคาพุ่ง เร่งใช้ Domestic First สกัดผลกระทบวิกฤติพลังงานกดดันซัพพลายเชนผลิตพลาสติก  20% ผู้ประกอบการไทยเน้นขายในประเทศ 

เวทีเสวนา “เชื่อม Supply ปิโตรเคมีไทย จากต้นน้ำถึงผู้ใช้” อัปเดต สถานการณ์ ห่วงโซ่ อุปทานเม็ดพลาสติก ท่ามกลาง ความผันผวนของ ตลาดพลังงานโลก

ลัง ราคาเม็ด พลาสติกพุ่ง กระทบ ต้นทุนอาหาร-ยา-บรรจุภัณฑ์ทั้งห่วงโซ่ ขณะช่องแคบฮอร์มุซตัดซัพพลายน้ำมันโลก 20%

พาณิชย์  ย้ำ เม็ดพลาสติก ไม่ขาด แต่ ราคาพุ่ง

อรดา เพื่องทอง อธิบดีกรมการค้า ต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า วัตถุดิบหลาย ๆ อย่าง เราต้องนำเข้า จากต่างประเทศ เพราะฉะนั้น ราคาก็จะเป็นไปตาม กลไกตลาด

แต่ข้อมูลที่ กระทรวงพาณิชย์มี ตอนนี้ ปริมาณยังรองรับได้เพียงพอ โดยกระทรวงพาณิชย์ ยกระดับ เม็ดพลาสติก เป็นสินค้า ควบคุม เมื่อ กำกับดูแลราคา และต้นทุน ท่ามกลางวิกฤตพลังงาน

อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ย้ำว่า “สิ่งที่น่ากังวลคือ ความตื่นตระหนก ในตลาด และ ข้อมูลข่าวสาร ที่อาจคลาดเคลื่อน ซึ่งทำให้กระบวนการ ในห่วงโซ่อุปทานเกิดการบิดเบือน มากกว่าปัญหาจริง”

พาณิชย์ ย้ำ เม็ดพลาสติก ไม่ขาด

พาณิชย์ ย้ำ เม็ดพลาสติก ไม่ขาด

พลังงานเขย่าต้นน้ำ ลามทั้งระบบ

เกรียงไกร เธียรนุกุล ระธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ระบุว่า ผลกระทบสำคัญ ของ สถานการณ์ปัจจุบัน อยู่ที่ “ราคาพลังงาน” ซึ่งเป็นต้นทุนหลักของอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ขณะนี้เริ่มเห็นผลกระทบต่ออุตสาหกรรมไทยทั้งห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำ โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น ส่งผลต่ออุตสาหกรรมปิโตรเคมีและราคาวัตถุดิบ ทำให้กลุ่มพลาสติกมีต้นทุนสูงขึ้นและเริ่มมีความเสี่ยงขาดแคลนในบางประเภท ขณะที่อุตสาหกรรมปลายน้ำ เช่น อาหาร บรรจุภัณฑ์ ยา และเครื่องสำอาง ก็ได้รับผลกระทบตามมา”

“สิ่งสำคัญในช่วงนี้คือการบริหารจัดการซัพพลายเชนร่วมกัน และการสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อลดความตื่นตระหนกในตลาด เพราะความแพนิคอาจสร้างผลกระทบมากกว่าสถานการณ์จริง พร้อมกันนี้ภาคอุตสาหกรรมต้องเร่งยกระดับความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน ทั้งการบริหารสต็อกและลดการพึ่งพาการนำเข้าในระยะยาว” ประธาน ส.อ.ท. กล่าว

พาณิชย์ ย้ำ เม็ดพลาสติก ไม่ขาด

หอการค้าชี้ “โลจิสติกส์โลกสะดุด” กดดันส่งออกไทย

ในด้านสภาหอการค้าไทย ดร.วิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย ระบุว่า สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบโลจิสติกส์โลก โดยเฉพาะเส้นทางขนส่งทางทะเลในบริเวณอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญ ทำให้การส่งออกและนำเข้าสินค้าของไทยเผชิญข้อจำกัดมากขึ้น และบางช่วงถึงขั้น “ไม่สามารถส่งสินค้าออกได้จริง” ส่งผลต่อเพียงกระทบต่อราคาสินค้าในตลาดโลก แต่ยังสร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้ประกอบการ ส่งผลให้การตัดสินใจในห่วงโซ่อุปทานมีความผันผวนมากขึ้น โดยเฉพาะในภาวะที่ข้อมูลข่าวสารไม่ชัดเจน

แนะใช้Domestic First” ปรับเกมส่งออก-สต็อกใหม่ ประคองตลาดในประเทศ

ดร.วิศิษฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในภาวะวิกฤติ ผู้ประกอบการจำเป็นต้อง “รีบตัดสินใจ” และปรับกลยุทธ์อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการจัดลำดับความสำคัญของสินค้า (Priority) ซึ่งอาจต้องลดการส่งออกบางส่วน เพื่อให้ความสำคัญกับตลาดในประเทศก่อน หรือแนวทาง “Domestic First” เพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจภายใน

ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับแผนบริหารสต็อกและการผลิต เพื่อให้สอดคล้องกับวัตถุดิบที่มีอยู่จริง ซึ่งสะท้อนว่า “ความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน” (Supply Chain Security) จะกลายเป็นโจทย์สำคัญของภาคธุรกิจไทยในระยะต่อไป

ด้านกลุ่มผู้ผลิตปิโตรเคมีรายใหญ่ ได้แก่ PTTGC, SCG Chemicals (SCGC) และ Dow Thailand ยืนยันยังคงเดินเครื่องผลิตอย่างต่อเนื่อง และให้ความสำคัญกับการจัดสรรสินค้าในประเทศเป็นลำดับแรก (Domestic First) เพื่อรักษาเสถียรภาพของอุตสาหกรรมในประเทศ

จากสถานการณ์ปัจจุบัน ยังสามารถมีวัตุดิบเพียงพอต่อความต้องการในประทศถึงเดือนพฤษภาคม แม้จะทะยอยปรับราคาขึ้น 20-30% แต่อาจต้องพิจารณากันตามสภฝถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงเร็วมาก

 

โจทย์ใหญ่ “ซัพพลายเชนซีเคียวริตี้”

ส.อ.ท. เห็นว่า บทเรียนสำคัญ จากวิกฤติ ครั้งนี้ คือ การยกระดับ “ความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน” (Supply Chain Security) โดยต้องมี การบริหารสต็อกอย่างโปร่งใส

การกระจาย แหล่งนำเข้า และ การวางแผน รองรับวิกฤติ ล่วงหน้า พร้อมย้ำว่า ในภาวะวิกฤติ “ทุกภาคส่วนต้องสื่อสารข้อมูลจริงและตรงไปตรงมา” เพื่อลดความตื่นตระหนก และ ป้องกัน ไม่ให้กลไก ตลาดบิดเบือน จนกระทบ ทั้งระบบเศรษฐกิจ

ประธาน ส.อ.ท. กล่าวทิ้งท้าย ว่า ธุรกิจตอนนี้ ต้องร่วมกันขาดทุน เพื่อกําไรใน วันหน้า ที่สำคัญ ข้อมูลต้องชัดเจน ต้องมี แดชบอร์ด ให้ ประชาชน แล้วก็คนที่ใช้ได้เห็น ที่สำคัญต้อง จริงใจ

ผลกระทบ ลุกลามจาก ต้นน้ำ สู่ปลายน้ำ ธุรกิจ เร่งปรับ กลยุทธ์ รับมือ ความไม่แน่นอน และ ยกระดับ ความมั่นคง ซัพพลายเชน

สถานการณ์ดังกล่าว สะท้อนว่า วิกฤติพลังงาน และ ความขัดแย้ง ในตะวันออกกลาง ไม่ได้กระทบ เพียง ต้นทุนการผลิต

แต่กำลังลุกลาม ไปทั้ง โครงสร้าง ห่วงโซ่อุปทาน ของ ประเทศ ตั้งแต่ วัตถุดิบ ปิโตรเคมี ไปจนถึง สินค้าอุปโภค บริโภค โดยเฉพาะ กลุ่มอาหาร บรรจุภัณฑ์ และ เวชภัณฑ์

ขณะที่ ภาคอุตสาหกรรม เริ่มปรับตัว ด้วยแนวทาง “Domestic First” ให้ความสำคัญ กับ การจัดสรรสินค้า ในประเทศก่อน เพื่อประคอง เสถียรภาพของ ระบบเศรษฐกิจ ภายใน ในช่วงวิกฤติ

ขณะเดียวกัน ภาคเอกชนย้ำถึง ความจำเป็น ในการร่วมกัน บริหารจัดการ ซัพพลายเชน

แม้บางช่วง อาจต้อง ยอมรับภาวะ “ขาดทุนในระยะสั้น” เพื่อรักษา ระบบการผลิต และ ตลาดในระยะยาว หรือ “ขาดทุนวันนี้ เพื่อกำไรในวันหน้า”

พร้อมกันนี้ การยกระดับ ความมั่นคง ของห่วงโซ่อุปทาน ทั้งการบริหารสต็อก การกระจายแหล่งวัตถุดิบ และ ลดการพึ่งพาการนำเข้า จะเป็นโจทย์สำคัญ ของ เศรษฐกิจไทย ในระยะต่อไป

ทีมาของข้อมูล : https://fti.or.th/

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : https://bangkokx.me/usa-iran-war-09032026/

[addtoany]
Ellipse 1
กองบรรณาธิการ Bangkok X