ธุรกิจพลังงาน บนความท้าทาย “เวิลด์แก๊ส” ตรึงราคา-ขยายตลาด
ชมกมล พุ่มพันธุ์ม่วง

ธุรกิจพลังงาน บนความท้าทาย “เวิลด์แก๊ส” ตรึงราคา-ขยายตลาด รับภาระต้นทุนค่าขนส่งพุ่งกว่า 10% ยังตรึงราคาตามนโยบายรัฐ พร้อมเดินหน้ากิจกรรมการตลาด สร้างฐานผู้ใช้เติบโตอย่างยั่งยืน

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ระหว่างวันที่ 15-17 พฤษภาคม 2569 “เวิลด์แก๊ส” ได้จัดงานเทศกาลอาหาร The Best Thai Street Food by Worldgas 2026 เพื่อสร้าง Food Ecosystem ดันไทยสู่ “เมืองหลวงสตรีทฟู้ดโลก” ขยายโอกาสทางเศรษฐกิจผ่าน Soft Power ด้วยเสน่ห์และคุณค่าอาหารไทย ซึ่งปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่สอง

โครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง บริษัท ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) กลุ่มบริษัทพลังงานครบวงจร ผู้จัดจำหน่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ภายใต้แบรนด์ “เวิลด์แก๊ส” และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พร้อมพันธมิตรภาคส่วนต่าง ๆ จัดงานเทศกาลอาหาร The Best Thai Street Food by Worldgas 2026 เพื่อเป็นกลไกสำคัญของเศรษฐกิจฐานราก ตอกย้ำบทบาทเวิลด์แก๊สว่าเป็น “มากกว่าพลังงาน”

ในฐานะเพื่อนแท้อุตสาหกรรมอาหารไทย ร่วมผลักดันกรุงเทพมหานครให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านอาหารริมทางระดับโลก ด้วยเสน่ห์ของรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ วัตถุดิบคุณภาพ และความหลากหลายทางวัฒนธรรมอาหารที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น

สร้าง ‘Food Ecosystem’

ชมกมล พุ่มพันธุ์ม่วง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “WP Energy มุ่งเน้นการสร้าง ‘Food Ecosystem’ แบบครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อความยั่งยืนของธุรกิจ ผ่านกลยุทธ์ที่ครอบคลุม ทั้งการให้ความรู้อย่างเข้มข้น ในการสร้างเครือข่ายชุมชน การวางโครงสร้างพื้นฐาน และการเปิดโอกาสใหม่ๆ ให้กับผู้ประกอบการ

โดยมีเป้าหมายสูงสุด เพื่อให้ธุรกิจอาหารของคนไทย สามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง และมีคุณภาพในระยะยาว ซึ่งถือเป็นพันธกิจหลักขององค์กร ในการร่วมพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ ให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ทั้งนี้ เพื่อสร้างความเข้มแข็ง ให้แก่เครือข่ายผู้ประกอบการ WP ได้วางกลยุทธ์ “Food Ecosystem Framework” ภายใต้ 5 องค์ประกอบหลัก ได้แก่

Knowledge: การให้ความรู้ในการบริหารธุรกิจ

Network: การเชื่อมโยงพันธมิตร

Infrastructure: โครงสร้างพื้นฐานพลังงานที่ปลอดภัย

Sustainability: การสร้างความเติบโตในระยะยาว

Opportunity: การสร้างเวทีให้ร้านค้าได้แสดงศักยภาพ

โดยกรอบการดำเนินงานนี้ ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยลดข้อจำกัดของผู้ประกอบการ ที่ต้องเผชิญกับต้นทุนที่ผันผวนและการแข่งขันที่สูงขึ้น เพื่อยกระดับผู้ประกอบการร้านอาหาร เป็นพันธมิตรที่พร้อมจะเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน ภายใต้ความเชื่อที่ว่า “หากผู้ประกอบการแข็งแรง ธุรกิจพลังงานก็จะเติบโตอย่างมั่นคง                         ไปพร้อมกัน” ชมกมล กล่าว

การจัดงาน “The Best Thai Street Food by Worldgas 2026” ครั้งนี้มุ่งยกระดับ “อาหารไทย”ให้เป็นหนึ่งในพลังสำคัญของ Soft Power เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยสู่เวทีโลก โดยตั้งเป้าผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น “เมืองหลวงแห่งสตรีทฟู้ดโลก”

เสริมทัพการท่องเที่ยวไทย

สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก ให้มาสัมผัสเสน่ห์ของอาหารริมทาง ในแบบต้นตำรับ ทั้งในด้านเอกลักษณ์และรสชาติ พร้อมทั้งพัฒนามาตรฐานสตรีทฟู้ดไทย ให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระดับสากล รวมถึงช่วยสร้างเวทีให้ผู้ประกอบการรายย่อย ได้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ และการพัฒนาระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ

ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ ในการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจฐานราก WP พร้อมสนับสนุนและพัฒนา ขีดความสามารถในการแข่งขัน ของอุตสาหกรรมอาหารไทย เพื่อตอกย้ำว่า เวิลด์แก๊ส คือพลังงานที่อยู่เคียงข้างความอร่อย และร่วมสร้างโอกาสให้แก่คนไทยอย่างไม่หยุดยั้ง พร้อมสร้างมิติใหม่ให้แก่สตรีทฟู้ดไทยในฐานะความภาคภูมิใจที่คนทั่วโลกต้องลิ้มลอง

นพวงศ์ โอมาธิกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า ไฮไลต์สำคัญของการจัดงานในปีนี้ คือการมอบ “รางวัล Worldgas Awards” ให้กับ 20 สุดยอดร้านอาหารริมทาง ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เพื่อยกย่องร้านสตรีทฟู้ด ที่โดดเด่นทั้งด้านรสชาติ คุณภาพ มาตรฐาน และความสม่ำเสมอ

โดยกระบวนการคัดเลือก ผสานการวิเคราะห์ข้อมูลจากหลายมิติ เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของผู้บริโภค อย่างรอบด้านและโปร่งใส เริ่มจากการใช้ AI วิเคราะห์รีวิวและเสียงตอบรับ บนแพลตฟอร์มออนไลน์ตลอดทั้งปี ควบคู่กับการลงพื้นที่ประเมินจริง แบบไม่แจ้งล่วงหน้า (Blind Visit)

ก่อนคัดเลือกเหลือ 73 ร้านค้า และเปิดให้ผู้บริโภคกว่า 6,000 คน มีส่วนร่วมในการโหวต พร้อมประกอบการพิจารณาจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อมอบรางวัลที่น่าเชื่อถือ และสะท้อนคุณภาพของร้านอาหารไทยได้อย่างแท้จริง ทั้งยังเป็นส่วนหนึ่ง ในการยกระดับมาตรฐาน Street Food ไทยสู่เวทีสากล โดยปีนี้มีร้านที่ได้รับรางวัลครอบคลุมหลากหลายประเภทอาหาร อาทิ

  • ประเภทข้าว ได้แก่ ประจักษ์เป็ดย่าง, ข้าวมันไก่เจ๊ยี วัดสระเกศ, นิยมโภชนา ฯลฯ
  • ประเภทเส้น ได้แก่ ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่เจ๊เค็ง เจ๊งิ้ม, ลิ้มเล่าซา
  • ประเภทของหวาน ได้แก่ บัวลอยแม่สุวรรณ์, ทับทิมกรอบแม่ดวงพร, ขนมครกเข้าวัง
  • ประเภทอื่นๆ ได้แก่ หอยทอดนายเล็ก น้ำตกพลิ้ว, หมูปิ้งสูตรอากง เสาชิงช้า, เจ๊นิดปลาหมึกย่าง, เจ๊ยุ้ยเผือกทอด, ส.หน้าวัง
  • ประเภทฮิตติดกระแส ได้แก่ Nood’s, ป้านีกุ้งแช่น้ำปลา,พงเพชรสุกี้&ย่างให้, มาม่ามะเดี่ยววับวาว ฯลฯ

พร้อมพบกับร้านอาหารริมทางอร่อยระดับมิชลิน ได้แก่ เจ๊กทศ, บุญเลิศ, ชวนคิทเช่น, ครัวอัปษร, ข้าวซอยลำดวนฟ้าฮ่าม เชียงใหม่ ฯลฯ

นพวงศ์ โอมาธิกุล
ตรึงราคาขายปลีกแม้ต้นทุนพุ่ง

“การจัดงานในครั้งนี้ WP Energy ได้ให้ความสำคัญในเรื่องความยั่งยืน (ESG) ภายในงาน ไม่ว่าจะเป็นการคัดแยกขยะ และการใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งแนวคิดนี้ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใส่ใจโลก แต่ยังเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ ให้แก่อุตสาหกรรมสตรีทฟู้ดไทย” นพวงศ์ กล่าวและว่ามาตรฐานเหล่านี้ทำให้ร้านอาหารไทย ได้รับการยอมรับในฐานะร้านอาหารที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และมีความรับผิดชอบต่อสังคมในระดับสากล

นอกจากนี้ เพื่อปิดท้ายงานด้วยกิจกรรมที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืน บริษัทฯ ได้จัดกิจกรรม “Worldgas ReTurn” โดยนำถุงกระสอบที่ใช้เป็นส่วนหนึ่งของการตกแต่งภายในงาน จำนวนกว่า 300 ใบ มาทำกิจกรรมส่งต่อให้แก่ผู้ร่วมงาน และประชาชนทั่วไป เพื่อนำกลับไปใช้ประโยชน์ได้จริงในชีวิตประจำวัน

กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนถึงความตั้งใจของบริษัทฯ ในการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมส่งเสริมการหมุนเวียนทรัพยากร ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญ ในการร่วมสร้างสังคมที่เติบโตอย่างยั่งยืนและสมดุลในระยะยาว ร่วมกันทุกภาคส่วน

นอกจากการจัดงานดังกล่าว ผู้บริหารเวิดลด์แก๊ส ยังเผยด้วยว่าที่ผ่านมาในสถานการณ์พลังงาน ที่ต้องรับผลกระทบจากปัญหาความไม่สงบในตะวันออกลาง ส่งผลให้ต้นทุนด้านการขนส่งแก๊ส เพิ่มขึ้นประมาณ 10% แต่บริษัทฯ ยังคงจำหน่ายแก๊สหุงต้มในราคาเดิม ตามนโยบายของรัฐบาล ยอมรับว่าส่งผลกระทบในระดับหนึ่ง แต่ยังคงดำเนินนโยบายตามกลไกราคา ที่รัฐบาลวางไว้เพื่อไม่ส่งผลกระทบทั้งหมดไปสู่ผู้บริโภค

X Info…
ผลประกอบการโตต่อเนื่อง

บมจ.ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ (WP) เผยทิศทางการเติบโตผ่านแผนการเพิ่มมูลค่าบริษัทด้วยโครงการ JUMP+ ในระยะเวลา 3 ปี (2569 – 2571) ยกระดับธุรกิจ ควบคู่กับหลักธรรมาภิบาลและสิ่งแวดล้อม เดินหน้าขยายสาขาและช่องทางการจัดจำหน่าย พัฒนาองค์กรสู่ Smart Office และยกระดับภาพลักษณ์เพิ่มเครดิตเรตติ้ง หนุนความมั่นคงทางการเงิน

โดยแผนเพิ่มมูลค่าในโครงการ JUMP+ บริษัทฯ มุ่งมั่นพัฒนา และยกระดับธุรกิจก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ซึ่งถือเป็นธุรกิจหลัก ควบคู่ไปกับการขยายธุรกิจพลังงานสะอาด และการบริหารจัดการที่เน้นความยั่งยืน พร้อมนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพ โดยตั้งเป้าหมายรายได้เติบโตทุกปี

สำหรับผลประกอบการ เวิลด์แก๊ส ที่ผ่านมาในปี 2568 ทำรายได้กว่า 17,546 ล้านบาท กำไรสุทธิ 154 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10 ล้านบาท เทียบจากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 144 ล้านบาท EBITDA อยู่ที่ 644 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4 ล้านบาท เทียบจากปีก่อนอยู่ที่ 640 ล้านบาท และมียอดขายก๊าซปิโตเลียมเหลว (LPG) รวมกว่า 7.6 แสนตัน

แบ่งเป็นยอดขายในประเทศ จำนวน 7.5 แสนตัน และยอดขายต่างประเทศ จำนวน 9,947 ตัน โดยยอดขายจากก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) มีปริมาณการขายรวมในปี 2668 ลดลงจากปีก่อน แต่ราคาขายเฉลี่ยในปี 2568 ดีกว่าปี 2567 โดยราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 22.30 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้น 0.20 บาทต่อกิโลกรัมจากปี 2567

ล่าสุดบอร์ดบริษัทฯ อนุมัติจ่ายปันผลเป็นเงินสดอัตรา 0.30 บาท/หุ้น กำหนดจ่าย 22 พ.ค. 69 ชมกมล พุ่มพันธุ์ม่วง ซีอีโอ WP เปิดเผยแผนงานในปี 2569 ทุ่มงบลงทุนกว่า 500 ล้านบาท ลุย 3 แกนหลัก Core Business- Green Business- Other Business หนุนเพิ่มมาร์จิ้น ตั้งเป้ายอดขาย LPG แตะ 7.7 แสนตัน

#THEBESTTHAISTREETFOODBYWORLDGAS2026 #Worldgas #WPEnergy #เวิลด์แก๊ส #BangkokX

ที่มาของข้อมูล: www.worldgas.co.th/thebestthaistreetfood

ข่าวที่เกี่ยวข้อง: https://bangkokx.me/energy-directppa/

[addtoany]
Ellipse 1
กองบรรณาธิการ Bangkok X