
เปิด 3 วิสัยทัศน์ ผู้บริหาร “เทคโนโลยี-ทรัพยากรบุคคล-นวัตกรรม” ยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนองค์กรท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก
จรีพร จารุกรสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ให้สัมภาษณ์ภายหลัง การรับรางวัลพระราชทาน Thailand Corporate Excellence Awards 2025 จาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ที่จัดโดย สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) ร่วมกับ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สาขาความเป็นเลิศด้านผู้นํา (Leadership Excellence) ว่า การเป็นผู้นำที่ดีต้องมีวิสัยทัศน์ ต้องคาดการณ์อนาคตว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้นกับธุรกิจ
“ที่ผ่านมา ดับบลิวเอชเอ วางกลยุทธจากวิสัยทัศน์ที่มองเห็นการเปลี่ยนแปลงใน 10 ปีข้างหน้าว่าจะเกิดอะไรขึ้น การเปลี่ยนแปลงจะส่งผลกระทบกับธุรกิจอย่างไร ทำให้เราปรับตัวจากนิคมอุตสาหกรรมดั้งเดิม ไปสู่การเป็นบริษัทนิคมอุตสาหกรรมอัจฉริยะ ขยายการลงทุนไปสู่ธุรกิจพลังงาน โดยเฉพาะพลังงานหมุนเวียน โลจิสติกส์ และ เทคโนโลยีดิจิทัลโซลูชัน ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา” จรีพร กล่าว
ในขณะที่แนวโน้มและทิศทางการทำธุรกิจในอีก 10 ปี ข้างหน้า นางสาวจรีพร ระบุว่า เป็นทศวรรษของการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการทำธุรกิจ และเป็นหน้าที่ของผู้นำที่จะต้องวางวิสัยทัศน์ในการนำองค์กรให้สามารถก้าวข้ามการเปลี่ยนแปลงไปสู่การเป็นผู้นำธุรกิจ ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก
“เศรษฐกิจในปัจจุบันมีความผันผวนและความไม่แน่นอนสูง การเป็นผู้นำองค์กรต้องให้ความสำคัญกับการวางวิสัยทัศน์ และ สร้างโอกาสให้กับธุรกิจเพื่อให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน” จรีพร กล่าว

เปิด 3 วิสัยทัศน์ ผู้บริหาร
องค์กร-ชุมชน-สังคม-สิ่งแวดล้อม ยั่งยืน
นอกจากวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนองค์กรท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจแล้ว การเติบโตของภาคธุรกิจต้องให้ความสำคัญกับการทำธุรกิจที่เป็นมิตรกับชุมชน สังคม และ สิ่งแวดล้อม เพื่อที่จะสร้างความมั่นคงด้านรายได้ ให้กับชุมชนและสังคม เป็นส่วนหนึ่ง ของการสร้าง ความยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจ และ สังคม
เพราะองค์กรเติบโตเพียงลำพัง ไม่ได้ ซึ่งในประเด็นนี้ ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) องค์กรที่ได้รับรางวัลพระราชทาน Thailand Corporate Excellence Awards 2025 สาขาความเป็นเลิศด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Excellence) ระบุว่า การที่ บางจากฯ ได้รับรางวัลสาขาความเป็นเลิศด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน มาจากแนวคิดในการทำธุรกิจของบริษัท ที่ให้ความสำคัญใน 2 ประเด็นหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจ
ประเด็นแรก คือ เรื่องความสามารถ ในการสร้างรายได้ และ กำไรทางการเงิน ที่มาจากการบริหารธุรกิจ
และประเด็นที่สอง คือ การทำธุรกิจโดยคำนึงถึงชุมชน สังคม และ สิ่งแวดล้อม ให้เติบโตไปพร้อมกับการเติบโตขององค์กร
“การทำกิจกรรมเพื่อชุมชน สังคม และ สิ่งแวดล้อม ของบางจากฯ ไม่ได้แค่ให้เงินลงไปในกิจกรรม CSR เท่านั้น แต่เราออกแบบ และ วางแผน ในการทำกิจกรรม ที่สอดคล้องกับ แผนการลงทุนของบริษัท อาทิ
การลงทุนหมื่นล้านบาท ในการทำโครงการผลิตน้ำมันอากาศยานยั่งยืน(Sustainable Aviation Fuel : SAF) จากน้ำมันพืชใช้แล้ว ซึ่งเป็นโครงการที่เก็บน้ำมันพืชใช้แล้วจากชุมชน จากภาคธุรกิจต่างๆ ที่มีน้ำมันพืชใช้แล้ว ผลิตน้ำมันที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป็นโครงการอย่างยั่งยืน
เราไม่ได้ใช้แค่เงินใส่เข้าไปทำกิจกรรมเพื่อชุมชน พอเงินหมดแล้วก็จะจบโครงการ แต่เป็นการลงทุนสร้างรายได้ระยะยาวให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน” ชัยวัฒน์ กล่าว
ภายใต้แนวคิดนี้ ชัยวัฒน์ กล่าวว่า การที่บางจากฯ ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน เพราะเราเชื่อว่า เมื่อภาคธุรกิจ ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม ที่มีความแข็งแรง เมื่อเผชิญกับความผันผวนและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ก็จะสามารถก้าวข้ามผ่านทุกวิกฤต ได้

เปิด 3 วิสัยทัศน์ ผู้บริหาร
“ทรัพยากรบุคคล” หัวใจสำคัญ ในการขับเคลื่อนองค์กร
การที่องค์กรจะขับเคลื่อนก้าวข้ามผ่านความผันผวนของเศรษฐกิจได้ นอกจากวิสัยทัศน์ของผู้บริหาร ความสามารถในการบริหารจัดการองค์กรให้มีกำไรและตอบโจทย์การเติบโตและขับเคลื่อนสังคมได้แล้ว สิ่งสำคัญคือ การพัฒนาทรัพยากรบุคคล ให้เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรคือหัวใจสำคัญ
ปรเมศวร์ นิสากรเสน ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ การบริหารกลาง บริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) องค์กรที่ได้รับรางวัลพระราชทาน Thailand Corporate Excellence Awards สาขาความเป็นเลิศด้านการจัดการทรัพยากรบุคคล (Human Resource Management Excellence) หนึ่งในองค์กร ที่ได้รับการโหวตให้เป็น 1 ใน 2 องค์กรที่คนรุ่นใหม่ อยากร่วมงานด้วยมากที่สุด จากการทำผลสำรวจโดยWorkVenture บริษัทที่ปรึกษา ด้านแบรนด์ นายจ้าง และ โซลูชัน ด้านบุคลากร กล่าวภายหลังการรับรางวัลว่า
“ทรัพยากรบุคคล เป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ ปูนซีเมนต์ไทย ให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง”
ปรเมศวร์ กล่าวว่า ปูนซีเมนต์ไทย มีหลักการทำงาน โดยนำกระบวนการ “2P 2S” โดย
P ตัวแรกคือ People
P ตัวที่สองคือ Process กระบวนการทำงาน
ส่วน S แรกคือ Structure โครงสร้างขององค์กร
และ S ตัวที่สองคือ System ระบบการทำงาน
จะเห็นว่า บุคลากร เป็นหัวใจสำคัญ ของเรา เพราะ บุคลากรที่มีคุณภาพ จะสามารถพัฒนากระบวนการทำงาน วางโครงสร้างองค์กร และ ระบบการทำงานที่มีประสิทธิภาพ เราเชื่อว่า การพัฒนาบุคลากร การให้ความรู้ การ Upskill และ Reskill จะทำให้เรามีบุคลากรที่พร้อมจะขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตท่ามกลางความผันผวนและความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจในปัจจุบันและอนาคต

องค์กร ต้อง คิดใหม่ ทำใหม่ ในยุคที่เศรษฐกิจไม่เหมือนเดิม
ดร.กิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรี ประจำกระทรวงพาณิชย์ กล่าว ในฐานะที่เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลครั้งนี้ว่า ในช่วงเวลาที่โลกกำลังเผชิญ กับ ความผันผวนทางเศรษฐกิจ ห่วงโซ่อุปทานที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว การพัฒนาเทคโนโลยีอย่างก้าวกระโดด และ แรงกดดันด้านความยั่งยืนที่เข้มข้นขึ้น องค์กรธุรกิจ จำเป็นต้องเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน พร้อมปรับตัวอย่างฉับไว เพื่อรักษาความสามารถ ในการแข่งขัน ท่ามกลางสภาพแวดล้อม ที่ไม่แน่นอน และซับซ้อนมากยิ่งขึ้น
รางวัลที่ได้รับจึงมิได้เป็นเพียง สัญลักษณ์แห่งความสำเร็จ แต่เป็นเครื่องยืนยันถึง ความมุ่งมั่น ความเข้มแข็ง และ ความพร้อมของ องค์กรไทย ในการยืนหยัด และ เติบโตในยุคแห่งความท้าทาย
สะท้อนถึง ความสำคัญของการพัฒนาองค์กร ในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็น ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล การเงิน การตลาด เทคโนโลยี และ นวัตกรรม สินค้า และ การบริการ ตลอดจนภาวะผู้นำ ที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง
ศาสตราจารย์ ดร.เอียน เฟนวิค ผู้อำนวยการสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย กล่าวเพิ่มเติมว่า เรากำลังอยู่ในยุคที่ ตำราเดิมใช้ไม่ได้อีกต่อไป ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จไม่ได้ทำ เพียงแค่ให้เร็วขึ้น หรือ ถูกลง แต่คือ การคิดใหม่ ทำใหม่ในระดับรากฐาน สิ่งที่ทำให้องค์กรที่ได้รับรางวัลในปีนี้โดดเด่น ไม่ได้มีเพียงแค่ผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งเพียงอย่างเดียว
แต่คือการที่องค์กรสามารถแข่งขันเชิงพาณิชย์ได้ พร้อมกับลงทุนในความยั่งยืนระยะยาวไปพร้อมกัน การสร้างธุรกิจที่ยั่งยืน หมายถึงการสร้างธุรกิจที่รับผิดชอบ โดยรางวัลความเป็นเลิศทั้ง 8 ด้าน มีความเชื่อมโยงกันมากขึ้นเรื่อย ๆ องค์กรไม่สามารถโดดเด่นในด้านหนึ่งได้ หากไม่ดูแลและพัฒนาอีกด้านหนึ่งควบคู่กันไป สะท้อนให้เห็นถึง ภาวะผู้นำที่สร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างแท้จริง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : https://bangkokx.me/care-economy-04112025/
ที่มาของข้อมูล : https://www.tma.or.th
