ถอดรหัส โซลาร์รูฟครัวเรือน-โครงสร้างค่าไฟ คุ้มลงทุน หรือรอก่อนดี
โซลาร์OH
อรวรรณ หอยจันทร์

ถอดรหัส โซลาร์รูฟครัวเรือน-โครงสร้างค่าไฟ คุ้มลงทุน หรือยังรอก่อน เมื่อรัฐหันมาส่งเสริมทำให้การติดโซลาร์รูฟ ไม่ต้องใช้เงินก้อนถึงหกหลัก แถมรัฐยังอุดหนุน ทั้งลดหย่อนภาษีเงินได้ถึง 200,000 บาท และจัดหาสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 1% หลายธนาคารให้การตอบรับ

กระแสตื่นตัวเกี่ยวกับการติดตั้งโซลาร์บนหลังคา หรือโซลาร์รูฟ (Solar Roof) กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง ในยุคที่พลังงานกำลังเผชิญภาวะวิกฤต น้ำมันแพง-หายาก และค่าไฟกำลังจะปรับขึ้น อีกทั้งความต้องการใช้ไฟในครัวเรือน ก็เพิ่มสูงในหน้าร้อนที่ร้อนมากขึ้นทุกปี

ปีนี้กรมอุตุนิยมวิทยาฯ พยากรณ์ว่าคลื่นความร้อนในบ้านเรา จะทะลุปรอทไปถึง 60 องศาเซลเซียส ซึ่งแน่นอนว่าครัวเรือนและอาคารต่างๆ ย่อมต้องใช้เครื่องปรับอากาศมากขึ้น ต้องใช้ไฟมากขึ้นแน่นอน

ต่อต้านแรงไม่พร้อม-ไม่รับ

“โซลาร์รูฟ” จึงเป็นคำตอบที่น่าสนใจ แถมวันก่อนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ยังให้สัมภาษณ์ต่อเนื่องจากเรื่องการปรับขึ้นค่าไฟฟ้าครัวเรือนว่า อยากให้ประชาชนมองเรื่องการใช้โซลาร์เซลล์ ดึงพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ผ่านโซลาร์รูฟ กันมากขึ้นเพื่อทุเลาปัญหา ซึ่งวิธีนี้ไม่เพียงช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ยังเป็นการจัดการและใช้พลังงานอย่างยั่งยืนด้วย

พอข่าวเผยแพร่ออกไป แน่นอนทัวร์ลงทันทีเมื่อรัฐแนะให้ประชาชนติดตั้งโซลาร์ หลายคนท้วงว่า..นี่ไม่ใช่การแก้ปัญหาแต่เป็นการเพิ่มภาระให้ประชาชน ชาวบ้านทำงานทุกวันรายได้ยังไม่ค่อยพอใช้เลย จะเอาเงินที่ไหนเป็นหมื่นเป็นแสนไปติดตั้งโซลาร์

เสียงคัดค้านเหล่านี้ยังสำทับด้วยว่า คนที่จะติดตั้งโซลาร์ได้ ต้องเป็นคนมีเงิน ต้องรวยและมีเงินเหลือพอถึงจะติดตั้งได้ คนหาเช้ากินค่ำ และพนักงานเงินเดือนระดับกลาง-ล่าง คงไม่มีกำลังที่จะติดตั้งได้

ความจริงข้อโต้แย้งนี้ก็ไม่ผิด ในแง่ของคนที่ยังไม่พร้อม ซึ่งมีหลายปัจจัย เช่น บ้านยังเช่าอยู่จะติดโซลาร์ได้อย่างไร รายได้ครัวเรือนมีใช้แบบเดือนแทบไม่ชนเดือน จะมีเงินหลักแสนมาติดตั้งได้อย่างไร และบ้างก็ว่าเป็นการเอาเงินไปจมอยู่กับโซลาร์ กว่าจะคืนทุนต้องใช้เวลาหลายปี เท่ากับจ่ายค่าไฟล่วงหน้าเป็นแสน เพื่อจะได้ส่วนลดแค่หลักพันซึ่งมันดูไม่คุ้ม!

แถมยังต้องรับภาระจ่ายหลายต่อ ตั้งแต่ค่าติดตั้งโซลาร์หลักแสนบาท ไหนจะค่าไฟรายเดือนที่ยังต้องจ่ายอยู่ดี  เท่ากับเสียเงินซ้ำซ้อนแล้วอย่างนี้มันใช่คำตอบไหม เสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ นาๆ ล้วนคือ “คนติดไม่บ่น..คนบ่นไม่ติด” ถกเถียงกันไม่จบเหมือนกรณีรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่คนใช้ไม่บ่น..แต่คนบ่นไม่ใช้นั่นแหละ ปัญหาอยู่ที่การคิดบนพื้นฐานที่ไม่เหมือนกัน ความพร้อมและมุมมองที่แตกต่างกัน

คนที่ติดโซลาร์รูฟมองว่า นี่คือการลงทุนเพื่ออนาคต จะสามารถลดค่าใช้จ่ายพลังงานส่วนนี้ในระยะยาว หลังคืนทุนแล้วเท่ากับได้ใช้ไฟฟรี และยังเป็นการนำธรรมชาติมาสร้างรายได้ ในขณะที่อีกฝ่ายมองว่าการติดโซลาร์เป็นภาระที่ได้ไม่คุ้มเสีย

“ทำไมต้องจ่ายเงินหลักแสน เพื่อลดค่าใช้จ่ายหลักร้อยหลักพัน“ เป็นการมองในแว๊บแรก ที่มาพร้อมความรู้สึกต่อต้าน ไม่ได้มองระยะยาว และไม่ได้มองในแง่การลงทุน มองเพียงค่าใช้จ่ายเป็นหลัก

ความจริงก็ไม่มีใครผิด เพราะทุกคนมองจากมุมของตัวเอง เป็นเหตุผลและองค์ประกอบของแต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ข้อมูล และความพร้อมที่ต่างกัน ไม่มีใครผิดไม่ว่าคุณจะเป็นคนที่เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย กับการติดหรือไม่ติดโซลาร์ เพราะต่างคนมีข้อจำกัด และสภาวะแวดล้อมที่ต่างกัน

เคสตัวอย่างค่าไฟลด 60-70%

เมื่อการติดตั้งโซลาร์รูฟ ยังเป็นคำถามสำหรับคนส่วนใหญ่ (ที่ยังไม่เคยใช้ ไม่มั่นใจ และมองว่าไม่คุ้มลงทุน) BangkokX จึงขอนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับการติดโซลาร์รูฟ จากเคสตัวอย่างของจริง เป็นบ้านขนาดเล็กของชนชั้นกลางในเมือง มีรายได้จากการเป็นพนักงานเงินเดือนทั่วไป ตัดสินใจติดตั้งโซลาร์รูฟมาแล้วกว่า 3 ปี สถานะปัจจุบันยังไม่คืนทุน แต่เห็นผลการลดค่าไฟลงได้ 60-70% ต่อเดือน

บ้านหลังนี้อยู่ย่านดอนเมือง เป็นบ้านแฝดชั้นเดียวบนที่ดิน 63 ตารางวา หลังไม่ใหญ่และตำแหน่งหลังคาบ้านค่อนข้างต่ำ เพราะเป็นบ้านจัดสรรรุ่นเก่าอายุกว่า 45 ปี เพิ่งติดตั้งโซลาร์รูฟเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2566 ผ่านมากว่า 3 ปี มาดูกันว่าเขาได้รับประสบการณ์อะไรบ้าง คุ้มค่าหรือไม่ และดี-ไม่ดีอย่างไร

กรณีนี้ เป็นการติดตั้งโซลาร์รูฟแบบ On-grid คือทำขนานไฟเพื่อขายไฟให้การไฟฟ้า โดยไม่มีแบตสำรอง นั่นคือผลิตไฟได้ตอนกลางวันที่มีแดด สามารถใช้ไฟฟรีตามปริมาณที่ผลิตได้ และไฟส่วนเกินจากการใช้จะส่งเข้ากริดขายให้การไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ ด้วยราคารับซื้อที่ 2.20บาท/หน่วย

แม้ในด้านกายภาพของบ้านจัดสรรเก่า มีข้อด้อยในการติดตั้งโซลาร์รูฟบนหลังคาที่ค่อนข้างต่ำ และมีต้นไม้ใหญ่อยู่บริเวณใกล้เคียง มีการบดบังแสงแดดเล็กน้อยในช่วงเย็น แต่ถึงกระนั้นโซลาร์รูฟหลังคานี้ ก็ช่วยเซฟค่าไฟได้เดือนละ 1,000-1,2000 บาท จากการติดตั้งโซลาร์เซลล์ 10 แผง ขนาดการผลิตไฟ 5.5 KW ซึ่งเหมาะสำหรับครัวเรือนที่มีค่าไฟต่อเดือน 2,000-3,000 บาท

เจ้าของบ้านหลังนี้กำลังคิดว่า เขาจะติดแบตเพิ่มเพื่อสำรองไฟไว้ใช้ตอนกลางคืนดีหรือไม่ เพราะด้วยปริมาณการใช้ไฟแล้ว บ้านนี้สามารถติดแบตเพิ่มด้วยขนาดไม่ใหญ่มากราว 10-15 kWh ก็เพียงพอต่อการใช้ไฟในเวลากลางคืนได้ตลอดทั้งคืน เพราะโดยทั่วไปแล้วแบตขนาด 10 kWh สามารถรองรับการใช้ไฟฟ้าต่อเนื่องได้ประมาณ 5-6 ชั่วโมง สำหรับแอร์ 1-2 ตัว และเครื่องใช้ไฟฟ้าพื้นฐานภายในบ้าน

แบตเตอรี่ลิเธียม (Lithium-ion) ขนาด 10 kWh – 15 kWh (ประมาณ 200Ah-300Ah ที่ระบบ 48V) นำมาใช้ในกรณีนี้อาจทำให้ค่าไฟต่อเดือนกลายเป็น 0 บาทได้เลย เพราะไฟที่ผลิตจากโซลาร์และพลังไฟในแบตสำรองเหลือพอสำหรับการใช้ได้ตลอดคืน

แต่ถึงแม้จะคำนวณว่าการติดตั้งแบตสำรองไฟ คือคำตอบที่นำไปสู่ค่าไฟ 0 บาทได้ แต่เจ้าของบ้านรายนี้ก็ยังไม่ตัดสินใจซื้อแบตมาติดเพิ่ม เพราะมองว่าราคาแบตยังค่อนข้างสูง แบตขนาด 10 kWh ปัจจุบันราคาอยู่ที่ 60,000-70,000 บาท เขาต้องการรอให้ราคาลดลงกว่านี้

เคสนี้เป็นประสบการณ์จากผู้ใช้จริง ที่พบว่าแม้จะเป็นระบบ On-grid ไม่มีแบตสำรองไฟ และไฟที่ขายให้การไฟฟ้าได้ราคาไม่สูงนักคือ 2.2 บาท/หน่วย แต่ก็ยังถือว่าคุ้ม เพราะระบบที่ติดตั้งนี้ทำให้ค่าไฟของครัวเรือนลดลง จากปกติที่เคยเสียอยู่ประมาณ 1,700-2,600 บาท/เดือน ลดเหลือที่ 300-900 บาท บางเดือนในหน้าหนาว เช่น เดือนมกราคม 2569 ที่ผ่านมาเขาเสียค่าไฟเพียง 153 บาทเท่านั้น

วิธีคำนวณค่าไฟของการไฟฟ้า ในกรณีผู้ใช้ติดตั้งโซลาร์รูฟ การไฟฟ้าจะคิดค่าไฟตามปริมาณการใช้ในอัตราค่าบริการตามปกติ ส่วนไฟที่ผลิตจากโซลาร์ส่วนเกินจากการใช้ในบ้านเวลากลางวัน ที่ถูกขายเข้ากริดของการไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ ตามราคาที่กำหนด

จากนั้นการไฟฟ้าจะนำค่าไฟตามการใช้จริงมาตั้ง แล้วหักลบด้วยยอดรวมที่ขายไฟได้ ทอนออกมาเป็นค่าไฟที่เจ้าของบ้านต้องจ่ายจริง

ในช่วงแรกเจ้าของบ้านจะสับสนกับการแจ้งค่าไฟ เพราะข้อความแจ้งชำระค่าไฟ จะแจ้งมา 3 ครั้งต่อรอบบิล คือ 1 ขอบคุณที่ชำระค่าไฟ (ยอดขายไฟที่ทำได้), 2 ยอดชำระค่าไฟรวม คือค่าไฟที่เรียกเก็บทั้งหมด, และ 3 ยอดชำระค่าไฟฟ้าที่ชำระจริง ซึ่งเจ้าของบ้านมักจะสับสนในช่วง 1-2 เดือนแรก หลังจากนั้นจะเข้าใจบิลที่แจ้งมาได้ชัดเจนขึ้น

โซลาร์รูฟ Off-Grid มาแรง

นั่นคือช่วงเริ่มต้นเมื่อสามปีก่อน ที่กระแสโซลาร์เริ่มมีแล้ว แต่ไม่มีตัวเร่งจากวิกฤตพลังงานเหมือนในปัจจุบัน สามปีผ่านไปเทคโนโลยีโซลาร์พัฒนาขึ้นมาก สินค้าและบริการมีมากขึ้น ราคาก็ปรับลดลง กลายเป็นว่า ปัจจบันการติดตั้งโซลาร์แบบมีแบตสำรองที่เรียกว่า Hybrid Off-grid มีราคาที่ถูกลงกว่าเดิมมาก!

สำหรับการติดตั้งใหม่ครบชุด ที่มีแบตสำรองมาพร้อม ราคาถูกกว่าเดิม เพราะเป็นเหมือนการ Bundle ราคากันทั้ง แผงโซลาร์เซลล์+ระบบติดตั้ง+แบตเตอรี่ โดยขนาดการผลิต 5.5 KW โซลาร์เซลล์ 10 แผง และแบต 15 kWh ราคาอยู่ที่ 210,00-240,000 บาทโดยประมาณ ซึ่งถูกกว่าการแยกซื้อแบตอย่างเดียว

มาลองคิดผลตอบแทนจากการติดโซลาร์รูฟ ของเคสนี้ที่เริ่มตั้งแต่ ก.พ. 2566 ด้วยระบบ On-grid ไม่มีแบตสำรองไฟ เมื่อไฟดับจะไม่มีไฟใช้เพราะการไฟฟ้าจะตัดวงจร เพื่อความปลอดภัยของช่างไฟที่ลงพื้นที่ แต่ถึงกระนั้นเคสนี้ ด้วยเวลา 3 ปี 2 เดือน เขาได้ใช้ไฟฟรีจากโซลาร์ไปแล้วกว่า 20.41 MWh หรือเท่ากับ 20,410 kWh

เมื่อคำนวณจากค่าไฟตามาการนับหน่วยค่าไฟ 1 kWh (1,000 w) = 1 หน่วยการไฟฟ้า คิดอัตราตามเรทการใช้ไฟเกิน 200 หน่วยต่อเดือน ค่าไฟอยู่ที่ 4.22 บาท/หน่วย คำนวณจากปริมาณไฟ 20,410 kWh x 4.22 บาท = 86,130 บาท แต่ตัวเลขนี้ยังไม่ใช่ยอดจริง เพราะมีส่วนต่างราคาขายไฟ กับรับซื้อไฟที่ไม่เท่ากัน

การไฟฟ้ารับซื้อไฟจากโซลาร์รูฟที่ราคา 2.2 บาทต่อหน่วย หากคำนวณจาก 20,410 kWh x 2.2 บาท = 44,902 บาท แต่เนื่องจากมีการใช้ไฟฟรีตอนกลางวัน ซึ่งส่วนนี้คิดราคาค่าไฟจริงที่ 4.22 บาท/หน่วย ดังนั้นราคาที่จะคำนวณต้นทุนจริง จึงต้องปรับเป็นค่าไฟเฉลี่ยที่ 3 บาท/หน่วย 20,410 kWh x 3 บาท = 61,230 บาท

นำมาคำนวณจากต้นทุนค่าติดตั้ง บ้านหลังนี้จ่ายค่าติดตั้งโซลาร์รูฟ รวมทุกอย่างที่ 178,000 บาท เวลา 3 ปีเศษได้ใช้ไฟฟรี 61,230 บาท (34.5% ของยอดลงทุน) คิดเฉลี่ยแล้วคาดว่าจะคืนทุนภายใน 7-8 ปี

เป็นยอดต้นทุนและการคืนทุน ที่คิดแบบคร่าวๆ  สำหรับบ้านที่ใช้ไฟเฉลี่ยเดือนละ 2,000-2,700 บาท ใช้ไฟต่อเดือน 350-400 หน่วย (จำลองจากยอดจริงอาจคลาดเคลื่อนเล็กน้อย)

แข่งสินเชื่อโซลาร์ดอกเบี้ยต่ำ 1%

ปัจจุบันนอกจากบริการติดตั้งโซลาร์รูฟจะมีมากขึ้น มีผู้ให้บริการเพิ่มขึ้น และราคาจับต้องได้มากขึ้นแล้ว ยังมีสินเชื่อโซลาร์ที่รัฐบาลส่งเสริม มีธนาคารหลายแห่งเปิดให้บริการ ที่อัตราดอกเบี้ยต่ำเริ่มต้น 1% ทำให้ไม่ต้องเป็นคนรวยหรือมีเงินก้อน ก็สามารถติดตั้งโซลาร์รูฟได้จากสินเชื่อพิเศษ ที่มีให้เลือกหลายธนาคาร ดังนี้

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ดอกเบี้ยเริ่มต้น 1% สำหรับลูกค้าเดิมที่ต้องการกู้เพิ่มเพื่อติดตั้งโซลาร์ (ค่างวดเริ่มต้น แสนละ 500 บาท)

ธนาคารออมสิน (GSB) สินเชื่อ Soft Loan GSB เปิดให้กู้ติดโซลาร์ อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 3.25-3.5% ต่อปี

ธนาคารกสิกรไทย (KBank) สินเชื่อบ้านเพื่อติดตั้งโซลาร์ หรือสินเชื่อธุรกิจ Solar Rooftop ดอกเบี้ย 0% ใน 3 เดือนแรก MLR -1.00% (ขึ้นกับระยะเวลาผ่อน และเงื่อนไขพาร์ทเนอร์)

ธนาคารกรุงไทย (KTB) สินเชื่อ Green สำหรับติดโซลาร์ ดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.99%

ธนาคารกรุงเทพ (Bangkok Bank) สินเชื่อ “บัวหลวงพูนผลกรีน” ร่วมกับ PEA (การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค) อัตราดอกเบี้ย MRR –1.00% ต่อปีตลอดสัญญา (ราว 6.3% * อิง MRR 7.30%)

ผู้กู้สามารถเปรียบเทียบวงเงินกู้สูงสุด และระยะเวลาผ่อน (5-8 ปี) หรือพ่วงกับสินเชื่อบ้าน และหากเป็นลูกค้าเดิมของธนาคารใดอยู่แล้ว สามารถขอสินเชื่อ “กู้เพิ่ม” (Top-up) จะได้ดอกเบี้ยพิเศษกว่าการกู้ใหม่

X Info..,.
ยอดติดตั้งโซลาร์ครัวเรือนแค่ 3%

สถิติการติดตั้งโซลาร์รูฟในประเทศไทย มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วง 5 ปี (2563-2567) โดยเฉพาะภาคครัวเรือน และอุตสาหกรรมหันมาผลิตไฟฟ้าใช้เองมากขึ้น ท่ามกลางค่าไฟที่สูงขึ้นและต้นทุนเทคโนโลยีที่ลดลง

โดยภาพรวมสถิติการติดตั้งโซลาร์ และปริมาณการผลิตไฟ (ย้อนหลัง 5 ปี)

รายงานล่าสุดระบุว่าในปี 2566 มีกำลังการผลิตจากการติดตั้งโซลาร์สะสมรวมกว่า 5,033 เมกะวัตต์ (MWp) โดยแบ่งเป็น

ระบบเชื่อมต่อสายส่ง (On-grid) มีสัญญาจำหน่ายไฟฟ้า (เช่น โซลาร์ภาคประชาชน) ประมาณ 3,229 MWp

ระบบผลิตไฟฟ้าใช้เอง (Self-consumption/Private PPA) ไม่ได้จำหน่ายไฟคืนระบบ มีมากกว่า 1,792 MWp ซึ่งมีการเติบโตสูงมากในช่วง 2-3 ปีหลัง

ประมาณการผลิตไฟฟ้าโซลาร์รูฟ

จากการคำนวณมาตรฐาน (1 kWp ผลิตไฟฟ้าได้ประมาณ 1,200-1,400 หน่วยต่อปี) สามารถประเมินปริมาณการผลิตไฟสะสมได้ดังนี้

กำลังการผลิตรวม 5,033 MWp (ณ ปี 2566) ผลิตไฟฟ้าได้ประมาณ 6,000 – 7,000 กิกะวัตต์-ชั่วโมง (GWh) หรือล้านหน่วย ต่อปี

ส่วนแนวโน้มการเติบโต การติดตั้งโซลาร์รูฟเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มากกว่า 1,600 เท่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลจากการที่ต้นทุนเทคโนโลยีลดลงถึง 87%

โดยเหตุผลสำคัญที่ทำให้การติดตั้งโซลาร์เติบโตนั้น มาจากปัจจัยค่าไฟฟ้าสูงขึ้น การติดตั้งโซลาร์รูฟช่วยลดค่าไฟฟ้าเฉลี่ยในภาคครัวเรือนและอุตสาหกรรมได้อย่างมาก

อีกปัจจัยคือต้นทุนถูกลง แผงโซลาร์เซลล์ มีราคาถูกลงมากเมื่อเทียบกับ 5 ปีที่แล้ว นอกจากนี้รัฐยังมีมาตรการส่งเสริม ด้วยการลดหย่อนภาษีติดตั้งโซลาร์ได้สูงสุดถึง 200,000 บาท

ถึงแม้จะมีการเติบโตสูง แต่การติดตั้งโซลาร์รูฟในไทย ถือว่ายังดึงศักยภาพแสงอาทิตย์มาใช้ได้เพียง 3% ของศักยภาพทั้งหมด ยังขยายตัวได้อีกมาก และโดยเฉพาะ ปัจจัยเร่งจากค่าไฟแพง ต้นทุนน้ำมันและพลังงานเพิ่มขึ้น

เปิดโครงสร้างค่าไฟฟ้าครัวเรือน

แม้ไฟฟ้าจากโซลาร์ครัวเรือน ขายเข้ากริดให้การไฟฟ้าได้ที่ 2.2 บาท/หน่วย แต่การไฟฟ้าขายไฟให้ครัวเรือนระดับกลางกว่า 4.22 บาท/หน่วย สำหรับครัวเรือนที่ใช้ไฟต่อเดือนเกิน 200 หน่วย ด้วยการคิดค่าไฟในอัตราก้าวหน้า ตามปริมาณการใช้ไฟ ดังนี้

อัตราค่าไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัย (ประเภท 1)

ประเภท 1.1 (ใช้ไม่เกิน 150 หน่วย/เดือน) เป็นอัตราก้าวหน้า ค่าไฟจะแพงขึ้นเมื่อใช้เกิน 150 หน่วย

ประเภท 1.2 (ใช้เกิน 150 หน่วย/เดือน) สูงขึ้นเป็นลำดับตามกลุ่ม คือ 1-150, 151-400, และ 400 หน่วยขึ้นไป

อัตรา TOU (Time of Use) ประเภท 1.3

On Peak จันทร์-ศุกร์ 09.00-22.00 น. อัตราค่าไฟ 5.79 บาท/หน่วย (รวมค่า Ft และค่าบริการ)

Off Peak จันทร์-ศุกร์ 22.00-09.00 น. และเสาร์-อาทิตย์, วันหยุดราชการ 00.00-24.00 น.อัตราประมาณ 2.63 บาท/หน่วย ตลอด 24 ชม.

การคิดค่าไฟตามประกาศของการไฟฟ้า ค่อนข้างมีรายละเอียดยิบย่อย เป็นการคิดแบบอัตราก้าวหน้าตามปริมาณไฟที่ใช้ (ดูตาราง1) สรุปได้ว่าค่าไฟเริ่มต้นจาก 2.34 บาท/หน่วย ไปจนถึง 5.79 บาท/หน่วย โดยที่ปริมาณการใช้ และประเภทมิเตอร์ไฟ จะเป็นตัวกำหนดราคาค่าไฟ

โดยอัตราค่าไฟของมิเตอร์แบบ TOU นั้นแยกเป็น 2 เรทหลักคือ ช่วง On Peak ค่าไฟแพงอยู่ที่ 5.79 บาท/หน่วย และช่วง Off Peak ค่าไฟถูกอยู่ที่ 2.63 บาท/หน่วย

นอกจากค่าไฟแล้ว ยังมีค่าบริการเรียกเก็บเป็นรายเดือน ตามประเภทมิเตอร์การใช้ไฟ (ดูตาราง 1, 2)

และอีกตัวแปรคือ ค่า Ft ซึ่งมาจากคำว่า “Float Time” หมายถึงการลอยค่าของต้นทุนที่การไฟฟ้าคุมไม่ได้ ซึ่งก็คือ “Fuel Adjustment Charge (at the given time)” หรือค่าบริการเชื้อเพลิงผันแปร (ตามช่วงเวลา) คือค่าไฟฟ้าผันแปร ที่ปรับขึ้นหรือลงตามต้นทุนเชื้อเพลิงที่ปรับเปลี่ยนตามช่วงเวลา

ค่า Ft ล่าสุดของปี 2569 มีดังนี้

*มกราคม-เมษายน 2569 อยู่ที่ 9.72 สตางค์/หน่วย

*พฤษภาคม-สิงหาคม 2569 จะปรับขึ้นเป็น 16.23 สตางค์/หน่วย

ยังมีรายละเอียดอีกมากมาย ที่คุณสามารเข้าไปศึกษาก่อนตัดสินใจ ก็อย่างที่บอกไปแล้วว่า เรื่องนี้ไม่มีผิดมีถูก เพียงแต่คุณต้องเทียบรายละเอียดการใช้ไฟ กับค่าใช้จ่ายที่เสียไป แล้วตอบคำถามตัวเองให้ได้ว่า

เราคิดอย่างไร มองเรื่องโซลาร์ว่าเป็นการลงทุนระยะยาว (คืนทุนไม่เกิน 10ปี) เพื่อได้ใช้ไฟฟรีในอนาคต  และอาจมีรายได้ส่วนเกินค่าไฟ จากการไฟฟ้ากลับคืนมาด้วย (ถ้าเราติดตั้งการผลิตโซลาร์ที่เกินความต้องการใช้จริงของตัวเอง) อันนี้มองในแง่การลงทุน

หรือคุณอาจมองว่า การติดตั้งโซลาร์มันเป็นเพียงค่าใช้จ่ายส่วนเกินในระยะสั้นเท่านั้น คำตอบแต่ละคนไม่เหมือนกัน ถ้าคุณอ่านมาถึงตรงนี้จะได้ข้อสรุปว่า คนที่จะตอบคำถามของคุณได้ดีที่สุด… ก็คือตัวคุณเอง!!

#โซลาร์รูฟ #ไฟฟ้าฟรี #การไฟฟ้า #ไฟฟ้าครัวเรือน #ขายไฟ #สินเชื่อโซลาร์

ที่มาของข้อมูล: https://meaei.com/

ข่าวที่เกี่ยวข้อง: https://bangkokx.me/energy-middleeast-oilprice/

[addtoany]
Ellipse 1
กองบรรณาธิการ Bangkok X