นายกฯ สั่ง ยกเลิกสัญญา ขึ้นบัญชีดำ ผู้รับเหมา กรณี เครนถล่ม
นายกฯ สั่ง ยกเลิกสัญญา ขึ้นบัญชีดำ

นายกฯ สั่ง ยกเลิกสัญญา ขึ้นบัญชีดำ ผู้รับเหมา กรณี เครนถล่ม ขณะที่ ผู้เชี่ยวชาญ ชี้ ปัญหาอยู่ที่ มาตรฐานความปลอดภัย แนะ รัฐบาล ควรหยุด โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ ใกล้พื้นที่สาธารณะ ไว้ก่อน และ กลับมาทบทวน มาตรฐานความปลอดภัย ทั้งหมด

นายกฯ สั่ง ยกเลิกสัญญา ขึ้นบัญชีดำ
นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกุล

ภายหลังจากเกิดเหตุการณ์ วันนี้(15 มกราคม 2569)  เวลา 15.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกุล ได้เรียกประชุมด่วน ด้านความปลอดภัย ในการก่อสร้าง ของ กระทรวงคมนาคม จากกรณี เครนถล่ม 2 จุดภายใน 2 วัน

และ ภายหลังการประชุม สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์เครนถล่ม ทั้งสองวัน ทำให้ วันนี้นายกรัฐมนตรีเรียกประชุมเร่งด่วน เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งสองเหตุการณ์​ ทั้ง กรณีโครงการก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูง ที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวานนี้

และเมื่อเช้านี้ที่ได้รับรายงานว่ามีเหตุอุบัติเหตุ ในลักษณะคล้ายกันจากโครงการทางยกระดับ พระราม 2 สิ่งที่น่าสลดใจคือ นอกจากมีผู้เสียชีวิตจำนวนมากแล้ว ยังพบว่าทั้ง 2 โครงการ ถูกดำเนินการโดยผู้รับจ้างรายเดียวกัน

ซึ่งผู้รับจ้างรายนี้ ไม่ใช่เพิ่งเกิดเมื่อวานและวันนี้ แต่ในรอบ 10 เดือนที่ผ่านมา พบว่ามีโครงการอื่นอีกที่ยังไม่เป็นข่าว แต่มีโครงการที่สังคมให้ความสนใจ

คือเริ่มมาตั้งแต่เดือนเมษายนที่มีเหตุการณ์แผ่นดินไหว ตึก สตง. ถล่ม หลังจากนั้นไม่นานก็มีเหตุการณ์โครงสร้างของทางด่วนที่พระราม 2 เกิดโครงสร้างถล่ม เป็นเหตุให้เกิดความเสียหาย จนกระทั้งเกิดเหตุการณ์เมื่อวานนี้ ยังไม่ทันที่จะประชุมเรื่องเมื่อวานนี้ เมื่อเช้านี้ก็มีเหตุการณ์เกิดขึ้นอีก

ดังนั้นนายกรัฐมนตรี จึงเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาประชุม ถึงการออกมาตรการ แก้กฎหมาย กฎกระทรวง ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการอยู่แล้ว

สิริพงศ์​ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี ได้สอบถามถึง กรณีที่เกิดเหตุ ที่ สตง. ว่ามีการดำเนินการอย่างไร และทราบว่า จนถึงวันนี้ สัญญาก็ยังไม่ได้ถูกยกเลิก และ ยังไม่มีการปรับสัญญา เพราะการก่อสร้างอาคารยังไม่แล้วเสร็จ ซึ่งหากจะปรับก็ต้องสร้างตึกขึ้นมาใหม่

ทั้งที่สัญญาทุกสัญญามีหลักประกัน มีธนาคารการันตี วันนี้ก็ยังไม่มีการเรียกข้อมูล เพียงแค่ระงับก่อสร้างไว้ก่อน แต่ไม่มีการดำเนินการใด ๆ กับผู้รับจ้าง ไม่มีการขึ้นบัญชีดำหรือประกาศเป็นผู้ละทิ้งงาน และก็เกิดเหตุการณ์ที่พระราม 2 ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวมีการซ่อมแซมกลับมาใช้งานได้ตามปกติ

นายกฯ สั่ง ยกเลิกสัญญา ขึ้นบัญชีดำ

พร้อมเดินหน้า ดำเนินคดีตามกฏหมาย

ในที่ประชุม ได้มีการพูดถึงงาน ในส่วนของกระทรวงคมนาคม มีหลายเหตุการณ์ ทั้งอุโมงค์รถไฟความเร็วสูงรางคู่ถล่ม ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต รวมถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ และเหตุการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้นในช่วงเช้าวันนี้

โดยนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวในที่ประชุมว่า  ผู้เสียชีวิตทั้งหมดเป็นผู้ใช้บริการรถไฟ ขณะที่ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผู้รับเหมา แม้จะเป็นอีกส่วนหนึ่ง

แต่การรถไฟแห่งประเทศไทยไม่อาจหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบได้ เนื่องจากเป็นหน่วยงานที่ให้บริการเดินรถโดยตรง และมีหน้าที่ต้องรับผิดต่อผู้ใช้บริการ นอกจากนี้ อยากให้ทุกคนทำความเข้าใจ

ความเสียหายครั้งนี้แยกเป็นสองส่วน

  1. รัฐในฐานะผู้ให้บริการกับประชาชน ในการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ ต้องมีความรับผิดชอบต่อประชาชนที่ใช้บริการ
    2. รัฐต้องเรียกร้องความเสียหาย ดำเนินการใด ๆ ก็ตามที่ระบุในสัญญาหรือดำเนินการ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยเกิดขึ้น ไม่ให้เกิดเหตุการณ์เหล่านี้ในอนาคตกับผู้ที่จะมาก่อสร้างโครงการในอนาคตกับรัฐ

สิริพงศ์​ กล่าวว่า ในที่ประชุม นายกรัฐมนตรี ระบุว่า เพราะรัฐบาลยังคงเป็นรัฐบาล มีความรับผิดชอบเต็มอยู่ ยังคงใช้สิทธิ์ความเป็นหัวหน้ารัฐบาล เมื่อเกิดเหตุแบบนี้ยอมไม่ได้ จึงลงโทษให้หยุดก่อสร้างไป 2 สัปดาห์

แล้วให้มารายงานเพื่อเดินหน้าต่อ ในฐานะรัฐที่เป็นเจ้าของโครงการ อย่าไปกลัวเรื่องของระเบียบ ต้องมีช่องที่จะดำเนินการได้ และคงปล่อยให้เป็นแบบนี้ไม่ได้ จะโยนกันไปกันมาไม่ได้

เพราะมีทั้งกฎหมาย มีทั้งเงินควบคุมกฎ และที่ปรึกษากฎหมายแห่งรัฐ เจ้าของงาน เจ้าของโครงการ เจ้าของงบประมาณ สภาวิศวกร ที่จะให้ความเห็นเรื่องของวิศวกรรมได้

วันนี้ต้องมีมาตรการที่ชัดเจน เพื่อก่อให้เกิดความมั่นใจกับประชาชน ความพึงพอใจต่อความรู้สึกของคนที่สูญเสีย และสร้างความมั่นใจให้กับคนต่างชาติที่จะมาลงทุนในประเทศไทย

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรียังได้สั่งการในที่ประชุม ให้กระทรวงคมนาคมบอกเลิกสัญญากับผู้รับจ้าง และดำเนินคดีตามข้อกฎหมายทั้งหมดที่มี ขึ้นบัญชีดำ ซึ่งก็เป็นผลสืบเนื่องจากการบอกเลิกสัญญา

และได้รับข้อแนะนำที่เป็นประโยชน์อย่างมากจากทั้งทางฝ่ายกฤษฎีกา และอัยการสูงสุด และจะดำเนินการตามคำแนะนำดังกล่าว เพื่อประโยชน์ของสาธารณะและความปลอดภัยของประชาชนและสร้างความมั่นใจให้กับต่างประเทศที่มีต่อประเทศไทย

การประชุมวันนี้เป็นการดำเนินการแก้ปัญหาเร่งด่วนตรงนี้ก่อน เพราะเป็นเหตุที่กระทบกระเทือนและสร้างความสะเทือนใจต่อประชาชน ทั้งนี้ รายละเอียดของการยกเลิกสัญญาเป็นไปตามระเบียบกฎหมายที่มีอยู่ ซึ่งกระทรวงคมนาคมรับไปดำเนินการต่อไป โดยวันนี้อธิบดีกรมบัญชีกลางก็ได้มาให้ คำแนะนำถึงการดำเนินการดังกล่าวด้วย ว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร นายกรัฐมนตรี ย้ำในที่ประชุม สิริพงศ์​ กล่าว

ผู้เชี่ยวชาญ ชี้ ปัญหาอยู่ที่ มาตรฐานความปลอดภัย

ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายก สมาคมวิศวกรโครงสร้าง แห่งประเทศไทย และ อาจารย์ ประจำ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้ความเห็น กรณีที่ เกิดเหตุเครนลอนเชอร์ พระราม 2 ถล่มว่า ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่มีข้อสันนิษฐาน ถึงสาเหตุดังนี้

  1. เครนลอนเชอร์ (Launching crane) ถล่ม แบบหักตรงกลาง เป็นรูปคล้าย ตัววี (V-shaped)แสดงให้เห็น ว่า โครงเหล็กลอนเชอร์ ไม่สามารถรับน้ำหนัก ได้
  2. ขณะที่ เกิดการพังถล่ม มี ชิ้นส่วน เซ็กเมนต์ คอนกรีต ห้อยแขวน อยู่หลายชิ้น และ ร่วงลงมาทับ รถยนต์สองคัน แสดงว่า การถล่มเกิดขึ้นอยู่ ในระหว่าง การติดตั้งชิ้นส่วน และ น้ำหนักของ ชิ้นส่วนคอนกรีต ที่ห้อยแขวนอยู่ ทำให้ เครนหัก ตรงกลาง
  3. การหักตรงกลาง ของเครน อาจเกิดขึ้นที่ ชิ้นส่วนของเครนเอง หรือ เกิดขึ้นที่ จุดต่อระหว่างชิ้นส่วน ที่นำมาต่อกัน

ปกติแล้ว เครนลอนเชอร์ ที่มีความยาว จะมีรอยต่อ ระหว่างส่วนต่างๆ ของเครน ที่ยึดกัน ด้วยหมุดยึด (Pin หรือ Bolt) จึงต้องไป ตรวจสอบ ในพื้นที่ว่า จุดที่เครนหัก ตรงกลาง ตรงกับจุดต่อหรือไม่ และ มีความบกพร่อง ในเรื่อง การประกอบติดตั้ง เครน หรือไม่

แนะรัฐ ทบทวนมาตรฐานความปลอดภัย การก่อสร้างในพื้นที่สาธารณะ

นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย
ศ.ดร.อมร พิมานมาศ

ศ.ดร.อมร ระบุว่า  มีความแตกต่างกัน ระหว่าง การถล่มของ เครนลอนเชอร์ พระราม 2 กับ กรณี สีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เนื่องจาก กรณีพระราม 2 ที่เกิดขึ้น วันนี้ (15 มกราคม 2569)เป็นการหักที่ ตัวเครน เอง ในขณะที่มี ชิ้นส่วนเซ็กเมนต์ ห้อยแขวนอยู่

แต่ในกรณี ของเครนสีคิ้ว นั้น เป็นการพังถล่ม ของชิ้นส่วน ที่เป็น ฐานรองรับเครน โดยที่ ตัวเครน ไม่ได้หักลงมา และ การเป็นถล่ม ในระหว่างที่ กำลังเคลื่อนย้าย เครนลอนเชอร์ ไปยังช่วงถัดไป

อย่างไรก็ตาม ศ.ดร. อมร กล่าวว่า ทั้งสองกรณีนี้ สะท้อนให้เห็นถึง ปัญหาด้านมาตรฐาน ความปลอดภัย ของ การก่อสร้างขนาดใหญ่ ในพื้นที่สาธารณะ ซึ่งไม่สามารถควบคุมได้ รัฐบาลจึงควรหยุดโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ ใกล้พื้นที่สาธารณะ ไว้ก่อน

และ กลับมาทบทวน มาตรฐานความปลอดภัย ทั้งหมด และต้องมีการตั้ง คณะกรรมการ ที่เป็นอิสระ ในการสอบสวนสาเหตุ และ บังคับใช้กฎหมาย ลงโทษ ผู้กระทำผิด อย่างเข้มงวดต่อไป

รวมทั้ง ในอนาคตข้างหน้า จำเป็น ต้องมีการ แก้ไขกฎหมาย เพื่อรองรับ การก่อสร้างขนาดใหญ่ ในพื้นที่สาธารณะ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : https://bangkokx.me/data-bureau-10012026/

ที่มาของข้อมูล : https://www.thaigov.go.th/th/news/160826

[addtoany]
Ellipse 1
กองบรรณาธิการ Bangkok X