บล.เอเซีย พลัส จับตา ความเสี่ยง ภูมิรัฐศาสตร์ กระทบ การลงทุน ปี 2569
บล.เอเซีย พลัส จับตา ความเสี่ยง

บล.เอเซีย พลัส จับตา ความเสี่ยง ภูมิรัฐศาสตร์ กระทบ การลงทุน ปี 2569 ทั้ง สมรภูมิเวเนซุเอลา กระทบราคาน้ำมันโลก และ โครงสร้างภาษีใหม่ หนุน การลงทุน ในตลาดหุ้นไทย

บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (ASPS) เปิดเผย บทวิเคราะห์ ระบุว่า เปิดฉากปี 2569 ด้วยสถานการณ์ ความตึงเครียด ระดับโลก และ ปัจจัย ภายในประเทศ ที่นักลงทุน ต้องจับตามอง อย่างใกล้ชิด โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้:

บล.เอเซีย พลัส จับตา ความเสี่ยง

สมรภูมิ เวเนซุเอลา และ ทิศทาง ราคาน้ำมันโลก

ความเสี่ยง ภูมิรัฐศาสตร์ ทวีความรุนแรงขึ้น หลังสหรัฐฯ ดำเนินปฏิบัติการ ทางทหารเฉพาะกิจ ในเวเนซุเอลา เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2026 เพื่อจับกุมผู้นำ มาดูโร (Maduro)

แหล่งข้อมูล ระบุว่า เหตุการณ์นี้ ส่งผลต่อ ราคาน้ำมัน ใน 2 ระยะ คือ

ระยะสั้น ผู้เชี่ยวชาญคาดว่า ราคาน้ำมันดิบ BRENT อาจปรับขึ้น เพียง 1-2 ดอลลาร์ ต่อ บาร์เรล

เนื่องจาก ปัจจุบันเวเนซุเอลา ผลิต และ ส่งออกน้ำมัน ในปริมาณ ที่น้อยมาก เมื่อเทียบกับ อุปทานโลก

ระยะยาว หากสถานการณ์ คลี่คลาย และ ได้รับความช่วยเหลือ จากสหรัฐฯ จนสามารถฟื้น กำลังการผลิต กลับสู่ระดับ 2.5 ล้านบาร์เรล ต่อ วัน

ราคาน้ำมัน อาจปรับตัว ลดลง ได้ถึง 4% เนื่องจาก เวเนซุเอลา มีปริมาณ น้ำมันสำรอง ที่พิสูจน์แล้วมากที่สุด ในโลก ถึง 3.03 แสนล้านบาร์เรล

โอกาส การลงทุน หุ้นต่างประเทศ

โอกาสการลงทุน ในหุ้นต่างประเทศ ในฝั่งตลาดหุ้นโลก มีประเด็นที่ น่าสนใจ จากการที่ BAIDU (BIDU US) ประกาศ Spin-off ธุรกิจชิป “KUNLUNXIN” ซึ่งเป็น บริษัทพัฒนา ชิปประสิทธิภาพสูง สำหรับ ประมวลผล AI เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2569

นอกจากนี้ สถานการณ์ ความขัดแย้ง ในเวเนซุเอลา ยังเป็นปัจจัยหนุน ต่อ หุ้นกลุ่มอาวุธ

โดยแนะนำ เก็งกำไรผ่าน ISHARES U.S. AEROSPACE & DEFENSE ETF (ITA US) ซึ่งถือหุ้น บริษัทชั้นนำอย่าง Boeing และ Lockheed Martin ที่มีส่วนร่วม ในปฏิบัติการ ครั้งนี้

บล.เอเซีย พลัส จับตา ความเสี่ยง

 

บล.เอเซีย พลัส จับตา ความเสี่ยง

โครงสร้างภาษีใหม่ หนุนการลงทุนในตลาดหุ้นไทย

ตลาดหุ้นไทย ภายใต้ กฎเกณฑ์ใหม่ ปี 2569 หลังจากที่ ดัชนีตลาดหุ้นไทย ในปี 2568 ปรับตัว ลดลงถึง 10 ใน 11 ดัชนี โดยมีเพียง SETHD ที่ ให้ผลตอบแทน เป็นบวก

ในปี 2569 นี้ ตลาดหุ้นไทย ยังต้องเผชิญกับ การเปลี่ยนแปลง ของ กฎหมาย และ นโยบายใหม่ 3 ด้านสำคัญ:

  • ภาษี สินค้านำเข้า ออนไลน์ (Low-Value Goods Tax): ยกเลิก การยกเว้น VAT สำหรับ สินค้ามูลค่า ไม่เกิน 1,500 บาท โดยจะ เก็บภาษี ตั้งแต่บาทแรก ซึ่งจะช่วย เพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขันให้ ผู้ประกอบการค้าปลีกไทย
  • การเพิ่ม เงินสมทบประกันสังคม: การปรับ ฐานเพดานเงินเดือน จะช่วยให้ กองทุนประกันสังคม มีรายรับมากขึ้น ซึ่ง ส่งผลดี ต่อ รายได้ ของโรงพยาบาลเอกชน ในเครือคู่สัญญา
  • โครงสร้างภาษี รถยนต์ใหม่: มุ่งเน้นสนับสนุน รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) โดย เก็บภาษีต่ำสุด เพียง 2% ขณะที่ รถยนต์สันดาป (ICE) อาจถูก เก็บภาษี สูงถึง 50%

แนะลงทุน ทองคำ เงิน และ ETF

 

กลยุทธ์การลงทุน ที่แนะนำ แหล่งข้อมูลแนะนำ ให้นักลงทุน กระจายความเสี่ยง ไปยังสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ทองคำ, เงิน และ ETF กลุ่มอาวุธ (ITA US) ในช่วงที่ ตลาดผันผวน

สำหรับหุ้นไทย แนะนำ สะสมหุ้นปันผลสูง เช่น BBL, ICHI, MAJOR, PTTEP และ เก็งกำไรหุ้น ที่ได้รับประโยชน์ จากกฎเกณฑ์ใหม่ ได้แก่:

  • กลุ่มค้าปลีกและวัสดุก่อสร้าง: CRC, HMPRO, DOHOME, MC
  • กลุ่มโรงพยาบาล: BCH, CHG
  • กลุ่มยานยนต์และพลังงานสะอาด: MGC, EA, NEX

นอกจากนี้ การคัดเลือกหุ้นยังควรคำนึงถึงมาตรฐานด้านความยั่งยืน (SET ESG Ratings) และการกำกับดูแลกิจการที่ดี (CG Report) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการลงทุนระยะยาว

อ่านบทวิเคราะห์ฉบับเต็มได้ที่ : https://research.asiaplus.co.th/asps/research_file.php?id=81862&file=1

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : https://bangkokx.me/bath-gold-23122025/

[addtoany]
Ellipse 1
กองบรรณาธิการ Bangkok X