“Krungthai Compass” ระบุ มาตรการฟรีวีซ่า กระตุ้นการท่องเที่ยวจีนได้ต่ำกว่าที่คาด
ครม. มีมติ ขยาย เวลาเปิด สถานบริการถึงตี 4 "กทม.- 4 เมืองท่องเที่ยว"

Krungthai Compass” ระบุ มาตรการฟรีวีซ่าให้นักท่องเที่ยวจีนและคาซัคสถาน ในช่วง ต.ค. 2566-ก.พ. 2567 จะช่วยให้นักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามาไทยเพิ่มขึ้นราว 4.0 แสนคน และสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยประมาณ 1.9 หมื่นล้านบาท ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้

“Krungthai Compass” ฝ่ายวิจัยของธนาคารกรุงไทย วิเคราะห์สถานการณ์การท่องเที่ยวของไทยภายหลังจากที่รัฐบบาลได้มีมาตรการฟรีวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวจีนและคาซัคสถานระหว่างเดือนตุลาคม 2566-กุมภาพันธ์ 2567 ว่ามาตรการดังกล่าว จะช่วยให้นักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามาไทยเพิ่มขึ้นราว 4.0 แสนคน และสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยประมาณ 1.9 หมื่นล้านบาท   ซึ่งต่ำกว่าที่รัฐบาลคาดการณ์ไว้ว่ามาตรการดังกล่าวจะกระตุ้นตลาดนักท่องเที่ยวจีน ให้เดินทางเข้าประเทศไทยรวมประมาณ 4.01 – 4.4 ล้านคนในปี 2566 และในช่วง 5 เดือนที่มีมาตรการยกเว้นการตรวจลงตราจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวจีนประมาณ 2,888,500 คน สร้างรายได้ 140,313 ล้านบาท

เนื่องจากเศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มชะลอตัวส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวจีนมีแนวโน้มที่จะเดินทางไปต่างประเทศลดลงโดย ข้อมูลล่าสุดจาก Statista ที่ระบุว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2566 ชาวจีนเดินทางออกนอกประเทศเพียง 40.3 ล้านคน ซึ่งต่ำกว่าปี 2562 เกือบ 4 เท่าตัว ผนวกกับเหตุการณ์กราดยิงที่ห้างสรรพสินค้าย่านใจกลางกรุงเทพมหานคร จนมีนักท่องเที่ยวจีนเสียชีวิต 1 คน ทำให้ชาวจีนยังมีความกังวลด้านความปลอดภัยในการเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย และมีโอกาสกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวของไทยในระยะถัดไป ทั้งนี้ Krungthai COMPASS ได้ประเมินผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจจีน และความกังวลด้านความปลอดภัยที่ส่งผลกระทบต่อมาตรการวีซ่า-ฟรี โดยแบ่งออกเป็น 3 กรณี ดังนี้

กรณีที่ 1 Best Case Scenario (กรณีดีที่สุด): นักท่องเที่ยวจีนตอบรับมาตรการวีซ่า-ฟรี และมีความกังวลด้านความปลอดภัยในการเดินทางมาไทยไม่มากนัก โดยเราคาดว่า นักท่องเที่ยวจีนมีโอกาสเดินทางเข้ามาไทยเพิ่มขึ้นในช่วงที่มีมาตรการวีซ่า-ฟรี รวมประมาณ 0.81 ล้านคน และสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยราว 3.85 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้ภาพรวมนักท่องเที่ยวจีนทั้งปี 2566 จะอยู่ที่ 3.9 ล้านคน และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาอยู่ที่ระดับ 7.8 ล้านคน ในปี 2567

กรณีที่ 2 Base Case Scenario (กรณีฐาน): สัดส่วนนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศยังไม่กลับมาเท่าระดับปกติ ขณะที่ความกังวลด้านความปลอดภัยในการเดินทางมาท่องเที่ยวในไทยส่งผลกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวจีนในช่วงต้น Q4/2566 แต่จะทยอยปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ ในกรณีนี้เราคาดว่า นักท่องเที่ยวจีนมีโอกาสเดินทางเข้ามาไทยเพิ่มขึ้นในช่วงที่มีมาตรการวีซ่า-ฟรี รวม 0.4 ล้านคน และสร้างรายได้ให้กับประเทศไทย 1.93 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้ภาพรวมนักท่องเที่ยวจีนทั้งปี 2566-2567 จะอยู่ที่ 3.8 ล้านคน และ 7.6 ล้านคน ตามลำดับ

กรณีที่ 3 Worst Case Scenario (กรณีเลวร้าย): นักท่องเที่ยวจีนฟื้นตัวได้จำกัด จากภาวะเศรษฐกิจในประเทศจีนที่ชะลอลง และชาวจีนยังมีความกังวลด้านความปลอดภัยในการเดินทางมาไทยค่อนข้างมาก โดยเมื่อวันที่ 6 ต.ค.2566 นายกสมาคมการตลาดท่องเที่ยวไทย เปิดเผยว่า ชาวจีนส่วนใหญ่ยังกังวลด้านความปลอดภัยจากเหตุการณ์กราดยิงในห้างสรรพสินค้ากลางเมืองจนมีชาวจีนเสียชีวิต เมื่อวันที่ 3 ต.ค. ที่ผ่านมา โดยช่วงแรกที่เกิดเหตุการณ์มีการส่งต่อข้อความบน Social Media กว่า 40 ล้านครั้ง ทำให้เราประเมินว่ากรณี Worst Case มีความเป็นไปได้ที่นักท่องเที่ยวจีนจะเพิ่มขึ้นจากมาตรการวีซ่า-ฟรี เพียง 0.2 ล้านคน และสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยประมาณ 0.94 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้ภาพรวมนักท่องเที่ยวจีนทั้งปี 2566-2567 จะอยู่ที่ 3.7 และ 7.5 ล้านคน ตามลำดับ

ทั้งนี้ สถานการณ์ล่าสุดหลังประกาศใช้มาตรการวีซ่า-ฟรี ในช่วงเกือบหนึ่งเดือนแรก (25 ก.ย.-22 ต.ค.2566) พบว่า นักท่องเที่ยวจีนยังมีผลตอบรับที่ไม่ดีนัก โดยในช่วง 9 วันแรก หลังประกาศใช้มาตรการวีซ่า-ฟรี มีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาไทยเฉลี่ย 1.5 หมื่นคนต่อวัน แต่หลังเกิดเหตุการณ์กราดยิง เมื่อวันที่ 3 ต.ค. จำนวนนักท่องเที่ยวจีนลดลงเหลือเฉลี่ย 0.9 หมื่นคนต่อวันซึ่งทางผู้ประกอบการทั้งฝั่งไทยและจีน ได้มีการติดตามถึงผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว พบว่าชาวจีนราว 30-40% ระบุว่าเหตุการณ์กราดยิงสร้างความวิตกกังวล และมีผลต่อการตัดสินใจเดินทางเข้ามาเที่ยวไทย โดยเราได้พิจารณาปัจจัยดังกล่าวไว้ในการประเมินครั้งนี้แล้ว ซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวจีนในระยะสั้น และจำนวนนักท่องเที่ยวจีนจะทยอยปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ สอดคล้องตามการประเมินกรณี Base Case Scenario

จากแนวโน้มดังกล่าว Krungthai Compass แนะนำให้ ภาคการท่องเที่ยวไทยควรเร่งทำการตลาดในกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสูง เช่น กลุ่ม Digital Nomad หรือ Medical & Wellness รวมทั้ง เร่งสร้างระบบความปลอดภัย เช่น ระบบแจ้งเตือน Emergency Alert ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน ที่จะช่วยสร้างรายได้ให้ภาคการท่องเที่ยวไทย และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติให้เดินทางมายังไทยมากขึ้น

คาดตลาดท่องเที่ยวกับมาฟื้นตัวใกล้ระบบก่อนโควิด-19 ปี  2568

ในขณะเดียวกันKrungthai COMPASS ประเมินว่า ภาคการท่องเที่ยวไทยจะฟื้นตัวต่อเนื่องในปี 2567 และกลับมาเข้าใกล้ระดับช่วงก่อนโควิด-19 ได้ในปี 2568 โดยในปี 2567 คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาไทยราว 35.0 ล้านคน หรือฟื้นตัวราว 88% เมื่อเทียบกับก่อนเกิดโควิด-19 (ปี 2562) จากความต้องการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยรวม เช่น กลุ่มอาเซียน ยุโรป ตะวันออกกลาง จะกลับเข้าสู่ระดับปกติแล้ว ขณะที่นักท่องเที่ยวจีนซึ่งเป็นกำลังหลักให้กับภาคการท่องเที่ยวไทยยังฟื้นตัวได้ราว 69% เมื่อเทียบปี 2562 จากภาวะเศรษฐกิจในประเทศจีนที่คาดว่าจะชะลอตัวที่ระดับ 4.2% สำหรับระดับการฟื้นตัวของรายได้ภาคการท่องเที่ยวไทยยังฟื้นตัวได้ต่ำกว่าจำนวนนักท่องเที่ยว

โดยภาพรวมมูลค่าตลาดการท่องเที่ยวทั้งปี 2567 จะอยู่ที่ประมาณ 2.52 ล้านล้านบาท หรือฟื้นตัวราว 84% เมื่อเทียบกับปี 2562 ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากโครงสร้างนักท่องเที่ยวต่างชาติรายสัญชาติที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะสัดส่วนนักท่องเที่ยวกลุ่มอาเซียนที่เพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนเกิดโควิด-19 ค่อนข้างมาก

สำหรับในปี 2568 ภาคการท่องเที่ยวไทยมีแนวโน้มกลับเข้าสู่ระดับปกติ โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะกลับมาเท่าระดับเดียวกับช่วงก่อนเกิดโควิด-19 ที่ 40.0 ล้านคนได้ โดยนักท่องเที่ยวจีนจะฟื้นตัวได้มากกว่า 90% เมื่อเทียบกับปี 2562 ขณะที่นักท่องเที่ยวต่างชาติโดยรวมจะฟื้นตัวได้สูงกว่าช่วงก่อนเกิดโควิด-19 แล้ว ส่งผลให้ตลาดการท่องเที่ยวไทยในปี 2568 จะมีมูลค่าราว 2.98 ล้านล้านบาท ซึ่งกลับมาใกล้เคียงกับปี 2562 แบ่งเป็น รายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 2.01 ล้านล้านบาท และรายได้จากนักท่องเที่ยวไทย 0.97 ล้านล้านบาท

 

[addtoany]
Ellipse 1
กองบรรณาธิการ Bangkok X