อิเล็กทรอนิกส์ไทยแกร่ง ส่งออกอันดับ 1 กว่า 3.64 แสนล้าน
53889_0

ธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ไทยแกร่ง ส่งออกอันดับ 1 กว่า 3.64 แสนล้าน โดยผลประกอบการปี 68 ส่งออกแผงวงจรไฟฟ้าทุบสถิติใหม่ ขึ้นแท่นฐานผลิตภูมิภาค

พูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมการผลิตส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์และแผงวงจรไฟฟ้า ถือเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่สำคัญของเศรษฐกิจไทย โดยสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ครองมูลค่าการส่งออกอันดับ 1 ของประเทศ คิดเป็น 27.4% ของมูลค่าการส่งออกสินค้าทั้งหมด

ประเทศไทยยังเป็นฐานการผลิตอิเล็กทรอนิกส์ลำดับที่ 14 ของโลก ในปี 2568 มีมูลค่าอนุมัติส่งเสริมการลงทุนในธุรกิจนี้สูงถึง 2.7 แสนล้านบาท โดยเน้นการลงทุนในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ เพื่อรองรับการเติบโตของดาต้าเซ็นเตอร์ และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งมีความต้องการใช้เซมิคอนดักเตอร์ สูงกว่ารถยนต์สันดาปถึง 6 เท่า

เป็นผลสืบเนื่องมาจาก สถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ที่ส่งผลให้เกิดการย้ายฐานการผลิตมายังภูมิภาคอาเซียน ทำให้ไทยได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติเพิ่มขึ้น

ประกอบกับในปี 2568 ไทยได้ส่งออกแผงวงจรไฟฟ้าในสถิติใหม่พุ่งสูงสุด (New High) ที่ 3.64 แสนล้านบาท โดยมี ฮ่องกง ไต้หวัน และมาเลเซีย เป็นตลาดส่งออกสำคัญ สะท้อนความเชื่อมโยงของห่วงโซ่การผลิตอิเล็กทรอนิกส์ในภูมิภาค

เมื่อพิจารณาข้อมูลการจดทะเบียน จัดตั้งธุรกิจในอุตสาหกรรมการผลิต ส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์และแผงวงจรไฟฟ้าพบว่า มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2566 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ของการลงทุน โดยมีธุรกิจจัดตั้งใหม่ 117 ราย ทุนจดทะเบียนสูงถึง 7,640 ล้านบาท

สะท้อนความสนใจของนักลงทุน ในการเข้ามาลงทุนหรือย้ายฐานการผลิตเชิงยุทธศาสตร์ ต่อมาในปี 2567 ทุนจดทะเบียนปรับลดลงอยู่ที่ 3,379 ล้านบาท แต่จำนวนธุรกิจจัดตั้งใหม่กลับเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 176 ราย บ่งชี้ถึงการขยายตัวของระบบนิเวศธุรกิจ (Business Ecosystem)

ล่าสุดปี 2568 ธุรกิจยังคงรักษาเสถียรภาพการเติบโต มีการจัดตั้งใหม่ 179 ราย และทุนจดทะเบียนเพิ่มขึ้นเป็น 7,491 ล้านบาท ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (2566 – 2568) มีธุรกิจจัดตั้งใหม่สะสมรวมกว่า 472 ราย เงินลงทุนรวม 18,510 ล้านบาท ซึ่งเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่า ประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเป็น Electronic Manufacturing Hub ของภูมิภาค

ปัจจุบันอุตสาหกรรมดังกล่าว มีนิติบุคคลรวมทั้งสิ้น 1,168 ราย ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจขนาดเล็ก (S) คิดเป็น 80% ของจำนวนทั้งหมดในอุตสาหกรรมนี้ ขณะที่เงินลงทุนยังคงกระจุกตัว อยู่ในกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ (L) คิดเป็น 46.57% ของเงินลงทุนทั้งหมดในอุตสาหกรรมนี้

สำหรับผลประกอบการในปี 2567 พบว่า มีรายได้เติบโตอย่างก้าวกระโดด และสามารถทำกำไรสุทธิรวมสูงถึง 3.97 หมื่นล้านบาท สะท้อนถึงศักยภาพในการบริหารต้นทุน และความสามารถในการปรับตัว ต่อความต้องการของตลาดโลก

อย่างไรก็ตาม แม้ไทยจะเป็นฐานการผลิตสำคัญ ของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ แต่ยังคงต้องพึ่งพาการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในสัดส่วนสูงถึง 91.20% หรือประมาณ 2.48 แสนล้านบาท โดยมีประเทศญี่ปุ่น สิงคโปร์ และจีน เป็นนักลงทุนหลัก ขณะที่การลงทุนของผู้ประกอบการไทยอยู่ที่ 8.80%

จากข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่า แม้ประเทศไทยจะมีความได้เปรียบด้านโครงสร้างพื้นฐาน การเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน และสิทธิประโยชน์ทางการค้า แต่ก็ต้องเผชิญความท้าทายในระยะยาว คือการยกระดับเทคโนโลยีของผู้ประกอบการไทย ให้ก้าวข้ามจากบทบาทผู้รับจ้างผลิต (OEM)

ไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมของตนเอง เพื่อลดการพึ่งพาเงินทุนจากต่างชาติ สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ที่มีการแข่งขันสูงในเวทีโลก

ที่มาของข้อมูล: https://www.dbd.go.th

ข่าวที่เกี่ยวข้อง: https://bangkokx.me/import-export/

[addtoany]
Ellipse 1
กองบรรณาธิการ Bangkok X