
สู้รบตะวันออกกลาง ส่อกระทบ ส่งออกข้าวไทย สูญล้านตัน ตอนนี้การส่งออกไปอิรักหยุดชะงัก จาก 2 เดือนแรกส่งได้ 9.2 หมื่นตัน ลดลงจากปีก่อน 52.58%

อารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมได้ติดตามสถานการณ์ การสู้รบระหว่างสหรัฐฯ กับอิสราเอล-อิหร่านอย่างใกล้ชิด เนื่องจากพื้นที่ยุทธศาสตร์ของเส้นทางเดินเรือสำคัญของโลก
โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบฮอร์มุซและทะเลแดง เกิดความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่อต้นทุนค่าขนส่ง ต้นทุนพลังงานราคาน้ำมัน ค่าระวางเรือ รวมถึงค่าประกันภัย ที่ปรับสูงขึ้น ทำให้สายการเดินเรือส่วนใหญ่เปลี่ยนเส้นทางไม่เข้าทะเลแดง
เพื่อผ่านคลองซูเอชโดยอ้อมแหลมกู๊ดโฮป ประเทศแอฟริกาใต้ ซึ่งแจ้งปรับอัตราค่าระวางเรือ ช่วงวันที่ 15-30 มีนาคม อัตราปรับขึ้นกว่า40% โดยสายการเดินเรืออ้างว่า ค่าธรรมเนียมพิเศษและต้นทุนน้ำมันเพิ่มขึ้น
สำหรับส่งออกข้าวไปตะวันออกกลางต่อปีประมาณ 1.34 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่า 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งสัดส่วน 75% นำเข้าโดยอิรัก และตอนนี้การส่งออกไปอิรักหยุดชะงัก จาก 2 เดือนแรกส่งได้ 9.2 หมื่นตัน ลดลงจากปีก่อน 52.58%
ส่วนประเทศที่เหลือ เจอปัญหาเส้นทางและระยะเวลาขนส่ง ทำให้ผู้นำเข้าบางส่วนชะลอการสั่งซื้อเพื่อรอประเมินสถานการณ์ อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยืดเยื้อ และเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังเป็นปัญหา อาจกระทบต่อเป้าหมายการส่งออกข้าวไทยทั้งปี 2569 ตั้งไว้ 7 ล้านตัน จะหายไปประมาณ 1 ล้านตัน จากยอดส่งออกไปตะวันออกกลางชะงัก
“เราคงไม่อยู่นิ่ง กรมคงเดินหน้าเปิดเกมรุกทั้งการรักษาตลาดหลัก ควบคู่กับการขยายตลาดศักยภาพใหม่ การผลักดันข้าวคุณภาพสูงและข้าวมูลค่าเพิ่ม โดยเตรียมเข้าไปเพิ่มตลาดในอัฟฟริกา ทดแทนตลาดตะวันออกกลางได้บางส่วน” อารดา กล่าว

ส่วนการเจรจาจีทูจีขายข้าวไทยให้จีน ในล็อตแรก 4 หมื่นตัน ทางจีนทยอยส่งเรือมาขนสินค้า ซึ่งกำหนดส่งครบในเดือนมีนาคม จากนั้นกลางเดือนเมษายน จะเพิ่มเจรจาจีทูจีขายข้าวให้จีนอีก 5-6 หมื่นตันกับ COFCO รัฐบาลจีน ซึ่งยอมรับว่าปัญหาตอนนี้ คือกังวลเรื่องต้นทุนสูงขึ้นทุกด้าน
แม้ราคาข้าวในประเทศยังทรงตัว วันนี้ราคาข้าวขาว 5% ไทยอยู่ที่ 360 เหรียญสหรัฐต่อตัน สูงกว่าเวียดนาม อินเดียและปากีสถานเล็กน้อย
อารดา กล่าวว่า ช่วง 2 เดือนแรกปี 2569 ไทยส่งออกข้าวได้ประมาณ 1.153 ล้านตัน ลดลง 4.16 % มีมูลค่ากว่า 651 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 20,200 ล้านบาท) ลดลง 15.45% ซึ่งเหตุทำให้ปริมาณและราคาข้าวต่ำลง เนื่องจากสต๊อกตลาดโลกอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้การแข่งขันด้านราคารุนแรงมากขึ้น
รวมถึงนโยบายจำกัดการนำเข้า ของประเทศผู้นำเข้าสำคัญ เช่น อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ สำหรับค่าเงินบาทที่ปัจจุบันแม้เริ่มอ่อนค่าลง แต่ยังถือว่าอยู่ในระดับที่ค่อนข้างแข็งค่า ส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันด้านราคาส่งออกข้าวไทย
ส่วนภาพรวมการส่งออกสินค้ามันสำปะหลัง 2 เดือนแรก ปริมาณรวม 0.90 ล้านตัน มูลค่า 12,310.14 ล้านบาท ลดลง 32.33 %และ 27.24% สาเหตุจากผู้ประกอบการ อยู่ระหว่างรวบรวมผลผลิตเพื่อนำไปแปรรูป ส่งผลให้ผู้ซื้อในต่างประเทศชะลอคำสั่งในการซื้อขาย
โดยได้รับแรงสนับสนุนจากความต้องการ ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ของจีน และซาอุดีอาระเบีย ขณะที่ผลักดันการส่งออกมันอัดเม็ด ทำให้ 2 เดือนแรกปี 2569 มีปริมาณ 0.07 ล้านตัน มูลค่า 419.50 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 133.33% และ132.87%
จากเหตุการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง ทำให้แนวโน้มการได้คำสั่งซื้อที่กรมฯ ได้เปิดการขายไว้ปีก่อนอาจชะลอตัวลง แต่ก็จะหาตลาดอื่นแทน ทำให้ทั้งปี 2569 ตั้งเป้าส่งออกสินค้ามันสำปะหลังไว้ 6-7 ล้านตัน จากปีก่อน 8.2 ล้านตัน
ที่มาของข้อมูล: https://www.dft.go.th/th-th/
ข่าวที่เกี่ยวข้อง: https://bangkokx.me/import-export/
