
เชฟรอนและบริษัทผู้รับเหมา ฉลองพิธีตั้งชื่อเรือขนส่งลำใหม่ “Uniwise Commander” ผสานเทคโนโลยีทันสมัย เพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการดำเนินงาน
บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ร่วมกับ บริษัท ยูนิไวส์ ออฟชอร์ จำกัด และบริษัท มาร์ซัน จำกัด (มหาชน) จัดพิธีฉลองการตั้งชื่อเรือขนส่งลำใหม่ “Uniwise Commander” ที่ผสานเทคโนโลยีทันสมัย เพื่อสนับสนุนการขนส่งพนักงาน ไปยังฐานผลิตปิโตรเลียมของเชฟรอนในอ่าวไทยให้มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
ชาทิตย์ ห้วยหงษ์ทอง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด กล่าวว่า เชฟรอนให้ความสำคัญกับการนำนวัตกรรมมาใช้เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการดำเนินงานสำรวจและผลิตปิโตรเลียม เพื่อสนับสนุนความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศอย่างต่อเนื่อง
“เรือ ‘Uniwise Commander’ ถือเป็นการนำนวัตกรรมการเดินเรือรูปแบบใหม่มาใช้เป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยได้รับการออกแบบและปรับปรุงร่วมกันให้เหมาะสมกับการปฏิบัติงานในอ่าวไทย ความร่วมมือนี้สะท้อนการทำงานร่วมกันของพันธมิตรในการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ เพื่อยกระดับการขนส่งในอุตสาหกรรมปิโตรเลียมให้มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย ลดการใช้พลังงาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น”

เรือเอก สุรเชษฐ์ กังวานวาณิชย์ Co-Head of Business บริษัท ยูนิไวส์ ออฟชอร์ จำกัด กล่าวว่า Uniwise Commander เป็นผลจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการพัฒนาเรือที่ตอบโจทย์การปฏิบัติงานนอกชายฝั่งได้อย่างมีประสิทธิภาพและในทุกมิติการทำงาน โดยได้รับการออกแบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งบุคลากร ลดข้อจำกัดด้านการเดินทาง ลดระยะเวลาและต้นทุนในการปฏิบัติงาน พร้อมยกระดับความปลอดภัยและความสะดวกสบายของผู้โดยสาร
“Uniwise Commander ยังนับเป็นเรือไตรมารันลำแรกที่นำมาใช้สนับสนุนการปฏิบัติงานในอุตสาหกรรมปิโตรเลียมในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการนำนวัตกรรมทางทะเลมาประยุกต์ใช้ในภาคพลังงาน และเรามีความเชื่อมั่นว่า เรือลำนี้จะช่วยยกระดับมาตรฐานการขนส่งบุคลากรนอกชายฝั่งของประเทศไทยในอนาคต”

ภัทรวิน จงวิศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาร์ซัน จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า Uniwise Commander ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของอุตสาหกรรมต่อเรือและอุตสาหกรรมทางทะเลของประเทศไทย และแสดงให้เห็นถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเรือสมัยใหม่เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“ตลอดระยะเวลากว่า 46 ปีที่ผ่านมา มาร์ซันได้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านการออกแบบและต่อสร้างเรือสมรรถนะสูงสำหรับภารกิจด้านกองทัพเรือ อุตสาหกรรมพลังงานนอกชายฝั่ง และภาคเอกชน โดยได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ
เรามีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับ เชฟรอน, ยูนิไวส์ และ WIND Naval Architects ในการส่งมอบเรือขนส่งบุคลากรแบบไตรมารันสำหรับอุตสาหกรรมสำรวจและผลิตปิโตรเลียมลำแรกของประเทศไทย
โครงการนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรม ความเป็นเลิศทางวิศวกรรม และการสร้างสรรค์โซลูชันทางทะเลระดับโลกที่ช่วยยกระดับความปลอดภัย ประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน และความยั่งยืน พร้อมทั้งตอกย้ำศักยภาพของอุตสาหกรรม ต่อเรือไทยและความสามารถของบุคลากรไทยบนเวทีสากล”

ประหยัดเวลาเดินทางถึง 30%
สำหรับ เรือ “Uniwise Commander” เป็นเรือไตรมารัน ความยาวตัวเรือขนาด 35 เมตร ที่จะนำมาทดแทนการขนส่งทางเรือแบบเดิมที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน โดยได้รับการออกแบบร่วมกันโดยเชฟรอน ยูนิไวส์ และมาร์ซัน ที่จะช่วยประหยัดเวลาการเดินทางขึ้นถึง 30% มีความเสถียร และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่มีการนำนวัตกรรมเรือไตรมารันมาใช้ในการประกอบกิจการปิโตรเลียม
เรือ “Uniwise Commander” นี้ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มงวดและได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเป็นที่เรียบร้อย โดยจะเริ่มปฏิบัติงานในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2569 เป็นต้นไป

เกี่ยวกับเรือ Uniwise Commander
เรือ “Uniwise Commander” เป็นเรือไตรมารัน (เรือที่มีท้องเรือ 3 ท้อง) มีความยาวตัวเรือขนาด 35 เมตร ที่นำมาใช้เพื่อการขนส่งพนักงานนอกชายฝั่งในอุตสาหกรรมการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมเป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยเรือลำนี้ได้รับการต่อสร้างโดย บริษัท มาร์ซัน จำกัด (มหาชน) และได้ส่งมอบให้กับบริษัท ยูนิไวส์ ออฟชอร์ จำกัด เพื่อนำมาให้บริการขนส่งพนักงานของบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด
เรือไตรมารันลำนี้ ได้รับการออกแบบโดย WIND Naval Architects และพัฒนาร่วมกันระหว่าง มาร์ซัน ยูนิไวส์ และเชฟรอน เพื่อรองรับการใช้งานในการขนส่งเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานทางทะเลจากฝั่งไปยังฐานปฏิบัติงานกลางทะเลในอ่าวไทย โดยการใช้เรือที่มี 3 ท้องนี้ ช่วยให้เรือมีพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น มีความเสถียรในการเดินเรือ รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และมีความปลอดภัยที่มากขึ้น โดยมีคุณลักษณะเด่น ดังนี้
• ระบบไฮโดรฟอยล์ (Hydrofoil) ที่ช่วยลดแรงเสียดทาน เพิ่มประสิทธิภาพด้านความเร็วและเสถียรภาพในการเดินเรือ ทำให้เรือสามารถเดินทางด้วยความเร็วสูง โดยความเร็วขณะปฏิบัติการอยู่ระหว่าง 32 – 34 นอตขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ จึงช่วยลดระยะเวลาเดินทางลงโดยเฉลี่ยประมาณ 30% เมื่อเทียบกับการเดินทางด้วยเรือขนส่งพนักงานแบบเดิม
• ระบบขับเคลื่อนแบบวอเตอร์เจ็ต (Waterjet) เพิ่มความคล่องตัว และควบคุมทิศทางได้อย่างคล่องตัว ทั้งในสภาวะปกติและสถานการณ์ที่ต้องการการตอบสนองอย่างรวดเร็ว
• ได้รับการออกแบบท้องเรือแบบกึ่งจมกึ่งลอย (Semi-Small Water Plane Area: Semi-SWATH) ซึ่งช่วยลดแรงกระแทกจากคลื่น และเพิ่มความปลอดภัยในระหว่างการขนย้ายคนขึ้น–ลงแท่น มีเสถียรภาพสูง สามารถรองรับสภาพคลื่นลมแรงได้ถึง 2.5 เมตร
• ติดตั้งกล้องมองกลางคืน (Night Vision Camera) เพื่อช่วยเพิ่มความปลอดภัยโดยป้องกันการเกิดอุบัติเหตุระหว่างการเดินเรือในเวลากลางคืน
• การออกแบบภายในที่คำนึงถึงความสะดวกสบาย ด้วยที่นั่งลักษณะเดียวกับชั้นธุรกิจ และมุมมองรอบด้านถึง 270 องศา

ทรรศนีย์ หงษ์ไกรเลิศ รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายบริหารซัพพลายเชน และ โลจิสติกส์ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด เป็นสุภาพสตรีผู้ประกอบพิธีตั้งชื่อเรือ (Vessel Sponsor) พร้อมด้วยผู้บริหารจากหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วมเป็นสักขีพยานในพิธี ซึ่งจัดขึ้นที่ท่าเรือจุกเสม็ด การท่าเรือสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
ที่มาของข้อมูล: บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:บางจากฯ แจงเรือขนส่งน้ำมันล่าสุด แชร์ลูกค้าร่วมที่สิงคโปร์
