“บางจาก” ทุ่มเงินซื้อ Chevron ฮ่องกง หวังกลั่นน้ำมันขาย ลิตรละ 120 บาท
คณะผู้บริหารบางจาก 1

 “บางจาก” ทุ่มเงินซื้อ Chevron ฮ่องกง หวังกลั่นน้ำมันขายลิตรละ 120 บาท สูงกว่าไทยถึง 3-4 เท่า สำหรับผลการดำเนินงานปี 2568  ใช้กลยุทธ์สร้างการเติบโต สร้างมูลค่าผ่านการลงทุน และการถอนการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ทำรายได้ปี 2568 ทะลุ 507,570 ล้านบาท  แม้เผชิญแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบต่ำและผลขาดทุนสินค้าคงคลัง

การขยายการลงทุนไปยังตลาดพลังงานในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ถือเป็นก้าวสำคัญของบางจาก ทั้งในการขยายธุรกิจต่างประเทศ การเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน และสร้างความแข็งแกร่งให้ระบบโลจิสติกส์พลังงาน โดย CHK มีธุรกิจน้ำมันค้าปลีก น้ำมันอุตสาหกรรม น้ำมันเรือเดินสมุทร คลังน้ำมัน และสถานีบริการทั่วฮ่องกง

 ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หลังจากที่บริษัทบางจากเข้าซื้อหุ้นกิจการบริษัท Chevron Hong Kong Limited (CHK) ในสัดส่วน 100% เป็นที่เรียบร้อยแล้ว  มูลค่าการลงทุนเบื้องต้น 270 ล้านเหรียญสหรัฐ จะมีการชำระเงินในช่วงกลางปี 2569 นี้  ขณะที่ CHK จะทำการเปลี่ยนชื่อเป็น Bangchak Hong Kong Limited ซึ่งจะดำเนินงานภายใต้แบรนด์ Caltex by Bangchak ทุกปั้มในฮ่องกง ในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้

โดยการเข้าลงทุนใน CHK มีเหตุผลเชิงกลยุทธ์หลายด้าน ทั้งการสร้างฐานรายได้ที่มั่นคงในตลาดที่มีค่าการตลาดสูง  และฮ่องกงเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์พลังงานของภูมิภาค และการเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารสินค้าคงคลัง

นอกจากนี้ ฮ่องกงยังมีเสถียรภาพด้านอัตราแลกเปลี่ยน จากค่าเงินดอลลาร์ฮ่องกงที่ผูกกับดอลลาร์สหรัฐ และระบบกฎหมายที่เข้มแข็ง ช่วยลดความเสี่ยงด้านการลงทุนระยะยาว ดีลดังกล่าวสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ “Accelerating Bangchak 100x” ที่มุ่งยกระดับบางจากสู่ผู้ดำเนินธุรกิจโรงกลั่นและการตลาดระดับภูมิภาคและสากล

“สิ่งที่ทำให้ฮ่องกงพิเศษคือ การเป็นตลาดเสรี (Free Market ซึ่งรัฐบาลฮ่องกงไม่แทรกแซงราคาและปล่อยให้กลไกตลาดทำงาน ทำให้ส่วนต่างราคาน่าสนใจมากสำหรับผู้ผลิต ที่ราคาน้ำมันค้าปลีกสูงถึงลิตรละ 120 บาท ซึ่งสูงกว่าประเทศไทยถึง 3-4 เท่าตัว ขณะที่ต้นทุนน้ำมันหน้าโรงกลั่น (ก่อนภาษี) นั้นอยู่ที่ระดับ 17-18 บาท ใกล้เคียงกับตลาดโลกและยังไม่มีประเด็นเรื่องการผูกขาดทางการค้าด้วย” ชัยวัฒน์กล่าว

ช่วงแรกสถานีบริการน้ำมัน จะยังคงเปิดให้บริการภายใต้แบรนด์ Caltex เพื่อความต่อเนื่องทางธุรกิจ จากนั้นจะทดสอบตลาดในช่วง 2 ปี ด้วยการเปลี่ยนรูปลักษณ์สถานีบริการน้ำมันจำนวน 2 แห่ง ให้เป็นแบรนด์ “บางจาก” อย่างเต็มรูปแบบ  เพื่อประเมินผลการตอบรับจากผู้บริโภคชาวฮ่องกง  และจะทยอยเปลี่ยนให้เป็นแบรนด์“บางจาก” ทั้งหมดในระยะเวลา 5 ปี ปัจจุบันแบรนด์ Caltex ในฮ่องกงมีส่วนแบ่งตลาดถึง 17%.

 การขยายธุรกิจในปี 2569 ผ่านโครงสร้างธุรกิจใหม่

บางจากวางเป้าหมายการเติบโตของผลประกอบการในปี 2569 เติบโตมากกว่าปีก่อน ผ่านโครงสร้างธุรกิจใหม่ที่มีความแข็งแกร่งในทุกมิติ โดยในกลุ่มธุรกิจการค้าน้ำมันนั้น ตั้งเป้าการเติบโตของ EBITDA ไว้ที่ 25% หรือขยับขึ้นสู่ระดับมากกว่า 1,000 ล้านบาท

ขณะที่กลุ่มธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมเตรียมเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นราว 50% มาอยู่ที่ระดับ 50,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงาน

สำหรับกลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการตลาดนั้น คาดการณ์ปริมาณการกลั่นจะเพิ่มขึ้นเป็น 275,000 บาร์เรลต่อวัน ภายใต้ค่าการกลั่นพื้นฐาน (GRM) ที่ยังคงระดับแข็งแกร่งในเกณฑ์ 6–6.5 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล

ซึ่งดีลในการเข้าซื้อกิจการ Chevron Hong Kong จะเริ่มสร้างผลการดำเนินงาน โดยคาดว่าจะช่วยสร้าง EBITDA เพิ่มเติมให้กับกลุ่มบริษัทได้ถึง 750-1,000 ล้านบาทในปี 2569 ทันที

ในส่วนของกลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐาน บางจากตั้งเป้าผลักดัน EBITDA ให้เติบโตอีกราว 10% จากการปรับพอร์ตโฟลิโอและหมุนเวียนเงินลงทุนเพื่อเพิ่มผลตอบแทน โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญจากการรับรู้รายได้ของโรงไฟฟ้า CCGT ในสหรัฐฯ ที่มีผลการดำเนินงานแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง

รวมถึงโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม “Monsoon” ขนาด 600 เมกะวัตต์ ที่จะเดินเครื่องผลิตเต็มปี ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนกำไรและรองรับการขยายตัวสู่ธุรกิจพลังงานสะอาดและดิจิทัลในอนาคตอย่างยั่งยืน

เผยปี 2568 เติบโตจากการซื้อ-ถอนการลงทุนรายได้ 5 แสนล้าน

ด้านผลการดำเนินงานปี 2568  กลุ่มบริษัทมีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 507,570 ล้านบาท มี Accounting EBITDA 35,753 ล้านบาท และกำไรส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 2,880 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน

ขณะที่กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ (ไม่รวมรายการพิเศษ) อยู่ที่ 10,240 ล้านบาท เติบโต 67% สะท้อนประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ แม้เผชิญแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบที่อยู่ในระดับต่ำ และผลขาดทุนจากสินค้าคงคลัง

ที่มาของข้อมูล :. https://www.bangchak.co.th/th/home

ข่าวที่เกี่ยวข้อง   https://bangkokx.me/oil-power-consumtion/

[addtoany]
Ellipse 1
กองบรรณาธิการ Bangkok X