สภาอุตฯ เผยยอดขายรถยนต์เม.ย.โต 2.54% รถ EV หนุนตลาด แต่ส่งออกยังหดจากตะวันออกกลาง
file_000000000aa87206b3658182d79f09c5

ยอดขายรถยนต์เดือนเมษายน 2569 อยู่ที่ 48,394 คัน เพิ่มขึ้น 2.54% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน โดยได้แรงหนุนจากยอดขายรถ EV และการส่งมอบรถที่จองในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ขณะที่ภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ยังเผชิญแรงกดดันจากการผลิตที่ลดลงเล็กน้อย และการส่งออกรถยนต์ที่หดตัวจากตลาดตะวันออกกลางสถิติยานยนต์ เม.ย. 2569

ยอดขายรถยนต์เดือนเมษายน 2569 โต 2.54% จากแรงหนุนรถ EV

สุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ ส.อ.ท. เปิดเผยว่า เดือนเมษายน 2569 ประเทศไทยผลิตรถยนต์ได้ 103,794 คัน ลดลง 0.44% จากเดือนเมษายน 2568 และลดลง 22.20% จากเดือนมีนาคม 2569

การผลิตที่ลดลงมาจากการผลิตเพื่อขายในประเทศที่ลดลง 1.70% โดยเฉพาะรถยนต์นั่ง ทั้งเครื่องยนต์สันดาปภายในและรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งลดลงรวม 16.77% จากเดือนเมษายนปีก่อน

อย่างไรก็ตาม ยอดการผลิตสะสมช่วงเดือนมกราคม–เมษายน 2569 อยู่ที่ 473,545 คัน เพิ่มขึ้น 4% จากช่วงเดียวกันของปี 2568 สะท้อนว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยยังมีแรงพยุงจากการผลิตเพื่อส่งออกและรถกระบะบางกลุ่ม แม้ตลาดในประเทศยังถูกกดดันจากกำลังซื้อและความเข้มงวดด้านสินเชื่อ

สภาอุตฯ เผยยอดขายรถยนต์เม.ย. 2569 โต 2.54% จากรถ EV แต่ส่งออกยังหดจากตะวันออกกลาง

ยอดขายรถยนต์เม.ย. ได้แรงหนุนจาก EV

ยอดขายรถยนต์เม.ย. 2569 ขยายตัวจากกลุ่มรถยนต์นั่งและรถยนต์ไฟฟ้าเป็นหลัก โดยรถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์มียอดขาย 33,654 คัน คิดเป็น 69.54% ของยอดขายรวม และเพิ่มขึ้น 9.07% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน

กลุ่มที่เติบโตเด่นคือรถยนต์นั่งไฟฟ้า BEV มียอดขาย 13,882 คัน เพิ่มขึ้น 27.35% และคิดเป็น 28.69% ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมด ขณะที่รถยนต์ HEV มียอดขาย 11,204 คัน เพิ่มขึ้น 41.75%

ในทางกลับกัน รถยนต์สันดาปภายใน หรือ ICE มียอดขาย 7,109 คัน ลดลง 35.18% สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของตลาดรถยนต์นั่งจากเครื่องยนต์สันดาปไปสู่รถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริดมากขึ้น

สำหรับรถกระบะ มียอดขาย 9,831 คัน ลดลง 10.11% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน โดย ส.อ.ท. ระบุว่า ยังได้รับผลกระทบจากความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน เศรษฐกิจในประเทศที่เติบโตต่ำ และกำลังซื้อประชาชนที่ยังอ่อนแอ

ผลิตรถยนต์ลดเล็กน้อย รถกระบะไฟฟ้าโตจากฐานต่ำ

ด้านการผลิตรถยนต์นั่งเดือนเมษายน 2569 อยู่ที่ 36,650 คัน ลดลง 8.43% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นรถยนต์นั่ง ICE 11,870 คัน ลดลง 24.15% รถยนต์นั่ง BEV 4,716 คัน ลดลง 1.01% รถยนต์นั่ง PHEV 1,738 คัน เพิ่มขึ้น 68.57% และรถยนต์นั่ง HEV 18,326 คัน ลดลง 1.37%

ส่วนรถยนต์บรรทุกผลิตได้ 67,144 คัน เพิ่มขึ้น 4.54% โดยรถกระบะขนาด 1 ตันผลิตได้ 65,933 คัน เพิ่มขึ้น 3.44% ขณะที่รถกระบะดับเบิลแค็บ BEV ในช่วงเดือนมกราคม–เมษายน 2569 ผลิตสะสม 1,536 คัน เพิ่มขึ้น 38,300% จากฐานที่ต่ำมากในปีก่อน

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า แม้ตลาดรถกระบะโดยรวมยังถูกกดดันจากสินเชื่อและกำลังซื้อ แต่รถกระบะไฟฟ้าเริ่มมีบทบาทมากขึ้นในสายการผลิต แม้ปริมาณจริงยังอยู่ในระดับจำกัดเมื่อเทียบกับรถกระบะเครื่องยนต์ทั่วไป

ส่งออกรถยนต์หดจากตลาดตะวันออกกลาง

การส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปเดือนเมษายน 2569 อยู่ที่ 60,190 คัน ลดลง 8.43% จากเดือนเมษายน 2568 และลดลง 25.13% จากเดือนมีนาคม 2569 โดยปัจจัยสำคัญมาจากการส่งออกไปตลาดตะวันออกกลางที่เหลือ 993 คัน ลดลง 91.76% หรือหายไป 11,053 คันจากปีก่อน

ส.อ.ท. ระบุว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและการปิดช่องแคบฮอร์มุซส่งผลกระทบต่อการส่งออกรถยนต์ โดยเฉพาะรถกระบะ ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกหลักของไทย หากสถานการณ์ยืดเยื้อเกิน 3 เดือน อาจทำให้การผลิตเพื่อส่งออกไม่ถึงเป้าหมายที่วางไว้

โครงสร้างการส่งออกเดือนเมษายน 2569 ยังพึ่งพารถกระบะเป็นหลัก โดยส่งออก 36,615 คัน คิดเป็น 60.83% ของการส่งออกทั้งหมด ลดลง 16.97% จากปีก่อน ขณะที่รถยนต์นั่ง BEV ส่งออก 1,924 คัน เพิ่มขึ้น 191.52% และรถยนต์นั่ง HEV ส่งออก 6,713 คัน เพิ่มขึ้น 42.80%

มูลค่าการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปเดือนเมษายน 2569 อยู่ที่ 42,942.55 ล้านบาท ลดลง 6.71% ส่วนมูลค่าส่งออกรวมรถยนต์ เครื่องยนต์ ชิ้นส่วน อะไหล่ รถจักรยานยนต์ และชิ้นส่วน อยู่ที่ 67,905.94 ล้านบาท ลดลง 5.60%

ยอดขายรถยนต์เม.ย. สะท้อนตลาดเปลี่ยนผ่านสู่ EV

ข้อมูลจดทะเบียนยานยนต์ไฟฟ้า BEV เดือนเมษายน 2569 อยู่ที่ 12,512 คัน เพิ่มขึ้น 55.84% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นรถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่าง ๆ 10,007 คัน เพิ่มขึ้น 59.75% และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า 2,453 คัน เพิ่มขึ้น 43.96%

ช่วงเดือนมกราคม–เมษายน 2569 มียานยนต์ BEV จดทะเบียนใหม่สะสม 75,493 คัน เพิ่มขึ้น 88.64% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่าง ๆ อยู่ที่ 67,063 คัน เพิ่มขึ้น 111.82%

ณ วันที่ 30 เมษายน 2569 ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท BEV มีจำนวน 447,351 คัน เพิ่มขึ้น 67.63% จากปีก่อน แบ่งเป็นรถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่าง ๆ 347,408 คัน รถจักรยานยนต์ 92,877 คัน รถกระบะและรถแวน 1,679 คัน รถโดยสาร 2,948 คัน และรถบรรทุก 1,386 คัน

ภาพรวม ยอดขายรถยนต์เดือนเมษายน 2569 จึงสะท้อนตลาดรถยนต์ไทยที่กำลังเปลี่ยนผ่านพร้อมกันหลายด้าน ทั้งแรงหนุนจากรถ EV ในประเทศ การฟื้นตัวแบบจำกัดของยอดขาย และความเสี่ยงจากตลาดส่งออกที่ยังขึ้นอยู่กับสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะตลาดตะวันออกกลางซึ่งเป็นตลาดสำคัญของรถกระบะไทย

ข้อมูลเพิ่มเติม : https://www.fti.or.th/

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : https://bangkokx.me/oil-refineries-transparency/

[addtoany]
Ellipse 1
กองบรรณาธิการ Bangkok X