ธุรกิจสุขภาพไทย 1.4 ล้านล้าน โตสุดในโลก “No Age” รุกเจาะตลาด
NoAge

ธุรกิจสุขภาพไทย 1.4 ล้านล้าน โตสุดในโลก “No Age” รุกเจาะตลาด ร่วมมือ Inspire Link นำเทคโนโลยีการตรวจสุขภาพเชิงลึก PET-CT จาก Tokyo Midtown Clinic สู่ไทย จัดทริปสุขภาพระดับพรีเมียม รับเทรนด์เวชศาสตร์เชิงป้องกัน และสังคมผู้สูงวัย

โกวิทย์ คันธาภัสระ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ก่อตั้ง Inspire Link เผยว่า หลังจากเขาและดร.ธุรดี คันธาภัสระ ได้สัมผัสกับปรัชญาการแพทย์ อันเป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่น ที่ผสมผสานความแม่นยำในการวินิจฉัย การดูแลแบบ Personalized ด้วยความเป็นส่วนตัว พิถีพิถันในการดูแลสุขภาพระดับพรีเมี่ยม ของ No Age International ทำให้เขาสนใจนำบริการนี้ มาให้คนไทยและคนที่รักสุขภาพ ได้มีโอกาสใช้บริการ

โกวิทย์ คันธาภัสระ

 

ด้วยประสบการณ์ที่พึงพอใจ Inspire Link จึงได้ร่วมมือกับ No Age International ผู้บุกเบิกการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันของญี่ปุ่น โดยเป็นตัวแทนอย่างเป็นทางการ เพียงรายเดียวในประเทศไทย ของ No Age International นำโปรแกรมการดูแลสุขภาพด้วยเทคโนโลยี PET-CT จาก Tokyo Midtown Clinic มาแนะนำให้คนที่สนใจดูแลสุขภาพด้วยเวชศาสตร์เชิงป้องกัน

ความร่วมมือดังกล่าวนับว่า No Age International ได้ขยายสู่ประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยมี Inspire Link เป็นตัวแทนพิเศษเพียงรายเดียว ที่ลงนามสัญญากันไปเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569

โดยผู้บริหารทั้งจาก Inspire Link และ No Age ได้บอกเล่าประสบการ “The Founder’s Experience” ในฐานะผู้มีประสบการณ์จริง เพื่อสะท้อนมาตรฐานการแพทย์แบบญี่ปุ่น ที่ให้ความสำคัญกับทั้ง “ความแม่นยำ” และ “ความใส่ใจ” ในทุกรายละเอียด พร้อมตอกย้ำบทบาทของ Inspire Link ในการเป็น “สะพานเชื่อม” ระหว่างนวัตกรรมการแพทย์ขั้นสูงจากญี่ปุ่น กับไลฟ์สไตล์ของผู้นำธุรกิจไทยยุคใหม่

เทตซุโระ โยชิฮาระ, โกวิทย์ คันธาภัสระ

 

ออกแบบ “ชีวิตคุณภาพ”

การเปิดตัวครั้งนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึง ทิศทางใหม่ของอุตสาหกรรมสุขภาพโลก ที่กำลังก้าวจาก “Healthcare” ไปสู่ “Life Optimization” หรือการออกแบบชีวิตให้มีคุณภาพ (Health Span) และประสิทธิภาพสูงสุด (Vitality) ในระยะยาวซึ่งกำลังกลายเป็น หนึ่งในตลาดมูลค่าสูงที่ได้รับความสนใจ จากผู้บริโภคระดับพรีเมียมทั่วโลก

“ความร่วมมือระหว่าง อินสไปร์ ลิงค์ กับ โนเอจ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการขยายตลาดด้านเวชศาสตร์อายุยืนยาวของกลุ่มโนเอจฯ เข้าสู่ภูมิภาคอาเซียน และมีเป้าหมายที่จะขยายไปอีกหลายประเทศในภูมิภาคนี้ เพื่อตอบโจทย์กับความต้องการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน มากกว่าการรักษาเมื่อเจ็บป่วย” โกวิทย์ กล่าว

ดร.จุนอิชิ ทากุชิ (Dr. Junichi Taguchi) ประธาน Tokyo Midtown Clinic ที่ให้บริการด้านเวชศาสตร์อายุยืนยาว ให้กับ No Age International กล่าวว่า ญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับการแพทย์เชิงป้องกัน มาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะการค้นหาความเสี่ยงของโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพื่อช่วยให้ผู้คนสามารถมีชีวิตที่แข็งแรง และมีคุณภาพในระยะยาว การเข้ามารุกตลาดในไทย เพราะมองเห็นโอกาสการเติบโตของธุรกิจนี้ในประเทศไทย

“ปัจจุบันประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ เหมือนกับประเทศญี่ปุ่น ทำให้ความต้องการที่จะมีอายุยืนยาวที่มีคุณภาพ จึงมีแนวโน้มที่เติบโตขึ้น จึงเป็นโอกาสที่เราจะขยายงานบริการมาที่ประเทศไทย” ทากุชิ กล่าว

จากรายงานของ Global Wellness Institute ปี 2568 ระบุว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีตลาดสุขภาพเติบโตที่สุดในโลกโดยมีมูลค่าตลาดรวม 1.4 ล้านล้านบาท ในปี 2566 และมีอัตราการเติบโตถึง 28.4% ต่อปี คิดเป็นสัดส่วนถึง 7.87% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP)

ตลาดสุขภาพมูลค่า 1.4 ล้านล้านบาท เป็นการรวมเวชศาสตร์อายุยืนยาว หรือเวชศาสตร์ป้องกันและการแพทย์เฉพาะบุคคล มูลค่าสูงถึง 91,500 ล้านบาท ที่มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่า คนไทยให้ความสำคัญกับเรื่องของเวชศาสตร์อายุยืนยาว หรือเวชศาสตร์ในเชิงป้องกัน และการแพทย์เฉพาะบุคคลมากขึ้น

ตรวจสุขภาพเชิงลึก

ในโอกาสเปิดตัวบริการ No Age ในไทย ได้นำเสนอ 3 แพ็คเกจพิเศษในช่วงเริ่มต้น รองรับผู้สนใจใช้บริการในจำนวนจำกัด 23 ที่นั่ง ประกอบด้วย

-Vitality พลังชีวิต บริการตรวจสุขภาพเชิงลึกด้วยเทคโนโลยีสูงสุด พร้อมรับบริการเสริมคุณภาพ 10 ที่นั่ง

-Renewal การฟื้นฟู ผสานการตรวจสุขภาพและการบำบัดบริสุทธิ์เลือด เพื่อฟื้นฟูร่างกาย 8 ที่นั่ง

– Legacy มรดกแห่งสุขภาพ โปรแกรมสุขภาพสูงสุด รวมสเต็มเซลล์บำบัด ประสบการณ์ญี่ปุ่น 5 ที่นั่ง

ผู้สนใจสามารถเลือกทริปการเดินทางเพื่อการดูแลสุขภาพ เพื่อใช้บริการตรวจสุขภาพที่ Tokyo Midtown Clinic ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นคลินิกเฉพาะทางขนาดใหญ่ ที่ให้บริการด้านสุขภาพมายาวนาน โดยบริการหลักที่ No Age แนะนำสำหรับผู้สนใจมาจาก 3 โปรแกรม

-การตรวจสุขภาพเชิงลึก Advanced Health Screening (PET-CT) เป็นการตรวจสุขภาพแบบเต็มร่างกายที่แม่นยำที่สุด ด้วยเทคโนโลยี PET-CT ของญี่ปุ่น สามารถตรวจพบความผิดปกติในระดับเซลล์ ได้ก่อนที่อาการจะปรากฏหลายปี เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรู้สุขภาพตนเอง อย่างลึกซึ้งและครบถ้วน

-การบำบัดบริสุทธิ์เลือด Blood Purification Therapy (DFPP) คือการบำบัดบริสุทธิ์เลือดที่ผ่านการพิสูจน์ทางคลินิกแล้วกรองและกำจัดสารพิษ ไขมันส่วนเกิน และโปรตีนอักเสบออกจากเลือด ฟื้นฟูพลังชีวิตจากภายใน เหมือนการ “รีเซ็ต” ร่างกายในระดับเลือด

-การบำบัดด้วยสเต็มเซลล์ Stem Cell Therapy การบำบัดด้วยสเต็มเซลล์ ที่พัฒนาร่วมกับมหาวิทยาลัยโตเกียว บุกเบิกมาตั้งแต่ปี 1994 ทำงานในระดับชีววิทยาลึกที่สุด ฟื้นฟูเซลล์ คืนการทำงานของอวัยวะ และย้อนกลับสัญญาณการเสื่อมสภาพของเซลล์ ซึ่งเป็นก้าวกระโดดในวิทยาศาสตร์ด้านความยืดหยุ่นของชีวิต

แต่ละโปรแกรมเป็นเวชศาสตร์เชิงป้องกันชั้นเลิศ ที่มีมาตรฐานมีหลักฐานการยอมรับ และมีการวิจัยพัฒนาตามมาตรฐาน ในสนนราคาเริ่มต้นที่ 1.1 ล้านเยน หรือราว 2.26 แสนบาท (เฉพาะโปรแกรมบริการสุขภาพ)

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากรไทย ที่กำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ด้วยการมีประชากรอายุเกิน 60 ปี เป็นสัดส่วนมากกว่า 20% ของจำนวนประชากรทั้งหมดในปัจจุบัน

“No Age means a life beyond the limitations of time การไม่มีอายุ หมายถึงชีวิตที่พ้นจากข้อจำกัดของกาลเวลา” เทตซุโระ โยชิฮาระ (Tetsuro Yoshihara) ประธาน No Age International กล่าว พร้อมเผยว่าบริการของ No Age ที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือ การบำบัดบริสุทธิ์เลือด หรือ Blood Purification Therapy (DFPP) คือการบำบัดบริสุทธิ์เลือดที่ ผ่านการพิสูจน์ทางคลินิก แล้วกรองและกำจัดสารพิษไขมันส่วนเกิน และโปรตีนอักเสบออกจากเลือด ฟื้นฟูพลังชีวิตจากภายใน เป็นการรีเซ็ตร่างกายในระดับเลือด

เทตซุโระ โยชิฮาระ
เกี่ยวกับ No Age International

No Age International เป็นผู้บุกเบิกการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันของญี่ปุ่น ก่อตั้งขึ้นด้วยพันธกิจ นำวิทยาศาสตร์การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ที่ก้าวหน้าที่สุดของญี่ปุ่นสู่โลก ญี่ปุ่นมีอายุขัยเฉลี่ยของประชากรสูงที่สุดในโลกอย่างต่อเนื่อง เป็นผลจากวัฒนธรรม การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน การแพทย์ที่แม่นยำ และสวัสดิภาพแบบองค์รวมที่ เป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่น

No Age International เป็นกิจการร่วมทุนระหว่าง 2 บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกส่ามารถยืนยันมาตรฐานทางธุรกิจและการแพทย์สูงสุด จากความร่วมมือของ Mitsubishi Corporation มิตซูบิชิ คอร์ปอเรชั่น หนึ่งในบริษัทซอกโช (Sogo Shosha) ที่ใหญ่ที่สุดด้วยมาตรฐานระดับโลกในทุกอุตสาหกรรม Mitsubishi นำมาตรฐานระดับสูงสุดมาสู่ No Age International ในด้านกระบวนการ ความน่าเชื่อถือ และธรรมาภิบาล

อีกพาร์ทเนอร์ คือ Resorttrust Group รีสอร์ทราสต์ กรุ๊ป ผู้นำด้าน premium membership resort และ medical services ในญี่ปุ่น Resorttrust นำประสบการณ์การดูแลแบบ White Glove และมาตรฐานทางการแพทย์ชั้นสูง มาสู่ทุกโปรแกรมของ No Age

X Info..
เทรนด์ดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน

เศรษฐกิจสุขภาพของประเทศไทยในวันนี้ เป็นภาพสะท้อนของการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างของประเทศ จากระบบที่เน้น “การรักษาเมื่อป่วย” ไปสู่ระบบที่ให้ความสำคัญกับ “การป้องกันก่อนป่วย” อย่างเป็นรูปธรรม

รายงานล่าสุดจาก Global Wellness Institute (GWI) ระบุว่า ในปี 2567 มูลค่าเศรษฐกิจสุขภาพ (Wellness Economy) ของประเทศไทยอยู่ที่ 42.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจาก 38.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2566 คิดเป็นอัตราเติบโต 10.1% นับเป็นการเติบโตอันดับ 7 ของโลก

ตัวเลขดังกล่าวยืนยันว่า “สุขภาพ” ไม่ใช่ต้นทุนของประเทศอีกต่อไป แต่เป็นสินทรัพย์ทางเศรษฐกิจที่มีมูลค่าสูงและมีศักยภาพในการขยายตัวระยะยาว

ในระดับโลก เศรษฐกิจสุขภาพมีมูลค่ารวม 6.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2567 และเติบโตเฉลี่ย 7.9% ต่อปีในช่วงปี 2566-2567 ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของ GDP โลก และมีการคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจสุขภาพยังคงขยายตัวเฉลี่ยปีละ 7.6% ส่งผลให้ภายในปี 2572มูลค่ารวมทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นแตะ 9.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ แนวโน้มดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า แนวคิดเรื่องการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Health) กำลังกลายเป็นทิศทางหลักของโลก

สำหรับประเทศไทย ปัจจุบันอยู่ในอันดับ 9 จาก 45 ประเทศในภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก และอันดับ 24 ของโลกจาก 218 ประเทศ สะท้อนศักยภาพการแข่งขันในเวทีสากลอย่างชัดเจน โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) ยังมีศักยภาพเป็นเครื่องยนต์หลักทางเศรษฐกิจ

ด้วยมูลค่า 14.05 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2567 และมีอัตราการเติบโตสูงถึง 36.4% สูงเป็นอันดับ 3 ของโลก ตอกย้ำความเชื่อมั่นประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการดูแลสุขภาพ พร้อมกับการพักผ่อน

ซูซี่ เอลลิส (Susie Ellis) ประธานและ CEO ของ Global Wellness Institute กล่าวว่า การที่ประเทศไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในฐานะหนึ่งในผู้นำด้านสุขภาพของโลก ด้วยมูลค่าตลาด 42.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และอัตราการเติบโตในระดับเลขสองหลัก สะท้อนทั้งรากฐานวัฒนธรรม ที่ให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ที่ดี ควบคู่กับวิสัยทัศน์ ในการลงทุนเชิงนวัตกรรม และการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน

การขยายตัวของธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ สปา และอสังหาริมทรัพย์เพื่อสุขภาพ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศไทย ในการตอบโจทย์ความคาดหวังใหม่ ของผู้บริโภคยุคปัจจุบัน พร้อมทั้งมีบทบาทในการขับเคลื่อนอนาคตของเศรษฐกิจสุขภาพของโลก

โตต่อเนื่องตลอด 10 ปี

การเติบโตในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจสุขภาพขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ด้วยอัตราเติบโตเฉลี่ย (CAGR) กว่า 7-11% ต่อปี เกิดการปฏิวัติจากแอปพลิเคชันด้านสุขภาพ (Health Super Apps) การแพทย์ทางไกล (Telemedicine) และการตรวจคัดกรอง ตั้งแต่ระดับเซลล์และพันธุกรรม

ผู้คนให้การยอมรับสูงมาก โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่และวัยทำงาน เนื่องจากความตื่นตัวหลังวิกฤตโรคระบาด และความต้องการมีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว (Longevity)

ประเทศญี่ปุ่น เป็นผู้นำด้านเวชศาสตร์อายุยืนยาว 10 ปีที่ผ่านมา ญี่ปุ่นซึ่งเป็นสังคมผู้สูงอายุขั้นสุดยอด (Super-Aged Society) ได้นำนโยบายเชิงป้องกันมาใช้เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุข มีการใช้เทคโนโลยีตรวจคัดกรองมะเร็งระดับสูง เช่น PET-CT และนวัตกรรม Precision Longevity

ผู้คนให้การยอมรับ เป็นบริการที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย และได้รับการสนับสนุนผ่านระบบประกันสุขภาพพื้นฐาน (Universal Health Coverage) ซึ่งมีการบังคับตรวจสุขภาพประจำปีอย่างจริงจัง ทำให้คนญี่ปุ่น มีอายุขัยเฉลี่ยสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

สำหรับประเทศไทย ในฐานะ Medical Hub แห่งเอเชีย ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมาตลาดสุขภาพและความงามของไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในฐานะศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical & Wellness Tourism) และการขยายตัวของศูนย์เวชศาสตร์ป้องกันเฉพาะบุคคล (เช่น BDMS Wellness Clinic)

ในด้านการยอมรับและการเข้าถึง คนไทยให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเชิงรุก และชะลอวัยเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในกลุ่มชนชั้นกลางและผู้มีกำลังซื้อ อย่างไรก็ตาม เมื่อมองในระดับมหาชน อัตราการเข้าถึงและตระหนักรู้ยังคงมีความเหลื่อมล้ำ โดยมีคนไทยเพียงราว 48% ที่ให้ความสำคัญกับการป้องกันเชิงรุกอย่างจริงจัง

ในปัจจุบันการเข้าถึงบริการสุขภาพ ผ่านเทคโนโลยีมากขึ้น ประชาชนสามารถเข้าถึงการแพทย์ป้องกันได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องรอไปโรงพยาบาล สามารถติดตามผ่านอุปกรณ์อย่าง Smartwatch การปรึกษาแพทย์ออนไลน์ (Telemedicine) และการตรวจสุขภาพเฉพาะบุคคลเชิงลึก (Precision Medicine)

นอกจากนี้ยังมีการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพรองรับ และประเทศไทยมีโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง มีโรงพยาบาลที่ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับโลก (JCI) จำนวนมาก ทำให้เป็นจุดหมายปลายทาง ที่คนทั่วโลกและคนไทยเองสามารถเข้าถึงบริการระดับพรีเมียมได้

ระบบสุขภาพไทยอันดับ 8 โลก  

ข้อมูลจาก เว็บไซต์ Hfocus.org เจาะลึกระบบสุขภาพ ระบุว่า Numbeo เว็บไซต์ข้อมูลด้านคุณภาพชีวิตระดับโลก เผยแพร่รายงานการจัดอันดับ “World’s Best Healthcare Systems 2026” ซึ่งเป็นการประเมินคุณภาพ ระบบสาธารณสุขโดยรวมจากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก โดยพิจารณาจากปัจจัยพื้นฐานสำคัญ ได้แก่ ทักษะและความเชี่ยวชาญ ของบุคลากรทางการแพทย์, เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์, ระบบการบริการ รวมถึงภาระค่าใช้จ่าย ซึ่งไทยขยับขึ้นมา 1 อันดับ จากปีก่อน

โดยข้อมูลการจัดอันดับ ระบบสุขภาพไทยแซงหน้าหลายประเทศยุโรป โดยได้รับคะแนนดัชนีสุขภาพอยู่ที่ 77.5 คะแนน รั้งอันดับที่ 8 ของโลก ถือเป็นระดับที่สูงกว่าประเทศที่มีระบบรัฐสวัสดิการหลายแห่ง เช่น เดนมาร์ก (อันดับ 9), สเปน (อันดับ 10) และฝรั่งเศส (อันดับ 11)

หากเปรียบเทียบในระดับภูมิภาคเอเชีย ประเทศไทยยังคงรักษามาตรฐาน การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์  โดยอยู่ในกลุ่มผู้นำร่วมกับ ไต้หวัน (อันดับ 1 – 87.1 คะแนน), เกาหลีใต้ (อันดับ 2 – 82.9 คะแนน) และ ญี่ปุ่น (อันดับ 4 – 80.1 คะแนน)

จุดแข็งของระบบสาธารณสุขไทย ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล คือคุณภาพของบุคลากรทางการแพทย์ เทคโนโลยีที่ทันสมัย และการเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม แต่ต้องแลกมากับภาระงานที่หนักหน่วงของบุคลากรทางการแพทย์ และวิกฤตทางการเงินของโรงพยาบาล และนำมาสู่การเรียกร้องการปฏิรูปสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)

สรุป 10 อันดับระบบสุขภาพยอดเยี่ยมปี 2569

1.ไต้หวัน           (87.1)

2.เกาหลีใต้        (82.9)

3.เนเธอร์แลนด์ (81.5)

4.ญี่ปุ่น             (80.1)

5.ออสเตรีย        (78.9)

6.เอกวาดอร์      (77.7)

7.ฟินแลนด์        (77.6)

8.ไทย               (77.5)

9.เดนมาร์ก        (77.2)

10.สเปน           (77.2)

ข้อมูลของ OECD (องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา) ระบุว่าในปี 2567-2568 สหรัฐอเมริกาใช้งบประมาณด้านสาธารณสุขเฉลี่ยสูงถึง 14,885 ดอลลาร์ต่อคนต่อปี (ราว 520,000 บาท) ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ย (7,000-8,000 ดอลลาร์) ของประเทศร่ำรวยที่เป็นสมาชิก OECD เช่น เยอรมัน (อันดับที่ 21) สวิตเซอร์แลนด์ (อันดับที่ 27) เกือบ 2 เท่า แต่สหรัฐกลับอยู่อันดับที่ 40 มีคะแนนแค่ 67 คะแนน

#NoAge #สุขภาพ #InspireLink #เชิงป้องกัน #ญี่ปุ่น #BangkokX

ที่มาของข้อมูล: https://noage-thailand.com/services

ข่าวที่เกี่ยวข้อง: https://bangkokx.me/bdms-hub-of-wellness/

[addtoany]
Ellipse 1
กองบรรณาธิการ Bangkok X