CKPower กำไรโตสู้แล้ง ลุยระบบคาดการณ์น้ำ รับมือเอลนีโญ
S__68591638

CKPower กำไรโตสู้แล้ง ลุยระบบคาดการณ์น้ำ รับมือเอลนีโญ โดยพอร์ตพลังงานหมุนเวียน สะท้อนความแข็งแกร่ง CKPower ท่ามกลางความผันผวนของราคาพลังงาน

ธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์

 

กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower (ชื่อย่อหลักทรัพย์: CKP) หนึ่งในผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคและมีคาร์บอนฟุตพรินต์ต่ำที่สุดรายหนึ่ง เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 1/2569 CKPower มีผลประกอบการเติบโตต่อเนื่อง โดยมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน จำนวน 115.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52.5 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 82.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

การเติบโตดังกล่าว มาจากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง ของโรงไฟฟ้าพลังน้ำทั้งสองแห่งของบริษัท โดยบริษัทรับรู้ส่วนแบ่งกำไรสุทธิ จากการดำเนินงานของ บริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด (XPCL) จำนวน 198.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 190.7 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

มาจากปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ที่มากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น อีกทั้ง ได้รับปัจจัยหนุนจากต้นทุนทางการเงินของXPCL ที่ลดลงจากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาว และอัตราดอกเบี้ยลดลลงตามแนวโน้มดอกเบี้ยโลก

ระดับน้ำสูงเพิ่มปริมาณไฟฟ้า

 นอกจากนี้ ผลการดำเนินงานของ บริษัท ไฟฟ้าน้ำงึม 2 จำกัด (NN2) ปรับตัวดีขึ้นจากปริมาณการขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับปีก่อนเช่นกัน จากระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำ ณ ช่วงต้นปี 2569 สูงกว่าปีก่อน และมีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำในไตรมาส 1/2569 เพิ่มขึ้น ทำให้การดำเนินงานของ CKPower ในไตรมาส 1 ปีนี้ ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้อยู่ในช่วงฤดูแล้ง

ธนวัฒน์ กล่าวเสริมว่า จากโครงสร้างสัดส่วนกำลังการผลิตของ CKPower ซึ่งมาจากพลังงานหมุนเวียนเป็นหลัก ทำให้ผลการดำเนินงานไ ม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง และความผันผวนของราคาพลังงานในตลาดโลก โดยจะมีผลกระทบเฉพาะต้นทุนเชื้อเพลิง ในส่วนของไฟฟ้าที่จำหน่ายให้แก่ลูกค้าอุตสาหกรรมของ บริษัท บางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น จำกัด (BIC) ซึ่งคิดเป็นประมาณร 3% ของปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้ทั้งหมดของ CKPower เท่านั้น

จากข้อมูลการพยากรณ์สภาพภูมิอากาศ ที่บ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ของการเข้าสู่ภาวะเอลนีโญ (El Niño) ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 บริษัทได้เตรียมพร้อม รับมือกับสถานการณ์ ด้วยการพัฒนาระบบติดตามและคาดการณ์ปริมาณน้ำ (Hydrometeorological Monitoring and Forecasting System)

เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำ ในการประกาศความพร้อม ในการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังน้ำของบริษัท ขณะที่โครงการไฟฟ้าพลังน้ำ หลวงพระบาง มีความคืบหน้าการก่อสร้าง ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2569 อยู่ที่ 72% ซึ่งเป็นไปตามแผนงานที่กำหนดไว้

อัตราสภาพคล่อง 1.78 เท่า

สำหรับฐานะการเงิน ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 บริษัทมีอัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 1.78 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจ่ายสุทธิ ต่อส่วนของผู้ถือหุ้นรวมยังคงอยู่ในระดับต่ำที่ 0.47 เท่า สะท้อนถึงการบริหารสภาพคล่อง และความสามารถในการชำระหนี้ อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ หากอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐอเมริกา และของประเทศไทยมีการปรับลดเพิ่มเติม จะช่วยลดต้นทุนทางการเงิน และสนับสนุนผลการดำเนินงานของ CKPower ต่อเนื่องในปี 2569 โดยบริษัทจะยังคงติดตามการปรับตัวของอัตราดอกเบี้ย และการบริหารจัดการหนี้สินระยะยาว ให้มีความเหมาะสมอย่างต่อเนื่อง

สำหรับแผนงาน 5 ปี (2569-2573) ธนวัฒน์ กล่าวว่า CKPower ตั้งเป้าขยายกำลังการผลิตจากโครงการไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ ทั้งในรูปแบบ Private PPA และการเข้าร่วมประมูล โรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนจากภาครัฐ ควบคู่ไปกับการขายใบรับรอง การผลิตพลังงานหมุนเวียน (RECs)

ทั้งนี้ในปี 2568 โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในกลุ่ม CKPower สามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ส่งให้ประเทศไทยได้กว่า 10 ล้านเมกะวัตต์-ชั่วโมง (MWh) หรือคิดเป็น 17% ของไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่ใช้ในประเทศแ ละสามารถหลีกเลี่ยงการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 5.34 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า

บริษัทเชื่อมั่นว่าไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน เป็นหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน เพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 2593

เกี่ยวกับ “ซีเค พาวเวอร์”  

บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower บริษัทประกอบธุรกิจ ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานประเภทต่าง ๆ 3 ประเภท จำนวน 18 แห่ง รวมขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 3,640 เมกะวัตต์ ประกอบด้วย

(1) โรงไฟฟ้าพลังน้ำ 3 แห่ง คือ โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 ภายใต้ บริษัท ไฟฟ้าน้ำงึม 2 จำกัด ซึ่งบริษัทถือหุ้น 46% (ถือผ่าน บริษัท เซาท์อีสท์ เอเชีย เอนเนอร์จี จำกัด) ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 615 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ภายใต้ บริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด ซึ่งบริษัทถือหุ้น 42.5% ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 1,285 เมกะวัตต์

โครงการไฟฟ้าพลังน้ำ หลวงพระบาง ภายใต้ บริษัท หลวงพระบาง พาวเวอร์ จำกัด ซึ่งบริษัทถือหุ้น 50% ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 1,460 เมกะวัตต์

(2) โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม 2 แห่ง ภายใต้ บริษัท บางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น จำกัด ซึ่งบริษัทถือหุ้น 65% ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 238 เมกะวัตต์

(3) โรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ 13 แห่ง ภายใต้ บริษัท บางเขนชัย จำกัด ซึ่งบริษัทถือหุ้น 100% จำนวน 11 แห่ง ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 28 เมกะวัตต์ ภายใต้บริษัท นครราชสีมา โซล่าร์ จำกัด ซึ่งบริษัทถือหุ้น 30% จำนวน 1 แห่ง ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 6 เมกะวัตต์

ภายใต้บริษัท เชียงราย โซล่าร์ จำกัด ซึ่งบริษัทถือหุ้น 30% จำนวน 1 แห่ง ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 8 เมกะวัตต์

X Info…
การผลิตไฟฟ้ายุคเปลี่ยนผ่าน

แนวโน้มด้านการผลิตไฟฟ้าในประเทศไทยปี 2569 การผลิตไฟฟ้าจะเปลี่ยนผ่าน (Transition) สู่การใช้พลังงานสะอาดมากขึ้นอย่างชัดเจน ต้นทุนแสงอาทิตย์ที่ต่ำจะเร่งให้เกิดการติดตั้ง Solar โครงการใหม่ ๆ อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะการผลิตเพื่อใช้เองในภาคอุตสาหกรรม

โดยภาพรวมโรงไฟฟ้าไทยช่วงปี 2568-2569 มุ่งเน้นพลังงานสะอาด โดยพลังงานแสงอาทิตย์เติบโตสูงสุด คาดว่าปี 2568 มีกำลังการผลิตติดตั้งรวมกว่า 6,510 เมกะวัตต์ (+92.5%) โดยเฉพาะ Solar Rooftop และลอยน้ำ ขณะที่พลังงานความร้อนจากก๊าซธรรมชาติ ยังคงเป็นฐานหลักแต่สัดส่วนลดลง และโรงไฟฟ้าพลังน้ำมีการพัฒนาต่อเนื่อง

ภาพรวมโรงไฟฟ้า (ข้อมูลแนวโน้มถึงปี 2568-2569)

*โรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ (Solar) มีแนวโน้มติบโตอย่างมีนัยสำคัญที่สุด โดยเฉพาะโครงการ Solar Rooftop และ Solar Floating (ลอยน้ำ) มีกำลังการผลิต ณ กรกฎาคม 2568 สะสมสูงถึง 6,510 เมกะวัตต์ (MW) มีจุดเด่นคือต้นทุนการผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ 33-75 USD/MWh ซึ่งต่ำกว่าโรงไฟฟ้าถ่านหิน และก๊าซธรรมชาติอย่างชัดเจนในปี 2568

*โรงไฟฟ้าพลังความร้อน (Thermal Power) โครงสร้างประกอบด้วย โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ (หลัก) และถ่านหิน/ลิกไนต์ สถานะยังคงเป็นสัดส่วนการผลิตหลักในระบบ (Base Load) แต่การลงทุนโรงใหม่ชะลอตัวลงตามแนวโน้ม Net Zero 2

*โรงไฟฟ้าพลังน้ำ (Hydropower) สถานะ มีบทบาทสำคัญในการผลิตพลังงานหมุนเวียน และเป็นพลังงานสำรอง โดยการพัฒนาเน้นการปรับปรุงโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่มีอยู่ และพัฒนาโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก/ลอยน้ำในเขื่อน

ข้อมูลสถิติเพิ่มเติม (ช่วงปี 2565-2568)

สถานีไฟฟ้าย่อย การไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) มีสถานีรวม 258 แห่งกำลังการผลิตโดยรวม พลังงานหมุนเวียน (แสงอาทิตย์และอื่นๆ) มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยพลังงานแสงอาทิตย์คิดเป็น 58% ของกำลังการผลิตใหม่ในช่วงไตรมาส 3/2568

พลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา มีศักยภาพสูงถึง 121,000 เมกะวัตต์ (MW) ในปี 2566 และกำลังเร่งการติดตั้งเพิ่มขึ้น

#CKP #ผลิตไฟฟ้า #พลังน้ำ #พลังแสงอาทิตย์ #พลังความร้อน #BangkokX

ที่มาของข้อมูล: https://www.ckpower.co.th/th

ข่าวที่เกี่ยวข้อง: https://bangkokx.me/ckpower-tjda/

[addtoany]
Ellipse 1
กองบรรณาธิการ Bangkok X