นักรณรงค์ เรียกร้องธุรกิจไทย เผยความคืบหน้า “ไข่ไก่ปลอดกรง” 
SA_Feb 8_0

นักรณรงค์ เรียกร้องธุรกิจไทย เผยความคืบหน้า “ไข่ไก่ปลอดกรง” ตามที่เคยได้ประกาศเจตนารมณ์ไว้ พร้อมเสนอให้มีการกำหนดกรอบเวลา และรายงานผลอย่างเป็นรูปธรรม

ท่ามกลางกระแสการตื่นตัว ด้านจริยธรรมอาหารทั่วโลก กลุ่มผู้รณรงค์ด้านสวัสดิภาพสัตว์ในประเทศไทย ได้จัดกิจกรรมสื่อสารสาธารณะเชิงสัญลักษณ์ เพื่อเรียกร้องให้ยักษ์ใหญ่ ในอุตสาหกรรมอาหารและการบริการไทย เร่งเปิดเผยความคืบหน้า การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบ “ไข่ไก่ปลอดกรง” (Cage-Free) ตามที่เคยได้ประกาศเจตนารมณ์ไว้ พร้อมเสนอให้มีการกำหนดกรอบเวลา และรายงานผลการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม

ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ประชาชนที่สัญจร ผ่านพื้นที่สำคัญของกรุงเทพฯ เช่น สวนเบญจสิริ และบริเวณหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร อาจพบเห็นกิจกรรมสะท้อนสังคม ผ่านผู้รณรงค์ในชุดไก่ยืนอย่างสงบในพื้นที่สาธารณะ

เพื่อสะท้อนประเด็นการเลี้ยงแม่ไก่ไข่ ในระบบกรงตับ ซึ่งยังคงใช้เป็นหลักในอุตสาหกรรมการผลิตไข่ไก่ของไทย  กิจกรรมแคมเปญเชิงสัญลักษณ์นี้ เป็นส่วนหนึ่งของเทรนด์การเคลื่อนไหว ในหลายประเทศที่กำลังพัฒนา โดยองค์กรภาคประชาสังคม ทำงานควบคู่ไปกับการหารือภาคธุรกิจ เพื่อยกระดับมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์ และความโปร่งใสในห่วงโซ่อุปทานอาหาร

แนวโน้มระดับโลก

ประเด็นไข่ไก่ปลอดกรงไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะประเทศไทย แต่เป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง ในการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารโลก โดยเฉพาะในประเทศในซีกโลกใต้ ซึ่งการผลิตอาหารจากสัตว์ฟาร์ม ขยายตัวควบคู่กับความคาดหวังด้านมาตรฐาน และความรับผิดชอบของผู้ประกอบการ

ข้อมูลวิจัยล่าสุดที่เผยแพร่โดย Sentient Media ระบุว่า ความต้องการบริโภค ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ทั่วโลกเพิ่มขึ้น ส่งผลให้การผลิตเนื้อสัตว์ทั่วโลก เพิ่มขึ้นเกือบสามเท่าในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา

การบริโภคเนื้อวัว มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นราว 80% ระหว่างปี 2553-2593 และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยการเติบโตส่วนใหญ่ เกิดในประเทศรายได้ต่ำและปานกลาง ซึ่งระบบการผลิตเชิงอุตสาหกรรม กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว

ในระดับภูมิภาคเอเชียผลิตไข่ไก่มากกว่า 65% ของปริมาณทั่วโลก ขณะที่หลายประเทศในยุโรป ได้ปรับเปลี่ยนสู่ระบบปลอดกรงมากขึ้น โดยสหภาพยุโรป ยกเลิกกรงแบบดั้งเดิมตั้งแต่ปี 2555 และปัจจุบันมากกว่า 60% ของแม่ไก่ไข่ อยู่ในระบบปลอดกรง สะท้อนทิศทางมาตรฐานการผลิต ที่กำลังเปลี่ยนแปลงในตลาดสำคัญ

สำหรับประเทศไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตสินค้าเกษตรรายสำคัญ ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีบทบาทในห่วงโซ่อุปทานอาหารของภูมิภาค ปัจจุบันอุตสาหกรรมไข่ไก่ ยังใช้ระบบกรงตับเป็นหลัก โดยมีแม่ไก่ไข่ประมาณ 51.55 ล้านตัว อยู่ในระบบดังกล่าว ซึ่งจำกัดทั้งพื้นที่ และพฤติกรรมตามธรรมชาติของสัตว์

ความร่วมมือกับภาคธุรกิจ

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง ของมาตรฐานการผลิตอาหาร หลายองค์กรได้เร่งทำงานร่วมกับภาคธุรกิจ เพื่อยกระดับความโปร่งใสในห่วงโซ่อุปทานอาหาร โดย ซิเนอร์เจีย แอนนิมอล (Sinergia Animal) เป็นหนึ่งในองค์กร ที่ดำเนินงานในหลายประเทศของซีกโลกใต้ และทำงานกับบริษัทผู้ผลิต และผู้ให้บริการอาหารเพื่อพัฒนานโยบายด้านสวัสดิภาพสัตว์

ในปี 2568 องค์กรได้ทำงานร่วมกับบริษัท 36 แห่ง ใน 9 ประเทศ เพื่อสนับสนุน การกำหนดนโยบาย และการเปิดเผยความคืบหน้า การจัดหาไข่ไก่จากระบบปลอดกรง

สำหรับประเทศไทย ความร่วมมือดังกล่าวมีส่วนสนับสนุนให้ IKEA Thailand และ Capella Hotels and Resorts รายงานการเปลี่ยนผ่านมาใช้ไข่ไก่ปลอดกรงแล้ว 100% ในปี 2568 ตามพันธสัญญาที่ได้ให้ไว้

อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกหลายบริษัท ที่ประกาศนโยบายไข่ไก่ปลอดกรง แต่ยังไม่มีการเปิดเผยความคืบหน้า การดำเนินการอย่างเป็นทางการต่อสาธารณะ

“เราเห็นแนวโน้มที่ชัดเจน ในกลุ่มประเทศในเอเชีย ที่ภาคธุรกิจต่างหันมาให้ความสำคัญ กับมาตรฐานความรับผิดชอบตามความคาดหวังของผู้บริโภค ซึ่งประเทศไทยก็อยู่ในทิศทางเดียวกัน

โดยเฉพาะในขณะที่ อุตสาหกรรมอาหารของเรากำลังขยายตัว ประเด็นด้านมาตรฐานการจัดหาวัตถุดิบ จึงมีความสำคัญต่อภาคธุรกิจมากขึ้น” ศนีกานต์ รศมนตรี ผู้อำนวยการ Sinergia Animal ประจำประเทศไทย กล่าว

ความโปร่งใสในภาคธุรกิจ

การเคลื่อนไหวในประเทศไทย สะท้อนรูปแบบการรณรงค์ ที่ผสานการหารือกับภาคธุรกิจ ควบคู่กับการสื่อสารสาธารณะ เพื่อผลักดันความรับผิดชอบและความโปร่งใส ในห่วงโซ่อุปทานอาหาร

แนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องกับบริบทระดับโลก ที่ผู้บริโภคมีส่วนร่วมต่อประเด็นสังคมมากขึ้น โดยข้อมูลการติดตามการเคลื่อนไหวทางสังคมระบุว่า ในปี 2567 มีการจัดกิจกรรมสาธารณะทั่วโลก มากกว่า 140,000 ครั้ง เพิ่มขึ้นประมาณ 15% จากปีก่อนหน้า

ศนีกานต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ผู้บริโภคคาดหวังให้บริษัท ก้าวจากการประกาศนโยบาย ไปสู่การแสดงความคืบหน้า ที่ตรวจสอบได้ ในห่วงโซ่อุปทานไข่ไก่”

ในระดับสากล บริษัทจำนวนมากได้ประกาศนโยบาย จัดหาไข่ไก่ปลอดกรง และเริ่มมีการติดตามผลการดำเนินงาน อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น แนวโน้มดังกล่าว กำลังขยายมายังประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่

ประเทศไทยในฐานะ ผู้ผลิตสินค้าเกษตรสำคัญของภูมิภาค จึงมีบทบาทต่อทิศทางมาตรฐาน การผลิตอาหารในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในระยะต่อไป

เกี่ยวกับ ซิเนอร์เจีย แอนนิมอล

ซิเนอร์เจีย แอนิมอล เป็นองค์กรพิทักษ์สัตว์ระดับนานาชาติ ที่ปฏิบัติงานในกลุ่มประเทศ Global South เพื่อบรรเทาความทุกข์ทรมานของสัตว์ ในอุตสาหกรรมอาหาร และส่งเสริมทางเลือก ด้านอาหารที่มีจริยธรรม องค์กรได้รับการยกย่องให้เป็น หนึ่งในองค์กร NGO ที่มีประสิทธิภาพที่สุดในโลก โดย Animal Charity Evaluators (ACE)

ที่มาของข้อมูล: https://www.sinergiaanimalthailand.org

ข่าวที่เกี่ยวข้อง: https://bangkokx.me/globaltrade/

[addtoany]
Ellipse 1
กองบรรณาธิการ Bangkok X