
เปิด 4 นโยบาย เศรษฐกิจ พรรคภูมิใจไทย เป้าหมายขับเคลื่อน เศรษฐกิจไทย เติบโต ที่ 3% พลัส
BangkokX Team
จากผลเลือกตั้ง 2569 สรุปคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ณ เวลา 10.02 น. นับแล้ว 95% พรรคภูมิใจไทย มีคะแนนนำ รวม 193 เก้าอี้ พรรคประชาชน 118 ที่นั่ง เพื่อไทย 74 ที่นั่ง กล้าธรรม 58 ที่นั่ง และ ประชาธิปัตย์ 22 ที่นั่ง
จากผลการเลือกตั้ง ดังกล่าว ทำให้คาดว่า พรรคภูมิใจไทย จะเป็นแกนนำในการจัดตั้ง รัฐบาลผสม “BangkokX” นำ 4 นโยบายเศรษฐกิจหลัก ของ พรรคภูมิใจไทย ที่หาเสียงไว้ มาสรุปให้ผู้อ่าน ได้ศึกษากันว่า หลังจากการเลือกตั้งจบลง ประเทศไทย จะได้รัฐบาลที่มีนโยบาย ในการบริหารเศรษฐกิจอย่างไร
เปิด 4 นโยบาย เศรษฐกิจ ดัน เศรษฐกิจโต 3% พลัส
นโยบายเศรษฐกิจ ของ พรรคภูมิใจไทย ที่มี ว่าที่รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เป็น หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ภายใต้กลยุทธ์ “Thailand 10 Plus”
นโยบายดังกล่าว มุ่งเน้น การขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ให้หลุดพ้น จากภาวะชะลอตัว โดยตั้งเป้าหมาย อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ไว้ที่ 3% พลัส พร้อมประกาศ ไม่ใช้ “นโยบายประชานิยม” ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยแบ่งออกเป็น 4 นโยบาย หลัก ได้แก่
เปิด 4 นโยบาย เศรษฐกิจ
นโยบายเพื่อการเติบโตอย่างทั่วถึง (Inclusive Growth)
พรรคภูมิใจไทย โดยให้ความสำคัญ มุ่งเน้นการดูแล คนตัวเล็ก และ ลดความเหลื่อมล้ำ ในสังคม ได้แก่
– คนตัวเล็ก พลัส : แก้ไขปัญหาปากท้อง และ ลดภาระค่าครองชีพ เช่น นโยบายค่าไฟฟ้าต่ำกว่า 3 บาทต่อหน่วย สำหรับ 200 ยูนิตแรก ใช้วงเงิน ประมาณ 6.3 หมื่นล้านบาทต่อปี
เตรียมเปิดลงทะเบียน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจน สำหรับ ผู้มีรายได้น้อยรอบใหม่ โดยเน้น ที่ยังเข้าไม่ถึง เป็นจำนวนมาก มีการร้องเรียน ผ่านหน่วยงานของรัฐ จึงต้องมีการทบทวนสิทธิ์ และ ทำใหม่ทั้งหมด
โดยการทบทวนสิทธิ์ จะต้องเป็นคนที่จนจริงๆ คนที่ ”ไม่จน” จริงจะถูกยกเลิกบัตรฯ โดยไม่จำกัดว่าจะมีเท่าไร แต่ให้สิทธิทุกคน และจากสภาพเศรษฐกิจที่ไม่ดีในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา อาจจะมีคนจนมากขึ้น และเมื่อมีฐานข้อมูลใหม่ ที่ทราบจำนวนที่แน่นอนแล้ว คนจนจะได้สิทธิมากยิ่งขึ้น
– สูงวัย พลัส เป็นนโยบายเตรียมรับมือสังคมผู้สูงอายุโดยส่งเสริมให้มีงานและรายได้ เช่น มาตรการจ้างงานผู้สูงอายุที่นำมาลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า (สูงสุด 30,000 บาท) การลดหย่อนภาษีเงินได้ให้ผู้สูงอายุ และการสร้างศูนย์ดูแลผู้สูงอายุครบวงจรทั่วประเทศ
– ชุมชน พลัส: เสริมสร้างความเข้มแข็งในระดับท้องถิ่น ให้คนสามารถทำงานและมีรายได้ในถิ่นฐานบ้านเกิดโดยไม่ต้องย้ายถิ่นฐาน
– SME พลัส (เมดอินไทยแลนด์): สนับสนุน SME ไทยผ่านการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เสริมสภาพคล่องด้วยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และมีกลไกค้ำประกันสินเชื่อใหม่
– ธุรกิจ พลัส ส่งเสริมธุรกิจขนาดใหญ่ให้เติบโตควบคู่ไปกับการสนับสนุนเศรษฐกิจฐานราก
นโยบายเพื่อการเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน (Competitive Growth)
โดยนโยบายของพรรคมุ่งเน้นการปฏิรูปโครงสร้างเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของประเทศในระยะยาว
– การศึกษาเท่าเทียม พลัส (Skill Bridge) เน้นโครงการเรียนฟรีมีงานทำ และการเพิ่มทักษะ (Upskill/Reskill) ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดงานยุคใหม่
– เศรษฐกิจสีเขียว พลัส (Green Economy) เร่งเป้าหมาย Net Zero ให้เร็วขึ้นเป็นปี 2050 ส่งเสริมพลังงานสะอาด เช่น โซลาร์เซลล์ชุมชน และโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำ (Floating Solar) เพื่อดึงดูดนักลงทุน
โดยนโยบาย “เศรษฐกิจสีเขียว พลัส” พรรค มีแนวคิดว่าจะเป็น “ทางรวย” ให้คนไทย โตอย่างยั่งยืน เพิ่มมูลค่าสินค้า จากการผลิต ที่รักษ์โลก
การขับเคลื่อน เศรษฐกิจสีเขียว จะมี การออกกฎหมาย และ มาตรฐานสีเขียว , การเงินสีเขียว (Green Finance) , ตลาดทุนสีเขียว (ตลาดแลกเปลี่ยนคาร์บอนเครดิต) และ อุตสาหกรรมสีเขียว เป็นต้น
ลงทุน พลัส กระตุ้นการลงทุน โครงสร้างพื้นฐาน ผ่านกองทุนรวมเพื่อโครงสร้างพื้นฐาน (Thailand Future Fund) เพื่อให้รัฐไม่ต้องกู้เงินเพิ่ม และ ไม่กระทบหนี้สาธารณะ
– เทรด พลัส หาตลาดใหม่ สำหรับสินค้าสีเขียว และ ใช้ระบบ บาร์เทอร์เทรด (Barter Trade) หรือการค้าต่างตอบแทน โดยเฉพาะ ในการสั่งซื้ออาวุธ หรือ อุปกรณ์ จากต่างประเทศ ที่ต้องมี การเจรจาซื้อสินค้าเกษตรไทยพ่วงไปด้วย
– ไทยแลนด์ พลัส (BOI Fast Pass) ปรับปรุงกฎระเบียบภาครัฐให้อนุมัติไว เพื่ออำนวยความสะดวกและเร่งรัดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติให้ลงสู่เศรษฐกิจจริงโดยเร็ว
– AI พลัส นำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล งาน และการเตือนภัยธรรมชาติ และสร้างทักษะด้าน AI ให้ประชาชนมากขึ้น
มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการจัดการหนี้ (Quick Big Win)
เป็นมาตรการที่เน้น ผลสัมฤทธิ์รวดเร็ว และ เห็นผล เป็นรูปธรรม ที่รวดเร็ว
– โครงการ คนละครึ่งพลัส เฟส 2 ต่อยอด โครงการเดิม เพื่อกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ และ เพิ่มทักษะการค้าออนไลน์ ให้กับผู้ประกอบการ
โดยมีแผนเดินหน้าเฟส 2 ต่อเนื่อง โดยใช้ งบประมาณ จากงบกลางฯ ที่เหลืออยู่ ประมาณ 3หมื่นล้านบาท เพื่อทำเฟสเก็บตก ก่อนจะทำเฟสต่อไป
– การจัดการหนี้สิน เดินหน้านโยบาย “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้ Plus” สำหรับผู้ที่มีหนี้เสีย (NPL) วงเงินต่ำกว่า 1 แสนบาท เพื่อปรับโครงสร้างหนี้ และ ให้ความรู้ทางการเงิน
การเดินหน้าต่อ ในเรื่องนโยบายการแก้หนี้ โดยแก้ไขหนี้เสีย ภาคประชาชน โดย นโยบายการจัดการหนี้จะเดินหน้าโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้ Plus” สำหรับคนที่มีหนี้เสีย (NPL) วงเงินต่ำกว่า 1 แสนบาท โดยใช้เงินกองทุน FIDF เข้ามาช่วยปรับโครงสร้างหนี้ ควบคู่กับ การให้ความรู้ทางการเงิน ซึ่งเป็นโครงการที่จะเข้ามาทำต่อเนื่อง
– ตั้งกองทุนภัยพิบัติ จัดทำประกันภัยพิบัติ ให้ทุกครัวเรือน โดยรัฐ จ่ายค่าเบี้ยประกันให้ (1,000 บาทต่อครัวเรือน) หากเกิดภัยพิบัติ และ AI ตรวจพบข้อมูล จะจ่ายเงินเยียวยาทันที 100,000 บาท
– การส่งเสริมการออม (TiSA) พัฒนาบัญชีออมส่วนบุคคลที่ไม่เก็บภาษีเงินปันผลเพื่อส่งเสริมการออมระยะยาว โดยจะทบทวนมาตรการที่เคยเข้า ครม.ไปก่อนหน้านี้เพื่อสร้างการออมระยะยาวให้ประชาชนมีเงินใช้ในยามเกษียณ
อุตสาหกรรมเป้าหมายสร้างรายได้
พรรคภูมิใจไทย ให้ความสำคัญ กับ การดึงดูดการลงทุนใน 6 อุตสาหกรรมหลัก เข้ามาลงทุนในไทย ได้แก่
- อาหารแห่งอนาคต (เช่น อาหารสัตว์เลี้ยง)
- Data Center
- Cloud Service
- อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ (แผ่นวงจร PCB)
- ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) พร้อมห่วงโซ่อุปทาน
รวมทั้งผลักดันนโยบาย Thailand Plus หรือ โครงการ BOI Fast Pass ที่ได้มีการริเริ่มกลไกนี้ ร่วมกับคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ใน การปรับปรุง กฎระเบียบ เพื่ออำนวยความสะดวก ให้นักลงทุน ผ่านระบบ Fast Pass
เพื่อเร่งรัดให้ เม็ดเงินลงทุน ที่ อนุมัติการส่งเสริมการลงทุน แล้วกว่า 4.8 แสนล้านบาท ให้ลงสู่ระบบเศรษฐกิจจริงโดยเร็วที่สุด
จาก 4 นโยบายหลัก เป้าหมายคือ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ให้ก้าวข้าม “กับดักรายได้ปานกลาง” ด้วยการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ เข้าสู่เศรษฐกิจใหม่ ทำให้เศรษฐกิจไทย เติบโตได้ในระดับ 3% พลัส
จะทำได้ไหม ต้องติดตามกันต่อไป
ที่มาของข้อมูล : https://election.bhumjaithai.com/
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : https://bangkokx.me/social-policy-21012026/
