81% ชาวเน็ตไทย เรียกร้องให้รัฐบาล ปรับโครงสร้างราคาและภาษีน้ำมัน แก้ปัญหาค่าครองชีพสูง
ราคาน้ำมันแพง ค่าครองชีพสูง ในประเทศไทย

ราคาน้ำมันแพง ค่าครองชีพสูง กำลังกลายเป็นแรงกดดันสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย หลังราคาน้ำมันโลกพุ่งแตะ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าและบริการทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง

เปิด 5 แนวทางการแก้ไขปัญหาของชาวเน็ตไทยในภาวะราคาน้ำมันแพง ค่าครองชีพสูง โดยพบว่า 81% เรียกร้องให้รัฐบาลปรับโครงสร้างราคาและภาษีน้ำมัน พร้อมทั้งมีมาตรการควบคุมราคาสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ เพื่อบรรเทาภาระของประชาชนในช่วงที่ต้นทุนชีวิตเร่งตัวขึ้น

ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 จากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยแตะระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และส่งผ่านแรงกดดันมายังราคาพลังงานในประเทศไทย

ข้อมูลล่าสุดสะท้อนว่า ราคาน้ำมันดีเซลในประเทศปรับเพิ่มจาก 29.94 บาทต่อลิตร เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 มาอยู่ที่ 50.54 บาทต่อลิตร ณ วันที่ 8 เมษายน 2569 หรือเพิ่มขึ้นถึง 68.8% ภายในระยะเวลาเพียงเดือนกว่า ส่งผลให้ต้นทุนค่าขนส่งและการผลิตสินค้าเร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

แรงกระแทกจากราคาน้ำมันแพงเริ่มสะท้อนผ่านราคาสินค้าและบริการตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน ทั้งค่าอาหาร ค่าเดินทาง และสินค้าอุปโภคบริโภค ส่งผลให้ภาพรวมค่าครองชีพสูงขึ้นในวงกว้าง และกดดันกำลังซื้อของประชาชนอย่างต่อเนื่อง

จากสถานการณ์ดังกล่าว เรียลวอชท์ แล๊ป (RealWatch Lab) ส่วนวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูล บริษัท เรียล สมาร์ท จำกัด (มหาชน) ได้สำรวจความคิดเห็นของชาวเน็ตไทยเกี่ยวกับแนวทางรับมือค่าครองชีพสูงในยุคน้ำมันแพง ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 7 เมษายน 2569 จากข้อความบนโซเชียลมีเดียจำนวน 58,088 ข้อความ

ผลสำรวจพบว่า 81% ของความคิดเห็นทั้งหมด ต้องการให้รัฐบาลเข้าไปปรับโครงสร้างราคาและภาษีน้ำมัน รวมถึงควบคุมราคาสินค้าที่จำเป็น โดยมองว่าโครงสร้างราคาพลังงานในปัจจุบันเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มทุนขนาดใหญ่ และไม่สะท้อนต้นทุนที่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค

ขณะที่อันดับ 2 8% ของความคิดเห็น เลือกปรับพฤติกรรมการใช้จ่าย ด้วยการลด ละ เลิก สินค้าฟุ่มเฟือย ลดการเดินทาง และควบคุมค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น เพื่อรับมือกับภาวะค่าครองชีพสูง

อันดับ 3 อีก 6% หันมาพึ่งพาตนเองตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง เช่น การปลูกผัก เลี้ยงปลา หรือเลือกซื้อสินค้าจากชุมชนที่มีราคาย่อมเยากว่า

ส่วน อันดับ 4 4% ปรับรูปแบบการเดินทาง โดยหันมาใช้ขนส่งสาธารณะ ใช้รถยนต์ไฟฟ้า หรือทำงานจากที่บ้าน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน

และ อันดับ 5 อีก 1% เลือกเพิ่มรายได้ ผ่านการทำอาชีพเสริมหรือพัฒนาทักษะ เพื่อชดเชยต้นทุนชีวิตที่สูงขึ้น

ภาพสะท้อนจากความคิดเห็นของชาวเน็ตไทยในครั้งนี้ ชี้ให้เห็นว่า ปัญหาราคาน้ำมันแพง ค่าครองชีพสูง ไม่ได้เป็นเพียงผลกระทบระยะสั้น แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ต้องการการแก้ไขตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทั้งในด้านภาษี กลไกราคา และความโปร่งใสของต้นทุนพลังงาน

ในเชิงเศรษฐกิจ การปรับขึ้นของราคาน้ำมันไม่ได้กระทบเฉพาะต้นทุนพลังงาน แต่ยังส่งผ่านไปยังระบบขนส่ง การผลิต และห่วงโซ่อาหาร ทำให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่กำลังซื้อของประชาชนยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ส่งผลให้แรงกดดันค่าครองชีพสูงยิ่งทวีความรุนแรงในวงกว้าง

ในระยะยาว หากไม่มีการปรับโครงสร้างพลังงานอย่างจริงจัง ปัญหาราคาน้ำมันแพง ค่าครองชีพสูง จะยังคงเป็นแรงกดดันต่อเศรษฐกิจไทย และกลายเป็นความเสี่ยงต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนต่อไป

อ่านเพิ่มเติม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง ทีดีอาร์ไอ แนะรัฐ “ปฏิรูปโครงสร้างพลังงาน” แก้ปัญหาอย่างยั่งยืน – Bangkok X

 

 

[addtoany]
Ellipse 1
กองบรรณาธิการ Bangkok X