
กรุงไทย แข็งแกร่ง เพิ่มจ่ายเงินปันผล 60% ของกำไรสุทธิ โชว์ศักยภาพการเติบโตแบบยั่งยืน เพิ่มอัตราจ่ายเงินปันผลประจำปีเป็น 60% ของกำไรสุทธิของงบการเงินรวม พร้อมจ่ายปันผลพิเศษ 0.60 บาทต่อหุ้น รวม 2.67บาทต่อหุ้น ในวาระครบรอบ 60 ปี เพิ่มผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้นต่อเนื่อง
คณะกรรมการธนาคารกรุงไทย อนุมัติเพิ่มอัตราจ่ายเงินปันผลประจำปีเป็น 60% ของกำไรสุทธิของบการเงินรวม พร้อมจ่ายปันผลพิเศษ ในวาระครบรอบ 60 ปี สะท้อนศักยภาพการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว รักษา ROE มากกว่า 10% เพิ่มผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง
จากผลการดำเนินงาน ของธนาคารกรุงไทยในปี 2568 ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง มีกำไรสุทธิ จำนวน 48,229 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.5% แม้เผชิญภาวะดอกเบี้ยขาลง และความท้าทายทางเศรษฐกิจ

โดยได้แรงหนุนจากธุรกิจตลาดเงินตลาดทุน และการบริหาร balance sheet อย่างมีประสิทธิภาพ สะท้อนการบริหารจัดการที่ดี เพื่อรักษาผลประกอบการอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน ธนาคารเดินหน้าเติบโตธุรกิจ Wealth Management ขยายสินเชื่ออย่างรอบคอบ คุมค่าใช้จ่ายอย่างมีวินัย ดูแลคุณภาพสินทรัพย์เชิงรุก พร้อมรักษา Coverage Ratio และระดับเงินกองทุนให้อยู่ในระดับสูง เพื่อรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืน
จ่ายปันผล 2.67 บาทต่อหุ้น
คณะกรรมการธนาคารกรุงไทย มีมติอนุมัติให้จ่ายเงินปันผล สำหรับผลประกอบการปี 2568 ให้แก่ผู้ถือหุ้นสามัญในอัตรา 2.67 บาทต่อหุ้น และผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิในอัตรา 2.8245 บาทต่อหุ้น ประกอบด้วย
- เงินปันผลประจำปีให้แก่ผู้ถือหุ้นสามัญในอัตรา 2.07 บาทต่อหุ้น และผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิในอัตรา 2.2245 บาทต่อหุ้น หรือคิดเป็น 60% ของกำไรสุทธิของงบการเงินรวม (66% ของกำไรสุทธิของธนาคาร)
- เงินปันผลพิเศษจากกำไรสะสม ในอัตรา 0.60 บาทต่อหุ้น
ทั้งนี้ ธนาคารได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.43 บาทไปแล้ว คงเหลือเงินปันผลที่จะจ่ายสำหรับงวดนี้ให้แก่ผู้ถือหุ้นสามัญในอัตรา 2.240 บาทต่อหุ้น และผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิในอัตรา 2.3945 บาทต่อหุ้น

ผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า การปรับเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผลประจำปีเป็น 60% ของงบการเงินรวม รวมถึงการจ่ายเงินปันผลพิเศษ 0.60 บาทต่อหุ้น ในโอกาสครบรอบ 60 ปี ส่งผลให้การจ่ายเงินปันผลสำหรับผลประกอบการปี 2568 รวมเป็น 77% ของงบการเงินรวม
บริหารเงินทุนรอบคอบมีวินัย
สะท้อนการรับฟังเสียงนักลงทุนระยะยาว อย่างต่อเนื่อง โดยพิจารณาภายใต้กรอบ การบริหารเงินทุนอย่างรอบคอบและมีวินัย โดยธนาคารยังคงรักษาความแข็งแกร่ง และความยืดหยุ่นทางการเงิน
โดยมีเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของ (Common equity tier 1: CET1) และCoverage Ratio ในระดับสูง ควบคู่กับการเตรียมความพร้อมด้านเงินทุน
เพื่อรองรับโอกาสการลงทุน และการขยายธุรกิจทั้งแบบ organic และ inorganic มุ่งสู่การเติบโตอย่างมีคุณภาพ สม่ำเสมอ ต่อเนื่อง และยั่งยืน พร้อมส่งมอบผลตอบแทนที่เหมาะสม สร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว
ที่มาของข้อมูล: https://krungthai.com/th
ข่าวที่เกี่ยวข้อง: https://bangkokx.me/bank-22012026/
