“กุ้งมังกร 7 สี ภูเก็ต” ขึ้นทะเบียน จีไอ น้องใหม่ สร้างรายได้กว่า 65 ล้านบาท ต่อ ปี
“กุ้งมังกร 7 สี ภูเก็ต” ขึ้นทะเบียน จีไอ น้องใหม่

“กุ้งมังกร 7 สี ภูเก็ต” ขึ้นทะเบียน จีไอ น้องใหม่  สร้างรายได้กว่า 65 ล้านบาท ต่อ ปี สมฉายา “ฟัวกราส์แห่งท้องทะเล”

อรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดี กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์  เปิดเผยว่า กรมฯ ได้มีการ ขึ้นทะเบียน “กุ้งมังกร 7 สีภูเก็ต” เป็นสินค้า สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์( GI) ลำดับที่ 4 ของ จังหวัดภูเก็ต ต่อจาก สับปะรดภูเก็ต ส้มควายภูเก็ต และ มุกภูเก็ต

ถือเป็นความสำเร็จ อีกขั้น ในการยกระดับ สินค้าประมงพื้นบ้าน ระดับพรีเมียม ให้ได้รับ การคุ้มครองชื่อเสียง และแหล่งต้นกำเนิด อย่างเป็นระบบ

โดย กุ้งมังกร 7 สีภูเก็ต ถือเป็นสินค้า ที่มีความสำคัญ ทางเศรษฐกิจ และ เป็นสัญลักษณ์ ด้าน การท่องเที่ยว เชิงอาหาร ของจังหวัดภูเก็ต มาอย่างยาวนาน

ความพิเศษของ กุ้งมังกร 7 สีภูเก็ต เกิดจาก สภาพภูมิศาสตร์ ที่รายล้อมด้วย ทะเลอันดามัน อันอุดมสมบูรณ์ มีระดับความเค็ม ของน้ำเหมาะสม กระแสน้ำ มีการถ่ายเท ตลอดเวลา เนื่องจาก อิทธิพลของ น้ำขึ้น-น้ำลง กุ้ง จึงได้รับสารอาหาร จากธรรมชาติ อย่างเต็มที่ และ ต้องเคลื่อนไหวต้านกระแสน้ำตลอดเวลา ส่งผลให้ กุ้ง มีมวลกล้ามเนื้อแน่นและหนา

ผสานกับภูมิปัญญา ของเกษตรกร ที่นำมาเพาะเลี้ยง ในกระชัง และ เสริมอาหาร ด้วย หอยพื้นถิ่น ที่มี แคลเซียมสูง ช่วยให้ กุ้ง ลอกคราบ ได้สมบูรณ์ และ เติบโตแข็งแรง

โดยมี ลำตัวขนาดใหญ่ น้ำหนัก ไม่น้อยกว่า 500 กรัม เปลือกส่วนหัว แข็งหนา หนวดยาว แข็งแรง ปล้องท้องเรียบไม่มีร่องขวาง หางแผ่เป็นรูปพัด ลำตัวมี สีเขียว หรือ สีน้ำทะเล มีแถบสีน้ำตาล หรือ ดำคาดขวางส่วนหัว มีจุด สีส้มประปราย ทั้งตัว มีสีไม่น้อยกว่า 7 สี เช่น สีเขียว สีส้ม สีน้ำเงิน สีม่วง สีชมพู สีครีม และสีดำ เป็นต้น

เนื้อกุ้งแน่นใส นุ่มเด้ง รสชาติหวาน มีมันกุ้งมาก และไม่มีกลิ่นคาว นิยมรับประทานทั้งแบบสดแร่เป็นซาชิมิ หรือปรุงสุกด้วยการย่างหรืออบ ซึ่งยังคงเนื้อสัมผัสนุ่มหนึบและไม่กระด้าง

 “กุ้งมังกร 7 สี ภูเก็ต” ขึ้นทะเบียน จีไอ 

สร้างรายได้กว่า 65 ล้านบาท ต่อ ปี

อรมน กล่าวว่า กุ้งมังกร 7 สีภูเก็ต นับเป็นสินค้า ที่มี ศักยภาพทางการตลาดสูง และ เป็นที่ต้องการ ของผู้บริโภค เป็นอย่างมาก โดยมี ปริมาณการผลิต เฉลี่ยต่อปี 21,670 กิโลกรัม ราคาจำหน่าย สูงถึง กิโลกรัมละ 3,000 บาท สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ รวมกว่า 65 ล้านบาท ต่อ ปี

ด้วยคุณภาพ และ ชื่อเสียงที่ สั่งสมมาอย่างยาวนาน จึงได้รับฉายาว่า “ฟัวกราส์แห่งท้องทะเล (Foie Gras of the Sea)” และ ยังได้รับเลือก ให้เป็นหนึ่ง ในเมนู ที่ใช้เสิร์ฟ ในการประชุม ผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค (APEC 2022) รวมทั้ง เป็นที่ยอมรับ ในร้านอาหารระดับมิชลิน และ โรงแรมหรู ทั้งใน และ ต่างประเทศ

ทั้งนี้ กรมฯ จะเดินหน้า ส่งเสริมการจัดทำ ระบบควบคุมคุณภาพ สินค้า GI เพื่อรักษา คุณภาพการผลิตกุ้งมังกร 7 สีภูเก็ต ให้ได้มาตรฐานคงที่

สร้างความเชื่อมั่น ให้กับผู้บริโภค ทั้งชาวไทย และ ต่างชาติ ว่าจะได้ รับประทาน กุ้งมังกร ที่มีคุณภาพ ส่งตรง จากแหล่งผลิต ในจังหวัดภูเก็ต อย่างแท้จริง

นอกจากนี้ จะร่วมมือกับ หน่วยงานท้องถิ่น สนับสนุน การท่องเที่ยวเชิงอาหาร และ ผลักดันสินค้า สู่ ตลาดพรีเมียม เพื่อสร้างรายได้ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ชุมชน อย่างต่อเนื่องต่อไป

 ปวริศน์ ราชรักษ์ หรือโกปาน ผู้ประกอบการเจ้าของแพ กุ้งมังกร 7 สี ภูเก็ต กล่าวว่า การที่กุ้งมังกร 7 สี ภูเก็ต ได้รับการขึ้นทะเบียน GI นับเป็น ความภาคภูมิใจ ของชาวภูเก็ต เป็นอย่างยิ่ง

โดยเชื่อมั่นว่า จะเป็นโอกาสดี ในการยกระดับ สินค้าท้องถิ่น สู่มาตรฐานสากล ช่วยเพิ่มมูลค่า และ ความน่าเชื่อถือให้กับ สินค้า ทำให้ ผู้บริโภค เกิดความมั่นใจ ในคุณภาพ และ แหล่งที่มา

ซึ่งจะส่งผลดี ต่อการพัฒนา อุตสาหกรรมท่องเที่ยว และ ธุรกิจอาหาร ในพื้นที่ ช่วยสร้างความเข้มแข็ง และ สร้างรายได้ ให้กับ ชุมชนประมง ในจังหวัดภูเก็ต อย่างยั่งยืน  ปวริศน์ กล่าว

ที่มาของข้อมูล : https://www.ipthailand.go.th/th/

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : https://bangkokx.me/asean-28012026/

[addtoany]
Ellipse 1
กองบรรณาธิการ Bangkok X